| ชื่อเรื่อง | : | การสร้างโปรตีนลูกผสมเพื่อจับกับโลหะโดยวิธีทางพันธุวิศวกรรม |
| นักวิจัย | : | ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา |
| คำค้น | : | CHIMERIC PROTEIN , CADMIUM BINDING PEPTIDE , LACTATE DEHYDROGENASE , GREEN FLUORESCENT PROTEIN |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=44350 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้นำเสนอการสังเคราะห์ยีนควบคุมการสร้างโปรตีนลูกผสมที่มีทั้ง คุณสมบัติในการจับกับโลหะและหน้าที่ของเอนไซม์หรือการเรืองแสงฟลูออเรสเซนต์ การทดลองดังกล่าวเริ่มโดยการนำยีนสังเคราะห์ที่ควบคุมการสร้างสายเปปไทด์ที่มี คุณสมบัติในการจับกับโลหะแคดเมียมจำนวน 2-4 โมเลกุลมาเชื่อมต่อกับยีนที่ควบคุม การสร้างเอนไซม์แลคเตดดีไฮโดรจีเนสที่ได้มาจากแบคทีเรียที่ชื่อ ~iBacillus~i ~istearothermophilus~i ยีนสังเคราะห์ดังกล่าวยังถูกนำมาเชื่อมต่อกับยีนควบคุม การสร้างโปรตีนเรืองแสงสีเขียว (green fluorescent protein) ที่ได้มาจากแมงกระพรุน ทะเลที่ชื่อ ~iAequorea victoria~i นอกจากนี้ยีนจากแมงกระพรุนทะเลดังกล่าวยังถูก เชื่อมต่อกับยีนสำหรับสร้างเปปไทด์ที่ประกอบด้วย 6 โมเลกุลของกรดอะมิโนฮิสทีดีน อีกด้วย การแสดงออกของยีนลูกผสมเหล่านี้เกิดขึ้นในแบคทีเรีย ~iEscherichia coli~i โปรตีนลูกผสมถูกสกัดแยกให้บริสุทธิ์โดยใช้คอลัมน์จำเพาะที่มีการใช้โลหะเป็นตัวกลาง ในการจับ การทดลองต่างๆ ได้ดำเนินการเพื่อศึกษาคุณสมบัติทางชีวเคมีและแนวทาง การจับกับโลหะ ผลการทดลองพบว่าความสามารถในการจับกับโลหะนั้นแปรผันตรงกับ ความเข้มข้นของโลหะ และปกป้องการสลายฤทธิ์ของเอนไซม์ด้วยความร้อน โปรตีนลูกผสมมีบทบาทต่อการทนต่อพิษของโลหะหรือการดูดซับโลหะของเซลล์ การมีเอนไซม์ลูกผสมนั้นมีผลทำให้เชื้อ ~iE. coli~i ทนต่อไอออนของโลหะแคดเมียม และสังกะสีได้สูงถึง 0.4 และ 0.9 มิลลิโมล่าร์ตามลำดับ เซลล์ที่ผลิตโปรตีนเรืองแสง ลูกผสมกับกรดอะมิโนฮิสทีดีนสามารถจับกับโลหะแคดเมียมไว้ภายในเซลล์ได้สูงกว่า เซลล์อื่นถึง 1.5 เท่า ผลการทดลองนี้ทำให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเพื่อใช้เซลล์ที่ ผลิตโปรตีนลูกผสมในการดูดซับโลหะออกจากแหล่งปนเปื้อนได้ การทดลองนี้ยังเผยถึงศักยภาพของการใช้ยีนและโปรตีนลูกผสมเป็นเครื่องมือในการ ตรวจวัดปริมาณโลหะอีกด้วย การตรวจวัดปริมาณโลหะกระทำได้ใน 3 แนวทางคือ 1. การ วิเคราะห์ปริมาณโลหะที่ถูกยึดติดอยู่กับที่โดยหาความสัมพันธ์กับปริมาณเอนไซม์หรือ ปริมาณการเรืองแสงฟลูออเรสเซนต์ วิธีการนี้สามารถวิเคราะห์ไอออนของสังกะสีและ ทองแดงได้ในช่วงความเข้มข้น 100-500 ไมโครโมล่าร์ และ 2.5 ถึงมากกว่าหรือเท่ากับ 250 ไมโครโมล่าร์ 2. การหาผลกระทบโดยตรงของโลหะต่อการเรืองแสง การลดลงของ แสงฟลูออเรสเซนต์นั้นแปรผันตรงกับปริมาณแคดเมียมที่สูงขึ้นในระดับความเข้มข้นที่ นาโนโมล่าร์ โดยมีค่าสัมประสิทธิ์ความสัมพันธ์อยู่ที่ 0.99 สำหรับความสัมพันธ์กับโลหะ อื่นๆ นั้นอยู่ที่ระดับไมโครโมล่าร์ 3. การวิเคราะห์ปริมาณโลหะโดยใช้เซลล์ที่แสดงออก โปรตีนเรืองแสงลูกผสม จากผลการทดลองพบว่ามีการเรืองแสงที่เพิ่มมากขึ้นในเชิงผกผัน กับปริมาณไอออนของแคดเมียมและสังกะสี แต่ไม่พบปรากฏการณ์ดังกล่าวในกรณีของ ทองแดง วิธีการนี้ให้ความสัมพันธ์ในเชิงเส้นตรงกับปริมาณแคดเมียมในช่วงนาโนโมล่าร์- ไมโครโมล่าร์ ผลการทดลองเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาไปสู่การผลิตเซ็นเซอร์ สำหรับการวัดโลหะโดยใช้โปรตีนลูกผสมหรือเซลล์ลูกผสมในอนาคต |
| บรรณานุกรม | : |
ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา . (2543). การสร้างโปรตีนลูกผสมเพื่อจับกับโลหะโดยวิธีทางพันธุวิศวกรรม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา . 2543. "การสร้างโปรตีนลูกผสมเพื่อจับกับโลหะโดยวิธีทางพันธุวิศวกรรม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา . "การสร้างโปรตีนลูกผสมเพื่อจับกับโลหะโดยวิธีทางพันธุวิศวกรรม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. ฉัตรเฉลิม อิศรางกูร ณ อยุธยา . การสร้างโปรตีนลูกผสมเพื่อจับกับโลหะโดยวิธีทางพันธุวิศวกรรม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
