| ชื่อเรื่อง | : | ผลการได้รับแคลเซียมเสริมต่อภาวะกระดูกในเด็กไทย |
| นักวิจัย | : | ณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล |
| คำค้น | : | CALCIUM SUPPLEMENTATION , CHILDREN PEAK BONE MASS , BONE MINERAL CONTENT , BONE MINERAL DENSITY , BONE MINERAL APPARENT DENSITY , DUAL-ENERGY X-RAY ABSORPTIOMETRY |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43734 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โรคกระดูกพรุน เป็นภาวะที่มวลกระดูกลดลง เป็นผลทำให้กระดูกเปราะ บาง และเสี่ยงต่อ การหักของกระดูกได้เพิ่มขึ้น โรคนี้กำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขและสังคมเศรษฐกิจที่สำคัญปัญหาหนึ่ง ทั่วโลก การเพิ่มมวลกระดูกให้ถึงจุดสูงสุด ถือว่าเป็นการป้องกันโรคกระดูกพรุนที่มีประสิทธิภาพ มากที่สุด จากการศึกษาผลของการให้แคลเซียมเสริมต่อภาวะมวลกระดูกในต่างประเทศ พบว่า การได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้นในวัยเด็กและวัยรุ่น จะช่วยเพิ่มมวลกระดูกเป็นผลทำให้มวลกระดูก สูงสุดเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น จึงได้ทำการศึกษาโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาถึงประสิทธิภาพของ การได้รับแคลเซียมเสริม ในการเพิ่มมวลกระดูกของเด็กไทย การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเชิงทดลอง (Experimental research) แบบ double-blind โดยทำการสุ่มเด็กจำนวน 133 คน ออกเป็น 2 กลุ่ม จำแนกตามระยะการเข้าสู่วัยรุ่นและเพศ กลุ่ม หนึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับแคลเซียมเสริม (Supplement group) โดยให้ในรูปของยาเม็ดแคลเซียม คาร์บอเนต (Calcium carbonate) วันละ 500 มิลลิกรัม ทุกวัน เป็นเวลา 1 ปี และอีกกลุ่มหนึ่ง ได้รับยาหลอก (Placebo group) การวัดปริมาณแร่ธาตุ (Bone mineral content BMC) และความหนาแน่น (Bone mineral density BMD) ของกระดูกกึ่งกลางแขน (Midshaft radius) และกระดูกสันหลังระดับเอว (Lumbar spine) รวมทั้งความหนาแน่นต่อปริมาตร (Bone mineral apparent density BMAD) ที่กระดูกสันหลังระดับเอว ดำเนินการที่เริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ การประเมินการบริโภคแคลเซียมจากอาหารและการเล่นกีฬา โดยใช้แบบสัมภาษณ์ความถี่ในการ บริโภคอาหารย้อนหลัง 6 เดือน และแบบสัมภาษณ์การออกกำลังกาย รวมทั้งการชั่งน้ำหนักและวัด ส่วนสูง ดำเนินการทุก 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณแคลเซียมที่ได้รับโดยเฉลี่ยต่อวันของกลุ่มที่ได้รับแคลเซียมเสริมคือ 1,069 มิลลิกรัม (จากอาหาร 580 มิลลิกรัม และจากการเสริม 489 มิลลิกรัม) ส่วนกลุ่มควบคุม ได้รับแคลเซียมจากอาหารโดยเฉลี่ย 647 มิลลิกรัมต่อวัน กลุ่มที่ได้รับแคลเซียมเสริม มีความหนาแน่น ของกระดูกกึ่งกลางแขนเพิ่มมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แม้ว่าจะควบคุมปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเพิ่มมวลกระดูกในเด็กได้แก่ การเข้าสู่วัยรุ่น เพศ อายุ ปริมาณแคลเซียมที่บริโภค จากอาหารเมื่อเริ่มศึกษา เวลาที่ใช้ในการเล่นกีฬาที่เป็น weight-bearing และปริมาณมวลกระดูก เมื่อเริ่มศึกษา นอกจากนี้ ประโยชน์จากการเสริมแคลเซียมต่อการเพิ่มมวลกระดูกเห็นได้อย่าง ชัดเจนในเพศชายที่อยู่ในระยะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น (ปริมาณแร่ธาตุ ความหนาแน่น และความหนาแน่นต่อ ปริมาตรที่กระดูกสันหลังระดับเอว) หรือบริโภคแคลเซียมจากอาหารน้อยกว่าร้อยละ 77 ของข้อ กำหนดที่ควรได้รับในแต่ละวัน (ปริมาณแร่ธาตุและความหนาแน่นของกระดูกกึ่งกลางแขน ความ หนาแน่นต่อปริมาตรของกระดูกสันหลังระดับเอว) รวมทั้งเด็กที่ใช้เวลาในการเล่นกีฬาที่เป็น weight-bearing มากกว่า 7 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (ความหนาแน่นของกระดูกกึ่งกลางแขนและ กระดูกสันหลังระดับเอว ความหนาแน่นต่อปริมาตรของกระดูกสันหลังระดับเอว) จากการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การบริโภคแคลเซียมเพิ่มขึ้นจะช่วยเพิ่มมวลกระดูกใน เด็กไทยได้ ทั้งนี้พบที่บริเวณต่างกันขึ้นอยู่กับระยะการเข้าสู่วัยรุ่น เพศ อายุ ปริมาณแคลเซียม ที่ได้รับจากอาหาร และ/หรือ เวลาที่ใช้ในการเล่นกีฬา นอกจากนั้น การได้รับแคลเซียมเพิ่มขึ้น มีผลต่อการเพิ่มปริมาณแร่ธาตุในกระดูกมากกว่าการเพิ่มขนาดของกระดูก |
| บรรณานุกรม | : |
ณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล . (2542). ผลการได้รับแคลเซียมเสริมต่อภาวะกระดูกในเด็กไทย.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล . 2542. "ผลการได้รับแคลเซียมเสริมต่อภาวะกระดูกในเด็กไทย".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล . "ผลการได้รับแคลเซียมเสริมต่อภาวะกระดูกในเด็กไทย."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. ณัฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล . ผลการได้รับแคลเซียมเสริมต่อภาวะกระดูกในเด็กไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
