ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ค่านิยมของเกษตรกรที่ทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน : เปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรที่ได้รับ การส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนในอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ค่านิยมของเกษตรกรที่ทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน : เปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรที่ได้รับ การส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนในอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์
นักวิจัย : ปิยะฉัตร มาลีถาวรกุล
คำค้น : ค่านิยม , เกษตรกร , เกษตรกรรมแบบยั่งยืน , VALUES , FARMERS , SUSTAINABLE AGRICULTURE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43223
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อเปรียบเทียบค่านิยมของเกษตรกรที่ทำเกษตรกรรม แบบยั่งยืน ระหว่างเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนา เอกชน และเพื่อเปรียบเทียบแนวความคิด หลักการส่งเสริม และวิธีปฏิบัติเกษตรกรรมแบบ ยั่งยืนระหว่างหน่วยงานทั้งสอง ศึกษาเฉพาะเกษตรกรที่อยู่ในอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ การวิจัยเชิงปริมาณนั้น เก็บข้อมูลจากประชากรที่ศึกษาจำนวน 178 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์ และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติการทดสอบค่าเฉลี่ย (t-test) ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลด้วยวิธีศึกษาจากเอกสาร และสัมภาษณ์แนวลึกกับกลุ่มตัวอย่างซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ ของหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนที่ส่งเสริมเกษตรกรรมแบบยั่งยืน จากการศึกษาค่านิยมวิถีปฏิบัติ 10 ค่านิยม พบว่า เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริม จากหน่วยงานของรัฐมีค่านิยมความกตัญญูรู้คุณแตกต่างจากเกษตรกรที่องค์กรพัฒนาเอกชน ส่งเสริมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และจากการศึกษาค่านิยมจุดหมายปลายทาง 10 ค่านิยม พบว่า เกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐมีค่านิยมความเป็น ปัจเจกชนนิยม และค่านิยมความสงบสุขทางใจ แตกต่างจากเกษตรกรที่องค์กรพัฒนาเอกชน ส่งเสริมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 และ 0.05 ตามลำดับ ส่วนระบบค่านิยมนั้น เกษตรกรทั้ง 2 กลุ่มมีระบบค่านิยมส่วนใหญ่เหมือนกัน ผลการเปรียบเทียบแนวความคิด หลักการส่งเสริม และวิธีปฏิบัติเกษตรกรรมแบบ ยั่งยืนระหว่างหน่วยงานของรัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน พบว่า ในระดับแนวความคิด ทั้ง 2 หน่วยงานมีแนวความคิดเรื่องเกษตรกรรมแบบยั่งยืนไม่แตกต่างกัน ส่วนในระดับหลักการ ส่งเสริมและวิธีปฏิบัติ ทั้ง 2 หน่วยงานมีหลักการส่งเสริมและวิธีปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งทำให้เห็นจุดยืนในการทำงาน หรือบุคลิกภาพเด่นของแต่ละหน่วยงานได้ดีขึ้น อย่างไรก็ดี การทำงานของทั้ง 2 หน่วยงานต่างก็มีจุดด้อย จึงไม่สามารถถ่ายทอดบุคลิกภาพเด่นของ ทั้ง 2 หน่วยงานไปสู่เกษตรกรได้มากนัก ดังนั้น ข้อเสนอแนะที่ได้จากการวิจัยครั้งนี้คือ ทั้ง 2 หน่วยงานยังต้องปรับปรุง แนวความคิด หลักการส่งเสริม และวิธีปฏิบัติเกษตรกรรมแบบยั่งยืนในมิติต่างๆ ให้มี ความชัดเจนมากขึ้น และมีความเป็นไปได้มากขึ้น รวมทั้งให้มีความครอบคลุมถึงมิติ ทางอุดมการณ์ด้วย เพื่อสามารถส่งเสริมและถ่ายทอดค่านิยมที่พึงประสงค์จากการทำ เกษตรกรรมแบบยั่งยืนไปสู่เกษตรกรได้มากขึ้น

บรรณานุกรม :
ปิยะฉัตร มาลีถาวรกุล . (2541). ค่านิยมของเกษตรกรที่ทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน : เปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรที่ได้รับ การส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนในอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยะฉัตร มาลีถาวรกุล . 2541. "ค่านิยมของเกษตรกรที่ทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน : เปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรที่ได้รับ การส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนในอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ปิยะฉัตร มาลีถาวรกุล . "ค่านิยมของเกษตรกรที่ทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน : เปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรที่ได้รับ การส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนในอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ปิยะฉัตร มาลีถาวรกุล . ค่านิยมของเกษตรกรที่ทำเกษตรกรรมแบบยั่งยืน : เปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรที่ได้รับ การส่งเสริมจากหน่วยงานของรัฐ และองค์กรพัฒนาเอกชนในอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.