| ชื่อเรื่อง | : | พฤติกรรมของมารดาชาวพม่าในการดูแลบุตรอายุต่ำกว่า 5 ปี เมื่อป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง : กรณีศึกษาชุมชนแออัดชาวพม่าในจังหวัดระนอง |
| นักวิจัย | : | ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ |
| คำค้น | : | ความเชื่อ , พฤติกรรม , มารดาชาวพม่า , โรคอุจจาระร่วง , BELIEF , BEHAVIOR , BURMESE MOTHERS , DIARRHEA DISEASE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=43042 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ระบบความคิด ความเชื่อเกี่ยวกับ โรคอุจจาระร่วงและพฤติกรรมของมารดาชาวพม่าในการดูแลบุตรอายุต่ำกว่า 5 ปี เมื่อป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง ทำการศึกษาในชุมชนแออัดชาวพม่าแห่งหนึ่งในจังหวัด ระนอง การศึกษาใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพที่มีการผสมผสานระหว่างการศึกษาทาง มานุษยวิทยาและระบาดวิทยา กลุ่มตัวอย่างคือ มารดาชาวพม่าที่มีบุตรป่วยเป็นโรค อุจจาระร่วงในช่วงที่ทำการเฝ้าสังเกตการเกิดโรค จำนวน 35 ราย ใช้เวลาเก็บข้อมูล ในพื้นที่ศึกษา ตั้งแต่ 15 พ.ย.2540-15 ก.พ.2541 ผลการวิจัยพบว่าเด็กชาวพม่าที่ทำการเฝ้าสังเกตจำนวน 70 ราย ในช่วงเวลา 10 สัปดาห์ ป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วง จำนวน 35 ราย รวม 42 ครั้ง อัตราป่วยเท่ากับ 2.9 ครั้ง/คน/ปี มารดาชาวพม่าส่วนใหญ่มีความเชื่อเกี่ยวกับโรคอุจจาระร่วงว่าเป็นโรค ที่ไม่ติดต่อและไม่ร้ายแรง สาเหตุของโรคเกิดจากการรับประทานอาหารที่ไม่เหมาะสม มากที่สุด รองลงมาคือ นมมารดาเสีย และพัฒนาการตามวัยของเด็ก ความรุนแรงของโรค ตามความเชื่อของมารดาชาวพม่าแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ อุจจาระร่วงที่เป็นเพียง อาการ เป็นความเจ็บป่วยและเป็นโรค ส่วนการรักษาที่เหมาะสมต่อโรคอุจจาระร่วง มารดาชาวพม่ามีความเชื่อว่า ต้องเป็นวิธีที่ทำให้บุตรหยุดถ่ายโดยเร็วที่สุด ด้าน พฤติกรรมการดูแลของมารดาชาวพม่าเมื่อบุตรป่วยเป็นโรคอุจจาระร่วงพบว่า มารดาชาว พม่าร้อยละ 91 ไม่มีความรู้เรื่องอาการขาดน้ำ มีการประเมินอาการของบุตรจากการ สังเกตจำนวนครั้งในการถ่ายอุจจาระและภาวะปกติที่เปลี่ยนไปของบุตร และมีการดูแล เรื่องอาหารของบุตรขณะป่วยด้วยการงดหรือหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นสาเหตุของโรคตาม ความเชื่อ ส่วนการดูแลด้านการให้การรักษาพบว่าร้อยละ 25 ของเด็กป่วยไม่ได้รับการ รักษา อีกร้อยละ 75 ที่ได้รับการรักษา ครึ่งหนึ่งใช้วิธีซื้อยาแผนปัจจุบันให้รับประทาน เพื่อให้หยุดถ่ายและอีกครึ่งหนึ่งใช้การรักษาวิธีอื่นๆ มีมารดาเพียงร้อยละ 24 ที่รักษา ด้วยการทดแทนสารน้ำให้แก่บุตร นอกจากนี้ยังพบว่ามารดาชาวพม่ามีพฤติกรรมในการ ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อน้อยมาก เห็นได้จากมารดาชาวพม่าส่วนใหญ่มีการกำจัด อุจจาระของบุตรไม่ถูกสุขลักษณะโดยทิ้งลงคลองและรอบบริเวณที่อยู่อาศัย มักไม่ล้างมือ หลังชำระให้บุตรและก่อนเตรียมอาหารหรือป้อนข้าวบุตร นอกจากนี้ไม่มีการแยกซักผ้า เปื้อนอุจจาระของบุตรที่ป่วยจากสมาชิกในบ้าน ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมในการดูแลและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อของ มารดาชาวพม่าอย่างเด่นชัดในการศึกษาครั้งนี้ คือ ปัจจัยนำด้านความคิด ความเชื่อ เกี่ยวกับโรคอุจจาระร่วง และสถานภาพทางกฎหมาย ซึ่งทำให้มีข้อจำกัดที่นำไปสู่การ ขาดแคลนปัจจัยสนับสนุน และไม่สามารถเข้าถึงปัจจัยเอื้ออำนวยต่างๆ ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ . (2541). พฤติกรรมของมารดาชาวพม่าในการดูแลบุตรอายุต่ำกว่า 5 ปี เมื่อป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง : กรณีศึกษาชุมชนแออัดชาวพม่าในจังหวัดระนอง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ . 2541. "พฤติกรรมของมารดาชาวพม่าในการดูแลบุตรอายุต่ำกว่า 5 ปี เมื่อป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง : กรณีศึกษาชุมชนแออัดชาวพม่าในจังหวัดระนอง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ . "พฤติกรรมของมารดาชาวพม่าในการดูแลบุตรอายุต่ำกว่า 5 ปี เมื่อป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง : กรณีศึกษาชุมชนแออัดชาวพม่าในจังหวัดระนอง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ขวัญจิต ศศิวงศาโรจน์ . พฤติกรรมของมารดาชาวพม่าในการดูแลบุตรอายุต่ำกว่า 5 ปี เมื่อป่วยด้วยโรคอุจจาระร่วง : กรณีศึกษาชุมชนแออัดชาวพม่าในจังหวัดระนอง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
