| ชื่อเรื่อง | : | การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี จังหวัดเชียงใหม่ |
| นักวิจัย | : | กมลมาลย์ วิรัตน์เศรษฐสิน |
| คำค้น | : | HEALTH PROMOTION , BUDDHIST DOCTRINE , HIV INFECTION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44449 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัจจุบันแนวโน้มสถานการณ์เอดส์ คือ ผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้พัฒนาการดำเนินของโรค เข้าสู่ระยะที่ปรากฏอาการและระยะเอดส์ ซึ่งรัฐไม่สามารถรองรับปัญหาดังกล่าวได้ ทำให้ ผู้ติดเชื้อผู้ป่วยเอดส์มีพฤติกรรมการแสวงหาการรักษาด้วยสมุนไพรอย่างไร้จุดหมาย การศึกษาครั้งนี้จึงตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าวด้วยการจัดบริการแบบการแพทย์พหุลักษณ์ บำบัดรักษาด้วยสมุนไพรที่สามารถครอบคลุมกลุ่มอาการต่าง ๆ ที่ปรากฏในผู้ติดเชื้อ/ ผู้ป่วยเอดส์เพื่อมุ่งเน้นในการรวมกลุ่มผู้ติดเชื้อ ศึกษาแนวทางการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม สุขภาพและชลอการพัฒนาการดำเนินของโรค โดยการประยุกต์หลักพุทธธรรมในการส่งเสริม สุขภาพ ทำการวิจัยแบบกึ่งทดลอง ศึกษาในผู้ติดเชื้อเอชไอวี จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 165 คน แบ่งกลุ่มตัวอย่างเป็นกลุ่มควบคุม 6 กลุ่ม จำนวน 61 คน ได้รับการสอนสุขศึกษา แบบปกติ กลุ่มทดลอง 6 กลุ่ม จำนวน 95 คน ได้รับการสอนสุขศึกษาตามโปรแกรม ลำดับ กิจกรรมอย่างต่อเนื่องตามกระบวนการคิดแบบแก้ปัญหา (หลักอริยสัจ 4) การฝึกการบริหาร- จิตภาวนา การสนทนาธรรม การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ภายในกลุ่ม และการเรียนรู้การตรวจ สอบด้วยตนเอง ติดตามกลุ่มตัวอย่างทุก 2 สัปดาห์ เก็บรวบรวมข้อมูลก่อนเริ่ม และเมื่อ เสร็จสิ้นโปรแกรมสุขศึกษาในครั้งนี้ 8 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติพรรณนาและสถิติวิเคราะห์ ทดสอบความแตกต่างค่ามัชฌิมเลขคณิตภายในกลุ่มด้วยสถิติ paired t-test ระหว่างกลุ่ม ด้วย Student t-test วิเคราะห์ปัจจัยที่มีอำนาจในการทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพและ ปัจจัยที่มีอำนาจในการทำนายสภาวะสุขภาพของผู้ติดเชื้อเอชไอวี ด้วยสถิติ Stepwise Multiple Regression Analysis ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ ภายหลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติในเรื่องต่อไปนี้ 1. ความเข้าใจในการแก้ปัญหารวม และความเข้าใจในประเด็นแนวทางปฏิบัติ 2. ความเข้มแข็งของจิตใจรวม และความเข้มแข็งของจิตใจในประเด็นภาวะจิตพยาบาท ภาวะจิตหดหู่ ภาวะจิตฟุ้งซ่าน และภาวะจิตลังเล 3. พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพในประเด็นพฤติกรรมการรับประทานอาหาร 4. สภาวะสุขภาพรวม และสภาวะสุขภาพในประเด็น น้ำหนักตัว เชื่อราในช่องปาก ท้องเสีย ไข้ และอ่อนเพลีย 5. ความพึงพอใจต่อโครงการ ผลการศึกษาปัจจัยที่มีอำนาจในการทำนายพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ พบว่าความเข้าใจ ในการแก้ปัญหา ความเข้มแข็งของจิตใจ และระดับการศึกษาสามารถร่วมทำนายพฤติกรรมส่งเสริม สุขภาพได้ร้อยละ 81.60 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) และปัจจัยที่มีอำนาจในการทำนายสภาวะสุขภาพ พบว่า พฤติกรรมการรับประทานอาหารและการ หลีกเลี่ยงมลพิษทางอากาศ สามารถร่วมทำนายสภาวะสุขภาพได้ร้อยละ 20.20 อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (p<0.001) ผลการศึกษาครั้งนี้สนับสนุนหลักพุทธธรรมที่มุ่งพิจารณาการมองให้เห็นทุกข์บน พื้นฐานหลักเหตุและผลให้เกิดปัญญารู้เท่าทันความจริง และสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยวิธีการ เรียนรู้จากประสบการณ์จริงแทนการถ่ายทอดความรู้ตามรูปแบบ ให้ความเป็นอิสระแก่กลุ่ม ตัวอย่างในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหล่อหลอมความคิดในแนวทางที่ถูกต้องเพื่อนำไปสู่การ ปฏิบัติบนพื้นฐานความคิดนั้น |
| บรรณานุกรม | : |
กมลมาลย์ วิรัตน์เศรษฐสิน . (2543). การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี จังหวัดเชียงใหม่.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กมลมาลย์ วิรัตน์เศรษฐสิน . 2543. "การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี จังหวัดเชียงใหม่".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. กมลมาลย์ วิรัตน์เศรษฐสิน . "การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี จังหวัดเชียงใหม่."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. กมลมาลย์ วิรัตน์เศรษฐสิน . การประยุกต์หลักพุทธธรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพผู้ติดเชื้อเอชไอวี จังหวัดเชียงใหม่. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
