ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การคัดเลือกและศึกษาลักษณะของแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติย่อยน้ำมันดิบในประเทศไทย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การคัดเลือกและศึกษาลักษณะของแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติย่อยน้ำมันดิบในประเทศไทย
นักวิจัย : กุลวดี ทองภูเบศร์
คำค้น : การบำบัดทางชีวภาพ , ไฮโดรคาร์บอน , โรงกลั่นน้ำมัน , น้ำมันดิบ , การย่อยสลายทางชีวภาพ , BIOREMEDIATION HYDROCARBON REFINERY CRUDE OIL BIODEGRADATION
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2541
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42744
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

ในการศึกษาความสามารถในการย่อยน้ำมันดิบของเชื้อจุลินทรีย์ ซึ่งแยกได้จาก สิ่งแวดล้อม จำนวน 127 ชนิด โดยคัดเลือกในอาหาร Bushnell Haas (BH) ที่มี น้ำมันดิบ Tapis 1% และตรวจวิเคราะห์ปริมาณไฮโดรคาร์บอนที่ลดลงโดยใช้ capillary gas chromatography และการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ด้วยวิธี plate count พบว่า กลุ่มที่มีประสิทธิภาพสูงคือ M14 เมื่อนำ M14 มาศึกษาการย่อยน้ำมันดิบโดยใช้ BH broth ที่มีน้ำมันดิบ Tapis 0.5% พบว่า สามารถลดปริมาณไฮโดรคาร์บอนทั้งหมดและ C9-C33 hydrocarbon ได้ 69% และ 86% ภายในเวลา 1 วัน และ 76% และ 94% เมื่อครบ 4 วันตามลำดับ ที่ 30 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม การเจริญของ M14 ลดลงอย่าง รวดเร็วเมื่อ pH ลดลงจาก pH 7 เป็น 5 จึงได้ทำการปรับ pH ให้อยู่ระหว่าง 6-7 พบว่าปริมาณไฮโดรคาร์บอนถูกย่อยสลายได้ดีขึ้น เมื่อนำ M14 มาแยกและจำแนกเชื้อ พบว่าประกอบด้วยแบคทีเรีย 7 ชนิด โดยมี M14-07 ~i(Acinetobacter baumanii)~i และ M14-01 ~i(Pseudomonas aeruginosa)~i ในปริมาณมาก และมีประสิทธิภาพในการย่อย ดีตามลำดับ ในการศึกษาประสิทธิภาพการย่อยน้ำมันดิบของ M14-07 ที่เลี้ยงร่วมกับ M14-01 (mixed culture) เปรียบเทียบกับกลุ่มเชื้อจากบ่อบำบัดของโรงกลั่นน้ำมันบางจาก และ ยีสต์ MU15Y ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีรายงานว่ามีประสิทธิภาพในการย่อยน้ำมันดิบได้ดี พบว่า ให้ผลการย่อยที่ไม่แตกต่างกัน ที่ระดับความเชื่อมั่น 95% นอกจากนั้น เมื่อศึกษาการย่อย alkane ชนิดต่างๆ ใน mixed hydrocarbons พบว่า ผลการย่อยเรียงลำดับก่อนหลัง และมากน้อยดังนี้ straight short chain alkane, long chain alkane, และ branched chain ตามลำดับ เมื่อทำการปรับสภาวะในการเลี้ยงเชื้อเพื่อให้ย่อยน้ำมันดิบได้ดีที่สุด ได้ค่าต่างๆ ดังนี้: pH 8, ความเข้มข้นของน้ำมันดิบ Tapis 0.5% ที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส ความเข้มข้นไนโตรเจนและฟอสฟอรัสเป็น 2.5 และ 5.0 g/l ตามลำดับ พบว่า ปริมาณ ไฮโดรคาร์บอนทั้งหมด และปริมาณไฮโดรคาร์บอนหลัก ลดลงประมาณ 93.5% และ 99.5% ภายในเวลา 4 วัน และในการศึกษาการบำบัดน้ำเสียโดยใช้น้ำเสียจากโรงกลั่นน้ำมันดิบ บางจากเป็นอาหารเลี้ยงเชื้อ โดยการเติมเชื้อร่วมกับการเติมสารอาหาร (2.5 g/l N และ 0.5 g/l P) พบว่าประสิทธิภาพในการย่อยน้ำมันดิบสูงกว่าการบำบัดน้ำเสียที่ไม่เติม จุลินทรีย์ หรือเติมอาหาร ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

บรรณานุกรม :
กุลวดี ทองภูเบศร์ . (2541). การคัดเลือกและศึกษาลักษณะของแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติย่อยน้ำมันดิบในประเทศไทย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กุลวดี ทองภูเบศร์ . 2541. "การคัดเลือกและศึกษาลักษณะของแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติย่อยน้ำมันดิบในประเทศไทย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
กุลวดี ทองภูเบศร์ . "การคัดเลือกและศึกษาลักษณะของแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติย่อยน้ำมันดิบในประเทศไทย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print.
กุลวดี ทองภูเบศร์ . การคัดเลือกและศึกษาลักษณะของแบคทีเรียที่มีคุณสมบัติย่อยน้ำมันดิบในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.