ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสำรวจวัตถุดิบทางยาที่นำเข้าและผลิตในประเทศของอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสำรวจวัตถุดิบทางยาที่นำเข้าและผลิตในประเทศของอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย
นักวิจัย : จุฬาลักษณ์ พชรทิพย์
คำค้น : วัตถุดิบ , ตัวยาสำคัญ , อุตสาหกรรมยา , การผลิตภายในประเทศ , RAW MATERIALS , ACTIVE INGREDIENTS , DRUG INDUSTRY , LOCAL PRODUCTION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2542
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43482
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้เพื่อศึกษาหาวัตถุดิบทางยาที่สมควรส่งเสริมและพัฒนาให้ ทำการผลิตในประเทศ การศึกษาทำโดยการหาข้อมูลจาก 3 แหล่งคือ ผู้ผลิตยาภายในประเทศ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และกรมศุลกากร ข้อมูลที่เก็บจากผู้ผลิตยาภายใน ประเทศ ได้ดำเนินการ 2 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 ทำการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์จำนวน 176 ชุด ไปยังผู้ผลิตทุกราย ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์และเมษายน พ.ศ.2540 เพื่อสอบถามความคิดเห็น เกี่ยวกับการพันาอุตสาหกรรมการผลิตวัตถุดิบทางยาในประเทศ รวมทั้งขอข้อมูลปริมาณและมูลค่า ของวัตถุดิบทางยาที่ผู้ผลิตยาใช้ไปในปี พ.ศ.2537 ถึง 2539 แบบสอบถาม 3 ชุดส่งไม่ถึงผู้รับ ได้รับแบบสอบถามกลับ 28 ชุด มีข้อมูลที่ใช้ได้ 26 ชุด (หรือร้อยละ 15.0) จากการที่ผู้ตอบแบบ สอบถามน้อย ผู้วิจัยจึงทำการสำรวจอีกครั้งในเดือนมกราคมถึงมีนาคม พ.ศ.2542 การเก็บข้อมูล ครั้งที่ 2 ทำโดยการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ไปยังผู้ผลิต จำนวน 148 ราย (โดยได้คัดแยก โรงงานที่มีขนาดเล็กออก) ตอบเฉพาะข้อมูลปริมาณการใช้วัตถุดิบ (กก. หรือลิตร) ของปี พ.ศ. 2540 และ พ.ศ.2541 ลงในแบบสอบถามที่มีรายชื่อสารเคมี จำนวน 487 ตัว ตลอดจนความคิดเห็น ต่อตัวยาที่ควรมีการส่งเสริมให้มีการผลิตวัตถุดิบภายในประเทศ แบบสอบถามครั้งนี้ส่งไม่ถึงผู้รับ 3 ชุด รวมทั้งสิ้นได้รับแบบสอบถามกลับ 53 ชุด โดยเป็นข้อมูลที่ใช้ได้ 52 ชุด (หรือร้อยละ 35.86) วัตถุดิบที่เป็นสารออกฤทธิ์ที่มีปริมารการใช้มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ paracetamol, aluminium hydroxide compressed gel, vitamin B6, amoxycillin, และ aspirin ส่วนวัตถุดิบที่เป็น สารช่วยการผลิตที่มีปริมาณการใช้มากที่สุด 5 อันดับแรก คือ glucose, alcohol, dextrose, glycerin และ formaldehyde ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยานั้น เก็บข้อมูลของมูลค่าการผลิตยาสำเร็จรูป แยกตามตัวยาสำคัญ ในปี 2537 และ 2538 ซึ่งเป็นข้อมูลที่รวบรวมจากรายงานมูลค่าการผลิตและ นำเข้าประจำปีของผู้ผลิตและนำเข้า โดยทำการคัดเลือกตัวยาในกลุ่มยาที่มีมูลค่าการผลิตและนำเข้า สูงสุดประมาณ 10 กลุ่ม ซึ่งยากลุ่ม antibiotics มีการใช้มากที่สุด ประมาณร้อยละ 20 ของมูลค่า ในส่วนของข้อมูลที่ได้จากกรมศุลกากร เป็นข้อมูลปริมาณและมูลค่านำเข้าของวัตถุดิบทางยาแยกตาม พิกัดของกรมศุลกากรในปี พ.ศ.2538 และ 2539 โดยนำมาใช้ประกอบกับข้อมูลที่ผู้ผลิตยาตอบ และ ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จากการรวบรวมข้อมูลจากทั้ง 3 แหล่ง พอสรุปได้ว่านอกจากกลุ่มตัวยาลดไข้แก้ปวด และกลุ่ม เพ็นนิซิลลิน ซึ่งมีการผลิตอยู่แล้วในประเทศไทยขณะนี้ ยังมีกลุ่มยาที่มีศักยภาพในการส่งเสริมการ ผลิตวัตถุดิบในประเทศ 3 กลุ่มแรก คือ กลุ่มยาแก้อักเสบ NSAIDS (Non-steroidal anti- inflammatory drugs) เช่น ibuprofen, diclofenac และ piroxicam กลุ่มยารักษาโรค แผลในทางเดินอาหารกลุ่ม H(,2)-receptor antagonists เช่น cimetidine หรือ ranitidine และยาต้านจุลชีพกลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) เช่น ceftriaxone หรือ cefotaxime ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่มีการใช้มากในประเทศ มีการใช้มาเป็นเวลานาน และมีศักยภาพของการผลิตเพื่อ ส่งออกจำหน่ายยังต่างประเทศ

บรรณานุกรม :
จุฬาลักษณ์ พชรทิพย์ . (2542). การสำรวจวัตถุดิบทางยาที่นำเข้าและผลิตในประเทศของอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จุฬาลักษณ์ พชรทิพย์ . 2542. "การสำรวจวัตถุดิบทางยาที่นำเข้าและผลิตในประเทศของอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
จุฬาลักษณ์ พชรทิพย์ . "การสำรวจวัตถุดิบทางยาที่นำเข้าและผลิตในประเทศของอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print.
จุฬาลักษณ์ พชรทิพย์ . การสำรวจวัตถุดิบทางยาที่นำเข้าและผลิตในประเทศของอุตสาหกรรมยาในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.