| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาความสัมพันธ์ในการจัดหมวดหมู่ของหอยสกุล Fiolopaludina โดยการเปรียบเทียบ รูปร่างของเปลือก ลักษณะทางกายวิภาค และการตรวจสอบเอ็นไซม์โดยวิธีอิเล็กโตรโฟริซีส |
| นักวิจัย | : | ไพรัช ทาบสีแพร |
| คำค้น | : | FILOPALUDINA , GENETIC DISTANCE |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42843 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | หอยขมจีนัส Filopaludina พบอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำจืดทั่วไปและนิยมบริโภคอย่าง กว้างขวาง จัดอยู่ใน Order Prosobranchia, Superfamily Viviparacea, Family Viviparidae บางชนิดเป็นโฮสต์กึ่งกลางของพยาธิใบไม้ลำไส้ซึ่งก่อให้เกิดโรค echinostomiasis ในคน ทำการศึกษาเปรียบเทียบลักษณะความแตกต่างของเปลือก โครงสร้างภายใน และทางพันธุกรรม โดยเก็บรวบรวมตัวอย่างที่มีความแตกต่างกันมาจาก 30 แห่ง ทั่วประเทศไทย ผลการศึกษาทาง conchology ซึ่งเป็นการศึกษาด้าน morphometric ของเปลือก ด้วยตัวแปร 7 ลักษณะ (degree of angle spire, shell width/shell height, body whorl height/shell height, aperture height/shell height, body whorl width/body whorl height, aperture width/shell width, และ aperture width/aperture height.) วิเคราะห์ความแตกต่างด้วยสถิติวิธี discriminant analysis พบว่าหอยขม 30 ตัวอย่างนี้ สามารถจัดจำแนกออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ (2 ซับจีนัส) และ 10 กลุ่มเล็ก (4 สปีชีส์ และ 6 ซับสปีชีส์) อย่างถูกต้อง ทำการศึกษาเปรียบเทียบถึงโครงสร้างของอวัยวะภายใน พบว่าไม่มีความแตกต่างกัน โดยเฉพาะระบบสืบพันธุ์ ของแต่ละประชากรตัวอย่างทั้งหมดจะมีโครงสร้างของระบบสืบพันธุ์ ไม่แตกต่างกัน และยังพบว่ามีลักษณะแยกเพศอย่างชัดเจน ผลการศึกษาถึงความแตกต่างทางด้านพันธุกรรม โดยวิธีอิเล็คโทรโฟรีซีสของแป้ง ซึ่งเป็นวิธีการทางชีวเคมี ด้วยการศึกษาเอนไซม์ 11 ชนิด คือ aspartate aminotransferase, esterase, isocitrate dehydrogenase, leucine aminopeptidase, malate dehydrogenase, peptidase (A and B), phosphoglucomutase, 6-phosphogluconate dehydrogenase, xanthine dehydrogenase และ xanthine oxidase ด้วยรูปแบบ ของเอนไซม์ที่แสดงออก แล้วแปลค่าให้มาอยู่ในลักษณะของเชิงปริมาณ ซึ่งสามารถคำนวณ หาค่าความถี่ของยีนได้ จากวิธีการคำนวณหาค่าดัชนีทางพันธุกรรมของ Nei (28) แล้ว ทำการเปรียบเทียบโดยใช้ค่าดัชนีความห่างทางพันธุกรรมเป็นรายคู่เมื่อจัดกลุ่มตามสปีชีส์ และซับสปีชีส์ใน 30 ประชากรตัวอย่าง พบว่ามีค่า 0.136-0.655 ค่าดัชนีนี้ มีค่ามากพอ ที่จะจัดเป็นระดับสปีชีส์ ในทำนองเดียวกันระหว่างซับจีนัส Filopaludina กับ Siamopaludina มีค่าในช่วง 0.180-0.374 ซึ่งเป็นค่าที่แสดงถึงการคาบเกี่ยวซึ่งกันระหว่างภายใน และ ระหว่างกลุ่มของแต่ละซับจีนัส โดยทั้งสองซับจีนัส ควรจัดเป็นจีนัสเดียวกัน คือ Filopaludina จากผลการศึกษาถึงความแตกต่างทางพันธุกรรม และความแตกต่างของเปลือก สามารถสรุปได้ว่าหอยขมจีนัส Filopaludina นั้น สามารถจัดจำแนกได้เป็น 10 สปีชีส์ ดังนี้ Filopaludina doliaris, F. filosa, F. peninsularis, F. polygramma, F. speciosa, F. maekoki, F. continentalis, F. cambodjensis, F. martensi และ F. munensis. |
| บรรณานุกรม | : |
ไพรัช ทาบสีแพร . (2541). การศึกษาความสัมพันธ์ในการจัดหมวดหมู่ของหอยสกุล Fiolopaludina โดยการเปรียบเทียบ รูปร่างของเปลือก ลักษณะทางกายวิภาค และการตรวจสอบเอ็นไซม์โดยวิธีอิเล็กโตรโฟริซีส.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพรัช ทาบสีแพร . 2541. "การศึกษาความสัมพันธ์ในการจัดหมวดหมู่ของหอยสกุล Fiolopaludina โดยการเปรียบเทียบ รูปร่างของเปลือก ลักษณะทางกายวิภาค และการตรวจสอบเอ็นไซม์โดยวิธีอิเล็กโตรโฟริซีส".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ไพรัช ทาบสีแพร . "การศึกษาความสัมพันธ์ในการจัดหมวดหมู่ของหอยสกุล Fiolopaludina โดยการเปรียบเทียบ รูปร่างของเปลือก ลักษณะทางกายวิภาค และการตรวจสอบเอ็นไซม์โดยวิธีอิเล็กโตรโฟริซีส."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ไพรัช ทาบสีแพร . การศึกษาความสัมพันธ์ในการจัดหมวดหมู่ของหอยสกุล Fiolopaludina โดยการเปรียบเทียบ รูปร่างของเปลือก ลักษณะทางกายวิภาค และการตรวจสอบเอ็นไซม์โดยวิธีอิเล็กโตรโฟริซีส. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
