ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนในหญิงไทยปกติ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนในหญิงไทยปกติ
นักวิจัย : ดวงใจ วัฒนะประกรณ์กุล
คำค้น : SCAPULOHUMERAL RHYTHM , GONIOMETER , SCAPULAR ANGLE , GLENOHUMERAL ANGLE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43500
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อทำการศึกษามุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบัก, กระดูก ต้นแขน และอัตราส่วนของมุมการเคลื่อนไหวของกระดูกต้นแขนต่อกระดูกสะบัก ในขณะกางแขนขึ้น ทุกๆ 30 องศา ตั้งแต่แขนอยู่ข้างลำตัวจนกระทั่งกางแขนสูงสุด ในระนาบของกระดูกสะบัก การ ศึกษาครั้งนี้จะแบ่งผู้เข้าร่วมการศึกษาซึ่งเป็นเพศหญิงออกเป็น 3 กลุ่มที่มีอายุ 20-35, 36-50 และ 51-65 ปี โดยแต่ละกลุ่มจะมีผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวน 30 คน ผู้เข้าร่วมการศึกษา ทุกคนจะได้รับการวัดมุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนใน 7 ตำแหน่งของการกาง แขนคือ 0 องศา, 30 องศา, 60 องศา, 90 องศา, 120 องศา, 150 องศา และกางแขนสูงสุด โดยใช้ เครื่องมือโกนิโอมิเตอร์ประยุกต์ ในแต่ละกลุ่มอายุจะศึกษามุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบัก, กระดูกต้นแขน และอัตราส่วนระหว่างมุมการเคลื่อนไหวของกระดูกต้นแขนต่อกระดูกสะบัก รวมทั้ง จะศึกษาผลของอายุต่อมุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนด้วย ผลการศึกษาครั้งนี้พบมุมการเคลื่อนไหวเฉลี่ยของกระดูกสะบักตั้งแต่แขนอยู่ข้างลำตัว จนกระทั่งกางแขนสูงสุดมีค่าจาก 91.42 ถึง 144.17, 91.83 ถึง 147.3 และ 92.25 ถึง 147.13 องศาและมุมการเคลื่อนไหวเฉลี่ยของกระดูกต้นแขนมีค่าจาก 93.55 ถึง 214.35, 93.93 ถึง 207.7 และ 93.72 ถึง 209.2 องศา ใน 3 กลุ่มอายุคือ 20-35, 36-50 และ 51-65 ปี ตามลำดับ พบความ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของมุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนในบาง ตำแหน่งของการกางแขนคือ มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติขณะกางแขน 150 องศาและขณะกางแขนสูงสุด โดยขณะกางแขน 150 องศา พบความแตกต่างระหว่าง กลุ่มอายุ 20-35 และ 36-50 ปี (p<0.05) ขณะกางแขนสูงสุดพบความแตกต่างระหว่างกลุ่มอายุ 20-35 และ 51-65 ปี (p<0.05) มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกต้นแขน พบความแตกต่างอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติขณะกางแขน 120, 150 องศา และ ขณะกางแขนสูงสุด ระหว่างกลุ่มอายุ 20-35 ปี และ 36-50 ปี และระหว่างกลุ่มอายุ 20-35 และ 51-65 ปี (p<0.05) สำหรับอัตราส่วนของมุมการ เคลื่อนไหวของกระดูกต้นแขนต่อกระดูกสะบักตั้งแต่แขนอยู่ข้างลำตัวจนกระทั่งกางแขนสูงสุด พบอัตราส่วนอยู่ในช่วง 1.17:1-5.12:1, 0.75:1-4.92:1 และ 0.9:1-2.9:1 ในสามกลุ่มอายุตาม ลำดับ สรุปผลจากการศึกษาครั้งนี้ พบว่าเมื่ออายุมากขึ้นมุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักจะ เพิ่มขึ้น แต่มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกต้นแขนจะลดลง สำหรับการศึกษาเพิ่มเติม เป็นที่น่า สนใจที่จะศึกษามุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนในผู้ที่มีปัญหาบริเวณข้อ ไหล่ การศึกษาเปรียบเทียบระหว่างเพศชายและเพศหญิงในอายุที่แตกต่างกันโดยใช้โกนิโอมิเตอร์ ประยุกต์ก็น่าสนใจที่จะทำการศึกษาเช่นกัน

บรรณานุกรม :
ดวงใจ วัฒนะประกรณ์กุล . (2542). มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนในหญิงไทยปกติ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดวงใจ วัฒนะประกรณ์กุล . 2542. "มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนในหญิงไทยปกติ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ดวงใจ วัฒนะประกรณ์กุล . "มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนในหญิงไทยปกติ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
ดวงใจ วัฒนะประกรณ์กุล . มุมการเคลื่อนไหวของกระดูกสะบักและกระดูกต้นแขนในหญิงไทยปกติ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.