| ชื่อเรื่อง | : | ผลของการรับรู้ข้อมูลแบบไม่รู้ตัวร่วมกับการให้ข้อมูลการปฏิบัติตัว และวิธีคิดเชิงบวก ต่อความหวังตามแนวคิดของเฮิร์ทในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รักษาด้วยการผ่าตัด |
| นักวิจัย | : | สดใส เกตุไนย |
| คำค้น | : | PERCEPTION WITHOUT AWARENESS , SELF-CARE INFORMATION POSITIVE THINKING , HOPE , MASTECTOMY , PATIENTS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44888 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รักษาด้วยการผ่าตัดต้องเผชิญกับปัญหาสำคัญ 2 ประการ คือ การ สูญเสียภาพลักษณ์ของสตรีและกลัวความตายจากโรคที่คุกคาม ซึ่งภายใต้สภาวะการณ์ดังกล่าว ความหวังคือ สิ่งสำคัญที่จะทำให้ผู้ป่วยมีความเข้มแข็งในการดำเนินชีวิตอยู่ต่อไป การช่วยให้ ผู้ป่วยมีความหวังจึงเป็นบทบาทที่สำคัญของพยาบาล การวิจัยแบบทดลองโดยวิธี Randomized double blind control trial ครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาเปรียบเทียบระดับความหวังในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ได้รับการรักษาด้วย การผ่าตัดเต้านม ภายหลังการรับฟังเทป 2 ชนิด ร่วมกับคู่มือ 2 ชนิด กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วย ใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม และได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัดเต้านมออก เป็นครั้งแรกที่หอผู้ป่วยศัลยกรรมพิเศษ โรงพยาบาลศิริราช จำนวน 40 ราย กลุ่มทดลอง 20 คน จะได้รับ 1) เทป 2 ม้วน คือ Subliminal tape และเทปข้อมูลการปฏิบัติตัวร่วมกับ วิธีคิดเชิงบวก 2) คู่มือ 2 เล่ม คือ คู่มือการบริหารภายหลังการผ่าตัดเต้านม และคู่มือการ ตรวจเต้านมด้วยตนเอง เพื่อใช้ร่วมกับการฟังเทป กลุ่มควบคุม 20 คน จะได้รับ 1) เทป 2 ม้วน คือ เทปเพลงและเทปข้อมูลการปฏิบัติตัวร่วมกับวิธีคิดเชิงบวก 2) คู่มือ 2 เล่ม เหมือนกับที่ กลุ่มทดลองได้รับ โดยตัวอย่างทั้ง 40 คน จะได้รับฟังเทปทั้ง 2 ม้วน เป็นเวลา 1 เดือน เริ่มตั้งแต่วันแรกที่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบบันทึก ข้อมูลทั่วไปและแบบวัดความหวังของ Herth Hope Index สัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่าง 3 ครั้ง คือ ก่อนผ่าตัด วันที่ 5 และ 1 เดือนหลังการผ่าตัด นำข้อมูลมาวิเคราะห์หาค่าความถี่ ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ANOVA และ t-test ผลการวิจัยพบว่า มีความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความหวังอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในวันที่ 5 และ 1 เดือน หลังผ่าตัด ที่ระดับ 0.05 ทั้งในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม และ พบว่าไม่มีความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยความหวังในวันที่ 5 และ 1 เดือน หลังผ่าตัด ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม ผลการวิจัยสรุปได้ว่า การเพิ่มความหวังทั้ง 2 วิธี สามารถเพิ่มความหวังให้กับผู้ป่วย มะเร็งเต้านมภายหลังการผ่าตัดได้ |
| บรรณานุกรม | : |
สดใส เกตุไนย . (2543). ผลของการรับรู้ข้อมูลแบบไม่รู้ตัวร่วมกับการให้ข้อมูลการปฏิบัติตัว และวิธีคิดเชิงบวก ต่อความหวังตามแนวคิดของเฮิร์ทในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รักษาด้วยการผ่าตัด.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สดใส เกตุไนย . 2543. "ผลของการรับรู้ข้อมูลแบบไม่รู้ตัวร่วมกับการให้ข้อมูลการปฏิบัติตัว และวิธีคิดเชิงบวก ต่อความหวังตามแนวคิดของเฮิร์ทในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รักษาด้วยการผ่าตัด".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สดใส เกตุไนย . "ผลของการรับรู้ข้อมูลแบบไม่รู้ตัวร่วมกับการให้ข้อมูลการปฏิบัติตัว และวิธีคิดเชิงบวก ต่อความหวังตามแนวคิดของเฮิร์ทในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รักษาด้วยการผ่าตัด."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. สดใส เกตุไนย . ผลของการรับรู้ข้อมูลแบบไม่รู้ตัวร่วมกับการให้ข้อมูลการปฏิบัติตัว และวิธีคิดเชิงบวก ต่อความหวังตามแนวคิดของเฮิร์ทในผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่รักษาด้วยการผ่าตัด. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
