| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบเชิงโครงสร้างของการดำรงบทบาทมารดา ในมารดาครรภ์แรกที่ทำงาน |
| นักวิจัย | : | ศรีสมร ภูมนสกุล |
| คำค้น | : | MATERNAL ROLE ATTAINMENT , WORKING CONDITIONS , MARITAL RELATIONSHIP , SOCIAL SUPPORT , SELF-ESTEEM , INFANTS CHARACTERISTICS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44018 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การดำรงบทบาทมารดาเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อนที่ผู้หญิงต้องเผชิญ ซึ่งความ ยุ่งยากและซับซ้อนดังกล่าวจะยิ่งมีมากขึ้นหากเป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรก การที่สามารถปรับ บทบาทการเป็นมารดาร่วมไปกับบทบาทการทำงาน จะนำมาซึ่งความเข้มแข็งทางด้านจิตใจ อันเป็นผลให้เกิดความผาสุกของมารดา, บุตร และครอบครัว ดังนั้นการทำความเข้าใจถึง กระบวนการที่ปัจจัยต่างๆ ส่งอิทธิพลต่อการดำรงบทบาทมารดา จึงมีความจำเป็นในการส่งเสริม ศักยภาพของการปฏิบัติบทบาทมารดา และคุณภาพชีวิตครอบครัวโดยรวม นอกจากนี้ความรู้ที่ได้ จากการศึกษาครั้งนี้ยังจะช่วยทำให้แนวคิดทางการพยาบาลมีความชัดเจนยิ่งขึ้น การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุและผล ระหว่างตัวแปร 6 ตัว ที่พัฒนามาจากทฤษฎีการดำรงบทบาทมารดาของเมอร์เซอร์ อันได้แก่ ลักษณะงาน, สัมพันธภาพสมรส, การสนับสนุนทางสังคม, ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง, คุณลักษณะบุตร, และการดำรงบทบาทมารดา กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาครรภ์แรกจำนวน 390 ราย ที่พักรักษาตัว อยู่ในโรงพยาบาลของรัฐในเขตกรุงเทพมหานคร เก็บข้อมูลภายใน 5 เดือนหลังคลอด แบบ สอบถามชุดแรกประกอบด้วย ลักษณะงาน, สัมพันธภาพสมรส, และการสนับสนุนทางสังคม จะให้ มารดาประเมินด้วยตนเองในระยะ 2-3 วันหลังคลอด แบบสอบชุดที่สองจะถูกส่งไปยังกลุ่มตัวอย่าง โดยทางไปรษณีย์ เพื่อประเมินความรู้สึกมีคุณค่าในตนเอง, คุณลักษณะบุตร และการดำรงบทบาท มารดาในอีก 4 เดือนต่อมา การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมลิสเรลเวอร์ชั่น 8.30 ผลของการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อการดำรงบทบาทมารดาได้แก่ ความรู้สึก มีคุณค่าในตนเอง ((+,b)=1.89, p<.05) และคุณลักษณะบุตร ((+,b)=.81, p<.05) ส่วนปัจจัยที่มีอิทธิพลโดยตรงต่อคุณลักษณะบุตรก็คือ ลักษณะงาน ((+,b)=.95, p<.05), สัมพันธภาพสมรส ((+,b)=.18, p<.05) และการสนับสนุนทางสังคม ((+,b)=.80, p<.05) นอกจากนี้สัมพันธภาพสมรส และการสนับสนุนทางสังคมก็ยังมีอิทธิพลโดยตรงในทางบวกต่อความ รู้สึกมีคุณค่าในตนเอง ((+,b)=.17, p<.05 และ (+,b)=.81, p<.05 ตามลำดับ) และโมเดลดังกล่าวสามารถอธิบายความแปรปรวนของการดำรงบทบาทมารดาได้ร้อยละ 58 ข้อเสนอแนะจากการศึกษาครั้งนี้ก็คือ ควรจะมีการทดสอบกระบวนการทางการพยาบาล เพื่อส่งเสริมการดำรงบทบาทมารดา โดยวิธีการวิจัยเชิงทดลองในอนาคต |
| บรรณานุกรม | : |
ศรีสมร ภูมนสกุล . (2542). รูปแบบเชิงโครงสร้างของการดำรงบทบาทมารดา ในมารดาครรภ์แรกที่ทำงาน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศรีสมร ภูมนสกุล . 2542. "รูปแบบเชิงโครงสร้างของการดำรงบทบาทมารดา ในมารดาครรภ์แรกที่ทำงาน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศรีสมร ภูมนสกุล . "รูปแบบเชิงโครงสร้างของการดำรงบทบาทมารดา ในมารดาครรภ์แรกที่ทำงาน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ศรีสมร ภูมนสกุล . รูปแบบเชิงโครงสร้างของการดำรงบทบาทมารดา ในมารดาครรภ์แรกที่ทำงาน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
