ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การสนับสนุนจากคู่สมรส สัมพันธภาพกับมารดา และพัฒนกิจการเตรียมตัว เพื่อรับบทบาท การเป็นมารดาในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การสนับสนุนจากคู่สมรส สัมพันธภาพกับมารดา และพัฒนกิจการเตรียมตัว เพื่อรับบทบาท การเป็นมารดาในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี
นักวิจัย : วิไลกุล หนูแก้ว
คำค้น : พัฒนกิจการเตรียมตัวเพื่อรับทบาทการเป็นมารดา , การสนับสนุนจากคู่สมรส , สัมพันธภาพกับมารดา , หญิงตั้งครรภ์ , เอดส์ , MATERNAL DEVELOPMENTAL TASKS , SPOUSE SUPPORT , RELATIONSHIP WITH MOTHER , PREGNANT WOMEN , AIDS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43099
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในปัจจุบันโรคเอดส์เป็นปัญหาสำคัญของการสาธารณสุข มีการแพร่กระจายของเชื้อ โรคเอดส์ในกลุ่มหญิงตั้งครรภ์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้มีผลต่อพัฒนกิจการเตรียมตัวเพื่อ รับบทบาทการเป็นมารดา ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะศึกษาอำนาจการทำนายพัฒนกิจการเตรียมตัว เพื่อรับบทบาทการเป็นมารดา โดยมีการสนับสนุนจากคู่สมรส สัมพันธภาพกับมารดา อายุ อายุครรภ์ ลักษณะครอบครัว รายได้ครอบครัวเฉลี่ยต่อเดือน และระยะเวลาที่ทราบว่าติดเชื้อ เอชไอวีเป็นตัวทำนาย กลุ่มตัวอย่างเป็นหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี ที่มารับบริการ ฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์, พระมงกุฎเกล้า, บำราศนราดูร และ จุฬาลงกรณ์ จำนวน 150 ราย เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ข้อมูลส่วนบุคคล แบบ สัมภาษณ์การสนับสนุนจากคู่สมรส แบบสัมภาษณ์สัมพันธภาพกับมารดา และแบบสัมภาษณ์ พัฒนกิจการเตรียมตัวเพื่อรับบทบาทการเป็นมารดา วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน หาความสัมพันธ์ของตัวแปรโดยใช้สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ ของเพียร์สัน และอำนาจการทำนายโดยการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีพัฒนกิจการเตรียมตัวเพื่อรับบทบาท การเป็นมารดาและมีสัมพันธภาพกับมารดาในระดับดีมาก เมื่อวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณแบบ ขั้นตอนแล้วยังพบว่าการสนับสนุนจากคู่สมรส สัมพันธภาพกับมารดา และลักษณะครอบครัว สามารถร่วมทำนายพัฒนกิจการเตรียมตัวเพื่อรับบทบาทการเป็นมารดาในหญิงตั้งครรภ์ ที่ติดเชื้อเอชไอวีได้ร้อยละ 65.38 (p<.05) ผู้วิจัยจึงมีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลควรมีการส่งเสริมให้คู่สมรส และมารดาของ หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดไว้วางใจได้ ได้มีส่วนร่วมในการ ให้การช่วยเหลือสนับสนุนให้หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวีมีพัฒนกิจการเตรียมตัวเพื่อรับ บทบาทการเป็นมารดาที่เหมาะสม

บรรณานุกรม :
วิไลกุล หนูแก้ว . (2541). การสนับสนุนจากคู่สมรส สัมพันธภาพกับมารดา และพัฒนกิจการเตรียมตัว เพื่อรับบทบาท การเป็นมารดาในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิไลกุล หนูแก้ว . 2541. "การสนับสนุนจากคู่สมรส สัมพันธภาพกับมารดา และพัฒนกิจการเตรียมตัว เพื่อรับบทบาท การเป็นมารดาในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
วิไลกุล หนูแก้ว . "การสนับสนุนจากคู่สมรส สัมพันธภาพกับมารดา และพัฒนกิจการเตรียมตัว เพื่อรับบทบาท การเป็นมารดาในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
วิไลกุล หนูแก้ว . การสนับสนุนจากคู่สมรส สัมพันธภาพกับมารดา และพัฒนกิจการเตรียมตัว เพื่อรับบทบาท การเป็นมารดาในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อเอชไอวี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.