ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารงานและภาวะผู้นำของหัวหน้าสถานีอนามัยในการป้องกัน และควบคุมโรคอุจจาระร่วง เขต 6

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารงานและภาวะผู้นำของหัวหน้าสถานีอนามัยในการป้องกัน และควบคุมโรคอุจจาระร่วง เขต 6
นักวิจัย : อรวรรยา ภูมิศรีแก้ว
คำค้น : การบริหาร , ภาวะผู้นำ , หัวหน้าสถานีอนามัย , การป้องกันและควบคุมโรค , โรคอุจจาระร่วง , MANAGEMENT , LEADERSHIP , HEALTH CENTER HEAD , PREVENTION AND CONTROL , DIARRHEA
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43750
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โรคอุจจาระร่วง เป็นโรคที่มีอุบัติการณ์สูง และมีอัตราตายเป็นอันดับสองในกลุ่มที่ ต้องเฝ้าระวังทางระบาดวิทยา ซึ่งนับว่าเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญปัญหาหนึ่งของประเทศ ถึงแม้ว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่อง แต่ผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบ ยังมีความแตกต่างกัน การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารงานและภาวะผู้นำของ หัวหน้าสถานีอนามัยในการป้องกันและควบคุมโรคอุจจาระร่วง เขต 6 เพื่อเปรียบเทียบการ บริหารงานและภาวะผู้นำระหว่างตำบลที่มีอัตราป่วยต่ำและตำบลที่มีอัตราป่วยสูง การศึกษา ครั้งนี้เป็นการศึกษาเชิงเปรียบเทียบแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างเป็นหัวหน้าสถานีอนามัย ในตำบลที่มีอัตราป่วยต่ำและตำบลที่มีอัตราป่วยสูงของเขต 6 เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม ลักษณะส่วนบุคคล ประเมินการบริหารงานและภาวะผู้นำ ตัวอย่างที่ศึกษาทั้งหมดจำนวน 433 คน ระหว่างวันที่ 18 มกราคม ถึง 28 มีนาคม 2542 ได้รับแบบสอบถามที่สมบูรณ์กลับคืน 306 ฉบับ คิดเป็นร้อยละ 70.66 ผลการวิจัยพบว่า ลักษณะส่วนบุคคลของทั้งสองกลุ่ม ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง มีอายุอยู่ ระหว่าง 31-40 ปี สถานภาพสมรสคู่ใกล้เคียงกัน จบการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ระยะเวลา ในการดำรงตำแหน่งหัวหน้าสถานีอนามัย 1-10 ปี เคยได้รับการอบรมด้านการบริหารใกล้เคียงกัน ส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรหัวหน้าสถานีอนามัย ระดับการบริหารงานโดยภาพรวมทั้งสองกลุ่ม อยู่ใน เกณฑ์ควรปรับปรุงใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 40.4 และ 46.9 ตามลำดับ) ด้านการอำนวยการและ การประสานงานของตำบลที่มีอัตราสูง อยู่ในเกณฑ์ควรปรับปรุงสูงกว่าตำบลที่มีอัตราป่วยต่ำ (ร้อยละ 62.1, 46.0 และ 56.5, 49.1 ตามลำดับ) การวางแผนของตำบลที่มีอัตราป่วยต่ำ อยู่ในเกณฑ์ ดีมากสูงกว่าตำบลที่มีอัตราป่วยสูง (ร้อยละ 52.2 และ 44.1 ตามลำดับ) เมื่อเปรียบเทียบการ บริหารงานโดยรวมของทั้งสองกลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกัน ด้านการอำนวยการและการประสานงาน พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) การวางแผน การจัดองค์กร การจัด การเจ้าหน้าที่ การรายงาน และการงบประมาณ ไม่มีความแตกต่างกัน ระดับพฤติกรรมผู้นำโดยภาพ รวมของทั้งสองกลุ่ม พบว่า อยู่ในเกณฑ์ควรปรับปรุงที่ใกล้เคียงกัน (ร้อยละ 42.9 และ 47.6 ตาม ลำดับ) พฤติกรรมผู้นำแบบเน้นคน และพฤติกรรมผู้นำแบบเน้นงาน อยู่ในเกณฑ์ควรปรับปรุงที่ใกล้ เคียงกัน เมื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมผู้นำโดยรวม พฤติกรรมผู้นำแบบเน้นคนและพฤติกรรมผู้นำแบบ เน้นงาน ของทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน จึงควรมีการสนับสนุนให้หัวหน้าสถานีอนามัยมีโอกาส เข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการ ทั้งในด้านการจัดการเจ้าหน้าที่ การอำนวยการ การประสานงาน การรายงานและการงบประมาณ และส่งเสริมให้มีโอกาสศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีขึ้นไป นอกจากนี้ ควรมีการอบรมเพิ่มเติมในด้านการบริหารโดยเฉพาะหลักสูตรผู้บริหารระดับต้น เพื่อเป็นการเพิ่ม ศักยภาพและคงไว้ซึ่งทักษะความรู้ความสามารถด้านการบริหารอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งจะมี ส่วนช่วยในการดำเนินงานในการป้องกันและควบคุมโรคอุจจาระร่วง มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น

บรรณานุกรม :
อรวรรยา ภูมิศรีแก้ว . (2542). การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารงานและภาวะผู้นำของหัวหน้าสถานีอนามัยในการป้องกัน และควบคุมโรคอุจจาระร่วง เขต 6.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อรวรรยา ภูมิศรีแก้ว . 2542. "การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารงานและภาวะผู้นำของหัวหน้าสถานีอนามัยในการป้องกัน และควบคุมโรคอุจจาระร่วง เขต 6".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
อรวรรยา ภูมิศรีแก้ว . "การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารงานและภาวะผู้นำของหัวหน้าสถานีอนามัยในการป้องกัน และควบคุมโรคอุจจาระร่วง เขต 6."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
อรวรรยา ภูมิศรีแก้ว . การศึกษาเปรียบเทียบการบริหารงานและภาวะผู้นำของหัวหน้าสถานีอนามัยในการป้องกัน และควบคุมโรคอุจจาระร่วง เขต 6. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.