ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความแตกต่างของปัจเจกบุคคลของผู้พิพากษาไทยที่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษ ในคดีอาญา

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความแตกต่างของปัจเจกบุคคลของผู้พิพากษาไทยที่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษ ในคดีอาญา
นักวิจัย : ไพจิตร สวัสดิสาร
คำค้น : POPULATION , CRIMINAL JUSTICE , SENTENCING , LAWS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42866
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ที่จะชี้ถึงความคิดเห็นของผู้พิพากษาไทยที่มีต่อ จุดประสงค์การลงโทษ 3 ประการคือการจำคุกเพื่อให้สาสมกับการกระทำผิด การจำคุก เพื่อให้ผู้กระทำผิดออกจากชุมชน และการรอการลงโทษโดยมีเงื่อนไข นอกจากนั้นได้ พิจารณาศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางประชากร บุคลิกภาพ และความเชื่อ ในการกระทำผิด กับความคิดเห็นที่มีต่อจุดประสงค์การลงโทษนั้น ผลการวิจัยพบว่าความคิดเห็นที่มีต่อจุดประสงค์การลงโทษทั้งสามแบบแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะทางประชากร บุคลิกภาพ และความเชื่อในการกระทำผิดบางอย่าง จุดประสงค์การจำคุกเพื่อให้สาสมกับการกระทำผิดได้รับอิทธิพลจากความเชื่อว่าการกระทำผิด เกิดจากปัจเจกบุคคลของผู้กระทำผิด และได้รับอิทธิพลจากบุคลิกภาพแบบอำนาจนิยม (authoritarianism) โดยอำนาจนิยมมีอิทธิพลมากกว่า จุดประสงค์การจำคุกเพื่อให้ ผู้กระทำผิดออกจากชุมชนได้รับอิทธิพลจากความเชื่อว่าการกระทำผิดเกิดจากปัจเจกบุคคล ของผู้กระทำผิดจากบุคลิกภาพแบบสวัสดิการทางสังคม (welfarism) และอำนาจนิยม (authoritarianism) จากรายได้ระหว่าง 10,000-39,999 บาท โดยความเชื่อว่า การกระทำผิดเกิดจากปัจเจกบุคคลของผู้กระทำผิดมีอิทธิพลสูงสุด และตามด้วยบุคลิกภาพ แบบสวัสดิการทางสังคม รายได้ บุคลิกภาพแบบอำนาจนิยมเรียงตามลำดับ จุดประสงค์ การรอการลงโทษโดยมีเงื่อนไข ได้รับอิทธิพลจากความเชื่อว่าการกระทำผิดเกิดจาก ปัจเจกบุคคลของผู้กระทำผิดและจากปัญหาทางเศรษฐกิจ บุคลิกภาพแบบอำนาจนิยมใน ทิศทางลบ รายได้ระหว่าง 10,000-39,999 บาท และสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปลาย ในเขตเทศบาลต่างจังหวัด โดยความเชื่อว่าการกระทำผิดเกิดจากปัญหาทางเศรษฐกิจมี อิทธิพลสูงสุด ตามด้วยความเชื่อว่าการกระทำผิดเกิดจากปัจเจกบุคคลของผู้กระทำผิด รายได้ สถานที่สำเร็จการศึกษาและบุคลิกภาพแบบอำนาจนิยมเรียงตามลำดับ นอกจากนั้น ยังพบว่าความแตกต่างของปัจเจกบุคคลของผู้พิพากษาที่มีอิทธิพลนี้แบ่งเป็น 2 อย่างคือ การลงโทษหนักและเบา โดยผู้ที่ลงโทษหนักจะเชื่อว่าการกระทำผิดเกิดจากปัจเจกบุคคล ของผู้กระทำผิดและมีบุคลิกภาพแบบอำนาจนิยม ผู้ที่ลงโทษเบาจะเชื่อว่าการกระทำผิด เกิดจากปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจโดยมีบุคลิกภาพแบบอำนาจนิยมน้อยกว่า จากการศึกษาการตัดสินคดีจากข้อเท็จจริงจำลองพบว่า ความแตกต่างระหว่างปัจเจก บุคคลบางอย่างที่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษอาจมีอิทธิพลในการตัดสินคดีได้ในทิศทาง ที่เหมือนหรือต่างกันในขณะที่บางอย่างไม่มีอิทธิพลในการตัดสิน เช่นเดียวกัน ความแตกต่าง ระหว่างปัจเจกบุคคลบางอย่างที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินจะไม่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษ ดังนั้น ความเหมือนและต่างกันของความแตกต่างระหว่างปัจเจกบุคคลที่มีอิทธิพลต่อ จุดประสงค์การลงโทษและการตัดสินคดีดังกล่าว สามารถอธิบายได้ทางทฤษฎีว่า จะศึกษา เฉพาะความเชื่อหรือทัศนคติของผู้พิพากษาอย่างเดียว เพื่ออธิบายถึงความหนักเบาของ การลงโทษไม่ได้ จำต้องอาศัยปัจจัยและเหตุผลอื่นประกอบด้วย

บรรณานุกรม :
ไพจิตร สวัสดิสาร . (2541). ความแตกต่างของปัจเจกบุคคลของผู้พิพากษาไทยที่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษ ในคดีอาญา.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพจิตร สวัสดิสาร . 2541. "ความแตกต่างของปัจเจกบุคคลของผู้พิพากษาไทยที่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษ ในคดีอาญา".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ไพจิตร สวัสดิสาร . "ความแตกต่างของปัจเจกบุคคลของผู้พิพากษาไทยที่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษ ในคดีอาญา."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ไพจิตร สวัสดิสาร . ความแตกต่างของปัจเจกบุคคลของผู้พิพากษาไทยที่มีอิทธิพลต่อจุดประสงค์การลงโทษ ในคดีอาญา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.