ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการ ติดต่อโรคของสมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรค

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการ ติดต่อโรคของสมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรค
นักวิจัย : ธารารัตน์ ดวงแข
คำค้น : แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ , การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดต่อโรค , สมาชิกในครัวเรือน ผู้ป่วยวัณโรค , HEALTH BELEF MODEL , PREVENTIVE BEHAVIOR , HOUSEHOLD MEMBERS
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42814
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยเชิงบรรยายครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ความเชื่อด้านสุขภาพ ปัจจัยลักษณะประชากร ได้แก่ เพศ อายุ รายได้ การศึกษา อาชีพ ลักษณะการสัมผัสโรค และการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดต่อโรคของสมาชิกในครัวเรือน ผู้ป่วยวัณโรค กลุ่มตัวอย่างเป็นสมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรคที่มาพร้อมผู้ป่วย ในการรับยาครั้งที่สอง ที่ตึกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลโรคทรวงอก จังหวัดนนทบุรี จำนวน 165 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น โดยใช้ แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพของโรเซ็นสต๊อก เบคกอร์และไมแมน (Rosenstock, 1974

Becker & Maiman, 1974) เป็นกรอบทฤษฎี และแบบสัมภาษณ์การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการ ติดต่อวัณโรคที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นจากการทบทวนวรรณกรรม ผลการวิจัยพบว่า แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพของสมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรค โดยรวมคะแนนเฉลี่ยค่อนไปทางต่ำเล็กน้อย มีค่า 98.93 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 12.96 แต่การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดต่อวัณโรคโดยรวมคะแนนเฉลี่ยค่อนไปทางสูงเล็กน้อย มีค่า 47.53 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 6.68 และพบว่าแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวมและ รายด้าน ลักษณะประชากร ได้แก่ ระยะเวลาในการศึกษาและรายได้ มีความสัมพันธ์ทางบวก อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดต่อโรคของสมาชิกในครัวเรือน ผู้ป่วยวัณโรคโดยรวม แต่ปัจจัยลักษณะประชากรด้าน เพศ อาชีพ และลักษณะการสัมผัสโรค มีความสัมพันธ์ทางลบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดต่อโรคของ สมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรคโดยรวม และเมื่อวิเคราะห์การถดถอยแบบชั้นเดียวพบว่า ความเชื่อด้านสุขภาพโดยรวมสามารถทำนายการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการติดต่อโรคของสมาชิก ในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรคโดยรวมได้ร้อยละ 33 (F(,1,164)=80.89, p<.001) ผู้วิจัย มีข้อเสนอแนะว่า พยาบาลควรนำผลการวิจัยมาเป็นแนวทางในการวางแผนให้ความรู้แก่ ญาติผู้ป่วยวัณโรค เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันวัณโรคไม่ให้แพร่กระจายเชื้อในบุคคล ใกล้ชิดต่อไป

บรรณานุกรม :
ธารารัตน์ ดวงแข . (2541). ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการ ติดต่อโรคของสมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรค.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธารารัตน์ ดวงแข . 2541. "ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการ ติดต่อโรคของสมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรค".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
ธารารัตน์ ดวงแข . "ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการ ติดต่อโรคของสมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรค."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
ธารารัตน์ ดวงแข . ความสัมพันธ์ระหว่างแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพกับการปฏิบัติตนเพื่อป้องกันการ ติดต่อโรคของสมาชิกในครัวเรือนผู้ป่วยวัณโรค. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.