| ชื่อเรื่อง | : | ความสำคัญของฮอร์โมนโพรแลคตินในการควบคุมสมดุลแคลเซียมตั้งแต่ช่วงเจริญเติบโต จนถึงวัยเจริญพันธุ์ในหนูขาว |
| นักวิจัย | : | ปริศนา ปิยะพันธุ์ |
| คำค้น | : | PROLACTIN , CALCIUM METABOLISM , BALANCE STUDY , CALCIUM ABSORPTION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43886 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสำคัญของฮอร์โมนโพรแลคตินในการควบคุมสมดุลแคลเซียม หรือสมดุลระหว่างแคลเซียมที่ได้รับจากการกินอาหาร และแคลเซียมที่ขับออกทางอุจจาระ และปัสสาวะ ตั้งแต่ช่วงอายุหลังหย่านมและเจริญเติบโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์ (3-11 สัปดาห์) ในหนูขาว โดยแบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ส่วนคือ การเปรียบเทียบสมดุลแคลเซียมระหว่าง หนูปกติเพศผู้และเพศเมีย และการศึกษาบทบาทของโพรแลคตินในการควบคุมสมดุลแคลเซียม ในภาวะปกติ และภาวะที่มีระดับของโฮร์โมนโพรแลคตินในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ ในการ ทดลองส่วนที่ 2 นี้ แบ่งหนูเป็น 5 กลุ่มคือ 1) หนูปกติซึ่งได้รับการฉีดโซเดียมคลอไรด์ 0.9% ใต้ผิวหนังทุกวัน 2) หนูที่ขาดฮอร์โมนโพรแลคตินซึ่งเป็นผลจากการได้รับการฉีด โบรโมคริปทีน (0.3 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 100 กรัม) เข้าในช่องท้องวันละ 2 ครั้ง เพื่อยับยั้งการหลั่งโพรแลคตินจากต่อมพิทูอิตารีส่วนหน้า หนูที่มีระดับของฮอร์โมน โพรแลคตินสูงกว่าปกติ ซึ่งแบ่งย่อยออกเป็น กลุ่ม 3) จากการฉีดโพรแลคตินของแกะ (0.25 มิลลิกรัมาต่อน้ำหนักตัว 100 กรัม) เข้าใต้ผิวหนังทุกวันและกลุ่ม 4) จากการผ่าตัดฝังต่อม พิทูอิตารี ซึ่งได้จากหนูวัยเจริญพันธุ์เพศเมีย 2 ตัว ลงใต้เปลือกหุ้มไต และ 5) หนูปกติ ที่ผ่าตัดเลียนแบบการฝังต่อมพิทูอิตารี (Sham) ทำการศึกษาสมดุลแคลเซียมโดย balance study เป็นเวลา 3 วัน ในหนูทุกกลุ่มที่อายุ 3,5,7,9 และ 11 สัปดาห์ จากการทดลองพบว่าหนูทั้ง 2 เพศมีการเปลี่ยนแปลงสมดุลแคลเซียมคล้ายกันตั้งแต่ ช่วงเจริญเติบโตจนถึงวัยเจริญพันธุ์ การดูดซึมแคลเซียมมีประสิทธิภาพสูงสุดในช่วงอายุ 5 สัปดาห์ (เปอร์เซนต์การดูดซึมเมื่อเทียบกับปริมาณที่ได้รับจากการกินอาหารในเพศเมียคือ 68.37(+,ฑ)0.63% และในเพศผู้มีค่าเท่ากับ 74.31(+,ฑ)1.09%) จะเห็นได้ว่าหนูวัย เจริญเติบโตเพศผู้จะมีการดูดซึมแคลเซียมมากกว่าเพศเมียประมาณ 10% ซึ่งส่งผลให้หนูเพศผู้ มีปริมาณแคลเซียมในกระดูกทั้ง compact (femur) และ trabecular(lumbar vertebrae 5-6) มากกว่าเพศเมีย ในการศึกษาบทบาทของโพรแลคตินที่ผลิตในร่างกาย พบว่าโพรแลคตินมีความสำคัญ ต่อการเพิ่มน้ำหนักตัวของหนูที่อายุ 3 และ 9 สัปดาห์ กล่าวคือ ที่อายุ 3 สัปดาห์ เปอร์เซนต์การเพิ่มขึ้นของน้ำหนักตัวต่อ 3 วันที่ทำ balance study สูงจาก 6.82(+,ฑ)1.58% เป็น 9.03(+,ฑ)1.67% ที่อายุ 3 สัปดาห์ (P<0.05) และจาก 0.20(+,ฑ)0.67% เป็น 3.29(+,ฑ)0.51% ที่อายุ 9 สัปดาห์ (P<0.05) ซึ่งสัมพันธ์กับ ปริมาณอาหารที่กินเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นโพรแลคตินยังมีผลกระตุ้นการดูดซึมแคลเซียมใน อายุ 5 สัปดาห์จาก 41.78(+,ฑ)4.04% ของแคลเซียมที่ได้รับเป็น 68.37(+,ฑ)0.63% ซึ่งทำให้ปริมาณแคลเซียมในกระดูก trabecular (lumbar vertebrae 5-6) เพิ่มขึ้น จาก 3.24(+,ฑ)0.17 เป็น 3.71(+,ฑ)0.22 มิลลิโมลต่อน้ำหนักระดูก 1 กรัม (P<0.05) แต่เมื่อระดับของฮอร์โมนโพรแลคตินในเลือดสูงกว่าปกติ (ทั้งจากการได้รับการฉีดโพรแลคติน และการฝังต่อมพิทูอิตารี) จะพบว่าการดูดซึมแคลเซียมของหนูในวัยนี้ลดลง 20-30% แต่ใน สัปดาห์หลังจากนี้การดูดซึมแคลเซียมจะกลับเพิ่มขึ้น 35-60% จนกระทั่งอายุ 11 สัปดาห์ ในกลุ่มที่ผ่าตัดฝังต่อมพิทูอิตารี |
| บรรณานุกรม | : |
ปริศนา ปิยะพันธุ์ . (2542). ความสำคัญของฮอร์โมนโพรแลคตินในการควบคุมสมดุลแคลเซียมตั้งแต่ช่วงเจริญเติบโต จนถึงวัยเจริญพันธุ์ในหนูขาว.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปริศนา ปิยะพันธุ์ . 2542. "ความสำคัญของฮอร์โมนโพรแลคตินในการควบคุมสมดุลแคลเซียมตั้งแต่ช่วงเจริญเติบโต จนถึงวัยเจริญพันธุ์ในหนูขาว".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปริศนา ปิยะพันธุ์ . "ความสำคัญของฮอร์โมนโพรแลคตินในการควบคุมสมดุลแคลเซียมตั้งแต่ช่วงเจริญเติบโต จนถึงวัยเจริญพันธุ์ในหนูขาว."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ปริศนา ปิยะพันธุ์ . ความสำคัญของฮอร์โมนโพรแลคตินในการควบคุมสมดุลแคลเซียมตั้งแต่ช่วงเจริญเติบโต จนถึงวัยเจริญพันธุ์ในหนูขาว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
