| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการใช้โปรโตพลาสต์จากมะละกอเพื่อใช้ในการศึกษาการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนของอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวน |
| นักวิจัย | : | คำรพ รัตนสุต |
| คำค้น | : | PAPAYA PROTOPLASTS , PAPAYA RINGSPOT VIRUS , RNA , ELECTROPORATION , NORTHERN BLOT , INFECTION |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43122 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | เชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวนของมะละกอ (Papaya ringspot virus (PRV)) เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อการเพาะปลูกมะละกอในประเทศไทย มีการ ทดลองใช้เทคนิคต่างๆ เพื่อควบคุมโรคนี้แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ในการศึกษานี้ต้องการ หาสภาวะที่เหมาะสม ในการเตรียมโปรโตพลาสต์ของมะละกอเพื่อใช้เป็นแบบจำลองในการ ศึกษาการติดเชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวน โดยการถ่ายสารพันธุกรรมอาร์เอ็นเอของ เชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวนของมะละกอสายพันธุ์ P เข้าสู่โปรโตพลาสต์ โปรโตพลาสต์ของมะละกอถูกเตรียมขึ้นจากใบของต้นที่ปลูกในเรือนเพาะชำในหลาย สภาวะด้วยกัน ได้ทดลองใช้สารละลาย mannitol ซึ่งเป็นตัวรักษาสมดุลของโปรโตพลาสต์ ในหลายความเข้มข้นตั้งแต่ 0.3 ถึง 0.7 M พบว่าโปรโตพลาสต์จะอยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เมื่อใช้สารละลาย mannitol ที่ความเข้มข้น 0.5 M สำหรับสารละลายเอนไซม์ที่ใช้ใน การเตรียมโปรโตพลาสต์ประกอบด้วย cellulase Onozuka RS และ Macerozyme R-10 ซึ่งทดลองใช้ในความเข้มข้นที่แตกต่างกัน โดยใช้ cellulase Onozuka RS ที่ความเข้มข้น ระหว่าง 1% และ 2% และ Macerozyme R-10 ที่ความเข้มข้นระหว่าง 0.2% ถึง 0.6% พบว่าปริมาณความเข้มข้นของเอนไซม์ cellulase Onozuka RS และ Macerozyme R-10 ที่เหมาะสมในการย่อยใบให้ได้โปรโตพลาสต์คือ 2% และ 0.2% ตามลำดับ จากการตรวจสอบ ความสามารถในการอยู่รอดของโปรโตพลาสต์ที่เตรียมได้จาก 1% cellulase Onozuka RS และ 0.2% Macerozyme R-10 ในสารละลาย 0.5 M mannitol ที่เวลา 24 ชั่วโมง และ 96 ชั่วโมง พบว่าจำนวนโปรโตพลาสต์ที่อยู่รอดหลังจาก 24 ชั่วโมง มีมากกว่า 90% และหลังจาก 96 ชั่วโมงมีประมาณ 50% เมื่อเทียบกับจำนวนโปรโตพลาสต์ที่มีชีวิตที่เตรียม ได้ตอนต้น (0 ชั่วโมง) เมื่อทำการถ่ายสารพันธุกรรมอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสชนิดนี้ เข้าสู่โปรโตพลาสต์โดยใช้กระแสไฟฟ้าเปิดเยื่อหุ้มเซลล์ (Electroporation) และ ทำการตรวจสอบผลผลิตอาร์เอ็นเอจากการจำลองตัวเองของเชื้อไวรัสชนิดนี้หลังจากถ่าย สารพันธุกรรมเข้าไปแล้ว 24 ชั่วโมงโดยวิธี Hybridization พบว่าไม่สามารถตรวจพบ อาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสชนิดนี้ในโปรโตพลาสต์ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากอาร์เอ็นเอของเชื้อ ไวรัสถูกย่อยในระหว่างการนำเข้าสู่เซลล์โดยวิธี electroporation หรืออาจเป็นเพราะ VPg ซึ่งเป็นโปรตีนที่ติดอยู่ที่ปลาย 5 ของอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัส ซึ่งอาจมีความสำคัญ เกี่ยวข้องกับการเพิ่มจำนวนอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสได้เสียสภาพโปรตีนไปในระหว่าง ที่ทำการสกัดอาร์เอ็นเอจากอนุภาคไวรัส |
| บรรณานุกรม | : |
คำรพ รัตนสุต . (2541). การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการใช้โปรโตพลาสต์จากมะละกอเพื่อใช้ในการศึกษาการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนของอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คำรพ รัตนสุต . 2541. "การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการใช้โปรโตพลาสต์จากมะละกอเพื่อใช้ในการศึกษาการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนของอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คำรพ รัตนสุต . "การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการใช้โปรโตพลาสต์จากมะละกอเพื่อใช้ในการศึกษาการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนของอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. คำรพ รัตนสุต . การศึกษาสภาวะที่เหมาะสมในการใช้โปรโตพลาสต์จากมะละกอเพื่อใช้ในการศึกษาการแบ่งตัว เพิ่มจำนวนของอาร์เอ็นเอของเชื้อไวรัสโรคใบด่างจุดวงแหวน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
