ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ภาวะพิการและอายุคาดเฉลี่ยที่ปราศจากความพิการของผู้สูงอายุในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ภาวะพิการและอายุคาดเฉลี่ยที่ปราศจากความพิการของผู้สูงอายุในประเทศไทย
นักวิจัย : พิมพา ขจรธรรม
คำค้น : DISABILITY , ELDERLY DISABILITIES , ACTIVE LIFE EXPECTANCY , ADLs , IADLs
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2543
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44717
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้เป็นการศึกษากลุ่มประชากรผู้สูงอายุชายไทยที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ประมาณค่าความชุกของความพิการในผู้สูงอายุโดย แยกตามกลุ่มอายุและเพศ 2) ศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพิการ และ 3) ประเมินคุณภาพ ชีวิตโดยพิจารณาเฉพาะด้านอายุคาดเฉลี่ยที่ปราศจากความพิการโดยใช้ข้อมูลจาก การสำรวจ สุขภาพประชากรวัย 50 ปีขึ้นไปของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2538 ดำเนินการโดย กระทรวงสาธารณสุข สถาบันประชากรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัยสาธารณสุข มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข โดยคัดเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปี ขึ้นไป จำนวน 4,483 รายเท่านั้น การพิจารณาความพิการใช้แนวคิดของ Nagi สำหรับแนวทางการศึกษาใช้กรอบกระบวนการ ความพิการของ Verbrugge และ Jette และแนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านของความพิการ ของ Myers และ Lamb เป็นแนวทาง แต่พิจารณาเฉพาะความจำกัดในการทำกิจวัตรประจำวัน (Activities of daily living, ADLs) และความจำกัดในการทำกิจวัตรที่ถือว่าเป็นการพึ่ง ตนเอง (Instrumental activities of daily living, IADLs) เท่านั้น โดยมีสมมติฐาน ว่า ผู้สูงอายุชายจะมีภาวะสุขภาพดีกว่าผู้สูงอายุหญิง และการศึกษามีความสัมพันธ์ผกผัน กับความชุกของความพิการ ผลการศึกษาพบว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่มีความพิการ มีผู้สูงอายุเพียงประมาณร้อยละ 7 เท่านั้นที่มีความจำกัดในการทำกิจวัตรประจำวัน ซึ่งกิจกรรมที่มีปัญหามากที่สุดคือ การเดินไปมาภายในบ้าน และประมาณหนึ่งในสามของผู้สูงอายุมีความพิการประเภท มีความจำกัด ในการทำกิจวัตรที่ถือว่าเป็นการพึ่งตนเอง ซึ่งกิจกรรมที่ผู้สูงอายุมีปัญหามากที่สุดคือ การเดินทางนอกบ้านด้วยตนเอง การวิเคราะห์ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความพิการด้วย Ordered Logit Regression พบว่าผู้สูงอายุหญิงมีความพิการมากกว่าผู้สูงอายุชายอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (p < .001) และพบว่าผู้สูงอายุที่มีการศึกษามีโอกาสที่จะมีความพิการน้อยกว่าผู้ ที่ไม่มีการศึกษา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ไม่สามารถ พิสูจน์ได้ว่า การที่ผู้หญิงมีอัตราความพิการสูงกว่าผู้ชายนั้นเนื่องมาจากมีความพิการ จริง ๆ หรือเป็นเพราะว่าผู้หญิงมีความใส่ใจในสุขภาพมากกว่าผู้ชาย การศึกษาอายุคาดเฉลี่ยที่ปราศจากความพิการ ตั้งแต่อายุ 60 ปีขึ้นไปโดยใช้ ตารางชีพซึ่งจัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พ.ศ. 2539 เป็นฐานและวิธีการของ Sullivan พบว่า ถึงแม้ว่าผู้หญิงมีอายุคาดเฉลี่ยมากกว่าผู้ชายในทุกกลุ่มอายุก็ตาม แต่เมื่อพิจารณา จากสัดส่วนของช่วงเวลาแล้วพบว่าช่วงเวลาที่มีความพิการจะมากกว่าผู้ชายในทุกกลุ่มอายุ ซึ่งผลการศึกษานี้ก็ยืนยันสมมติฐานว่าผู้ชายสูงอายุมีสุขภาพดีกว่าผู้หญิงสูงอายุ

บรรณานุกรม :
พิมพา ขจรธรรม . (2543). ภาวะพิการและอายุคาดเฉลี่ยที่ปราศจากความพิการของผู้สูงอายุในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิมพา ขจรธรรม . 2543. "ภาวะพิการและอายุคาดเฉลี่ยที่ปราศจากความพิการของผู้สูงอายุในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พิมพา ขจรธรรม . "ภาวะพิการและอายุคาดเฉลี่ยที่ปราศจากความพิการของผู้สูงอายุในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print.
พิมพา ขจรธรรม . ภาวะพิการและอายุคาดเฉลี่ยที่ปราศจากความพิการของผู้สูงอายุในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.