ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ภาวะการตายและปัจจัยวิถีชีวิตที่เป็นตัวกำหนดการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด : กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ภาวะการตายและปัจจัยวิถีชีวิตที่เป็นตัวกำหนดการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด : กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร
นักวิจัย : รัจจา ศรีสุเทพ
คำค้น : วิถีชีวิตด้านสุขภาพ , ภาวะการตาย , ปัจจัยเสี่ยง , โรคหัวใจและหลอดเลือด , HEALTH PROMOTING LIFESTYLE , MORTALITY , RISK FACTORS , CARDIOVASCULAR DISEASE
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42857
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาภาวะการตายและการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมนี้ใช้ข้อมูลทุติยภูมิ จากแหล่งต่างๆ ส่วนการศึกษาปัจจัยที่เป็นสาเหตุการป่วยใช้ข้อมูลปฐมภูมิจากประชากร อายุ 35-59 ปี ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลในเขตจังหวัดพิจิตร (ระหว่างเดือนมกราคม - เมษายน 2540) กลุ่มตัวอย่าง รวม 659 คน ใช้แบบคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยโรคหัวใจ และหลอดเลือดโดยให้แพทย์ตรวจยืนยันและแบบสัมภาษณ์หาปัจจัยวิถีชีวิตที่เป็นตัวกำหนด การป่วย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ตารางชีพ (Multiple Decrement Life Table) สถิติที่ใช้คือค่าเฉลี่ย ค่ามัธยฐาน ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์การ ผันแปร การวิเคราะห์จำแนกพหุ และ Logistic Regression ผลการวิเคราะห์ข้อมูลพบว่า จังหวัดพิจิตรมีการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมดีขึ้น ขณะที่อัตราการตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดเพิ่มขึ้นและเมื่อวิเคราะห์ภาวะการตาย ของประชาชนจังหวัดพิจิตรเปรียบเทียบกับประชาชนทั้งประเทศโดยดูจากเส้นโค้งการตาย (The cuve of cardiovacular death) พบว่า การตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ตามกลุ่มอายุต่างๆ ของประชาชนจังหวัดพิจิตรและของประเทศไม่แตกต่างและเมื่อพิจารณา จำนวนคนที่มีโอกาสตายด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดของประชาชนจังหวัดพิจิตรพบว่า สูงกว่าประชาชนทั้งประเทศ โดยเมื่อสามารถกำจัดสาเหตุการตายด้วยโรคหัวใจและ หลอดเลือดได้แล้วจะพบว่าประชาชนจังหวัดพิจิตรจะมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.8 ปี ขณะที่ ประชาชนทั้งประเทศ จะมีอายุขัยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 4.4 ปี ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านต่างๆ กับวิถีชีวิตสุขภาพโดยใช้เทคนิคการวิเคราะห์ การผันแปรและการวิเคราะห์จำแนกพหุ พบว่าปัจจัยทั้งหมดมีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตด้าน สุขภาพอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P<0.05) โดยตัวแปรที่มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (P<0.05) ได้แก่ เพศ การย้ายถิ่น การป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดของ บิดามารดา ที่อยู่อาศัย อาชีพ การรับรู้ภาวะสุขภาพตนเอง การรับรู้ความสามารถของ ตนเอง และตัวแปรผันร่วม คือ ความรู้เกี่ยวกับโรคหัวใจและหลอดเลือด และการศึกษา ซึ่งผลการวิจัยนี้ เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ส่วนหนึ่ง ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการป่วยด้วยโรคหัวใจขาดเลือด โดยใช้ Logistic Regression พบว่า ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการป่วยด้วยโรคหัวใจขาดเลือดโดยตรง (P<0.05) ได้แก่ อายุ การป่วยหรือตายของบิดา/มารดา ความรับผิดชอบต่อสุขภาพ การรับประทานอาหาร และการออกกำลังกาย ส่วน รายได้ ที่อยู่อาศัย การศึกษา เพศ อาชีพ การรับรู้ภาวะ สุขภาพ และการรับรู้ความสามารถของตนเอง มีอิทธิพลผ่านตัวแปรที่กล่าวมาแล้วอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งผลการวิจัยนี้เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ส่วนหนึ่ง จากผลการศึกษาสรุปได้ว่าถ้าสามารถกำจัดสาเหตุการตายด้วยโรคหัวใจและ หลอดเลือดได้ จะทำให้อายุขัยเฉลี่ยของประชาชนเพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถทำได้โดยการปรับ เปลี่ยนวิถีชีวิต

บรรณานุกรม :
รัจจา ศรีสุเทพ . (2541). ภาวะการตายและปัจจัยวิถีชีวิตที่เป็นตัวกำหนดการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด : กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัจจา ศรีสุเทพ . 2541. "ภาวะการตายและปัจจัยวิถีชีวิตที่เป็นตัวกำหนดการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด : กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
รัจจา ศรีสุเทพ . "ภาวะการตายและปัจจัยวิถีชีวิตที่เป็นตัวกำหนดการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด : กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
รัจจา ศรีสุเทพ . ภาวะการตายและปัจจัยวิถีชีวิตที่เป็นตัวกำหนดการป่วยด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด : กรณีศึกษาจังหวัดพิจิตร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.