| ชื่อเรื่อง | : | ความชุก ลักษณะ และผลกระทบของอาการปวดระดู และการดูแลตนเองเมื่อมี อาการปวดระดูของนักเรียนหญิงจังหวัดเพชรบูรณ์ |
| นักวิจัย | : | กัลยา นิยมเพ็ง |
| คำค้น | : | DYSMENORRHEA , SCHOOLGIRL |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44513 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเชิงพรรณานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาถึงความชุก ลักษณะและผลกระทบ ของอาการปวดระดูและการดูแลตนเอง เมื่อมีอาการปวดระดูของนักเรียนหญิงวัยรุ่น จังหวัด เพชรบูรณ์ ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบชั้นภูมิ ในนักเรียนหญิง อายุ 13-19 ปี ที่กำลัง ศึกษาอยู่ในปีการศึกษา 2542 กลุ่มตัวอย่างตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับระดูด้วยตนเอง ได้แบบ สอบถาม 456 ฉบับ มาวิเคราะห์หาความถี่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละ โดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS ช่วยคำนวณ ผลการวิเคราะห์ ความชุกของอาการปวดระดู ในนักเรียนหญิงวัยรุ่นพบว่า ร้อยละ 81.6 มีอาการปวดระดู อายุที่เริ่มมีอาการปวดระดูครั้งแรก ค่าเฉลี่ย 13.56 ปี ส่วนเบี่ยง เบนมาตรฐาน 1.49 ปี ระยะห่างระว่างอายุที่มีระดูครั้งแรกจนถึงอายุที่เริ่มมีอาการปวด ระดูครั้งแรกค่าเฉลี่ย 0.73 ปี ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.10 ปี ระดับความรุนแรงแบ่งเป็น ปวดเล็กน้อย ปวดปานกลาง และปวดมาก ร้อยละ 53.7 ร้อยละ 39.8 และร้อยละ 6.5 ตามลำดับ ส่วนใหญ่มีอาการปวดขณะที่มีระดู ปวดมากในวันแรกของการมีระดู โดยค่าเฉลี่ยของวันที่มี อาการปวด 2.14 วัน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.26 วัน ตำแหน่งที่มีอารปวดมากที่สุดคือ ท้องน้อย ร้อยละ 86 มีอาการร่วมระหว่างที่ปวดระดู การดำเนินของอาการปวด ร้อยละ 13 รู้สึกปวดมากกว่าปวดครั้งแรก ๆ อาการปวดระดูมีผลกระทบด้านร่างกายคือ การปฏิบัติกิจวัตร ประจำวัน การเรียน การขาดเรียน และการเล่นกีฬา ร้อยละ 57.8 ร้อยละ 75.5 ร้อยละ 21.5 และร้อยละ 70.7 ตามลำดับ ด้านจิตใจ ร้อยละ 94.6 มีอารมณ์เปลี่ยนไปเมื่อมีอาการ ปวดระดู ด้านสังคม ร้อยละ 20.4 เคยยกเลิกการนัดหมายเนื่องจากปวดระดู ร้อยละ 19.9 ต้อง มีบุคคลอื่นดูแลขณะมีอาการปวดระดู ส่วนใหญ่คือมารดา ด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 67 ต้องจ่ายเงิน เพื่อรักษาอาการปวด ในจำนวนนี้ ร้อยละ 91.2 ซื้อจาแก้ปวด ร้อยละ 8.0 รักษาที่สถานี อนามัย โรงพยาบาล การดูแลตนเอง เมื่อมีอาการปวดระดู ร้อยละ 65.3 ใช้ยาบรรเทาปวด ส่วนใหญ่ใช้ยา พาราเซตามอน โดยซื้อยามาจากร้านค้า ร้านขายยา การดูแลตนเองที่ไม่ใช้ยา มีหลายวิธีคือ ร้อยละ 64.1 นอนพัก ร้อยละ 46.6 หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็น ร้อยละ 22.5 หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมะพร้าว และร้อยละ 11.2 ใช้ประเป๋าน้ำร้อนประคบบริเวณท้องน้อย ซึ่งการปฏิบัติดังกล่าวได้รับคำแนะนำจากมารดาและเพื่อน และมีเพียงร้อยละ 7.8 ที่ ปรึกษาแพทย์ จากผลการวิจัยครั้งนี้พบว่า ความชุกของอาการปวดระดูมีสูงและส่งผลกระทบทั้งทางด้าน ร่างกาย จิตใจ เศรษฐกิจและสังคม ต่อนักเรียนหญิงวัยรุ่นค่อนข้างมาก ดังนั้น บิดามารดา, ครู อาจารย์ และบุคลากรทางสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องควรเผ้าระวัง ดูแลและให้คำแนะนำ เกี่ยวกับระดู การปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการปวดระดู ในหญิงวัยรุ่นที่มีระดูแล้วอย่าง ใกล้ชิดต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
กัลยา นิยมเพ็ง . (2543). ความชุก ลักษณะ และผลกระทบของอาการปวดระดู และการดูแลตนเองเมื่อมี อาการปวดระดูของนักเรียนหญิงจังหวัดเพชรบูรณ์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กัลยา นิยมเพ็ง . 2543. "ความชุก ลักษณะ และผลกระทบของอาการปวดระดู และการดูแลตนเองเมื่อมี อาการปวดระดูของนักเรียนหญิงจังหวัดเพชรบูรณ์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กัลยา นิยมเพ็ง . "ความชุก ลักษณะ และผลกระทบของอาการปวดระดู และการดูแลตนเองเมื่อมี อาการปวดระดูของนักเรียนหญิงจังหวัดเพชรบูรณ์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. กัลยา นิยมเพ็ง . ความชุก ลักษณะ และผลกระทบของอาการปวดระดู และการดูแลตนเองเมื่อมี อาการปวดระดูของนักเรียนหญิงจังหวัดเพชรบูรณ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
