| ชื่อเรื่อง | : | การเพิ่มพลังอำนาจต่อการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสทิงพระ จังหวัดสงขลา |
| นักวิจัย | : | อุรา สุวรรณรักษ์ |
| คำค้น | : | การเพิ่มพลังอำนาจ , การดูแลสุขภาพตนเอง , ผู้ป่วยโรคเบาหวาน , EMPOWERMENT , SELF CARE , DIABETIC PATIENTS |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42589 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โรคเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง นอกจากการรักษาแล้วผู้ป่วยจะต้องมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยในหลายๆ ด้านเช่น การควบคุมอาหาร การรับประทานยา การรักษาสุขภาพอนามัยของร่างกาย และการมาตรวจตามนัด แม้ว่าก่อนหน้านี้ได้มีผู้ศึกษา ทดลองเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมมาหลายรูปแบบ แต่ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัย ได้ประยุกต์แนวคิดการเพิ่มพลังอำนาจ เพื่อให้ผู้ป่วยมีการรับรู้ความสามารถของตนเอง ในการดูแลสุขภาพ การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง เพื่อศึกษาการเพิ่มพลังอำนาจต่อการ ดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ที่มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลสทิงพระ จังหวัดสงขลา ระหว่างเดือน มกราคม 2539 ถึงเดือนมิถุนายน 2539 จำนวน 60 คน นำมาจับคู่ตาม เพศ อายุ ระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารเช้า แล้วจึงแบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ กลุ่มละ 30 คน กลุ่มทดลองได้รับแนวคิดการเพิ่มพลังอำนาจ โดยใช้กระบวนการให้คำ ปรึกษาทางสุขภาพรายบุคคล 1 ครั้ง ใช้เวลา 1 ชั่วโมง และการให้คำปรึกษาทาง สุขภาพแบบกลุ่ม 2 ครั้ง ใช้เวลาครั้งละ 2 ชั่วโมง ส่วนกลุ่มเปรียบเทียบได้รับคำแนะ ตามปกติจากแพทย์และพยาบาล 3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน เครื่องมือที่ใช้ในการ เก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสัมภาษณ์ผู้ป่วยโรคเบาหวานและเครื่องมือในการทดลอง คือ แบบแผนการใช้แนวคิดการเพิ่มพลังอำนาจ และสมุดบันทึกสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบ โดยการใช้ X(+,c)(2)-test, paired t-test และ t-test ผลการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มทดลองมีความรู้เรื่องโรคเบาหวาน ดีกว่าก่อนการ ทดลอง และดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .01) ในด้านการรับรู้ ความสามารถในการดูแลสุขภาพตนเอง ผู้ป่วยกลุ่มทดลอง มีการรับรู้ความสามารถในการ ดูแลสุขภาพตนเอง ดีกว่าก่อนการทดลองและดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ (P < .01) ในด้านการปฏิบัติการดูแลสุขภาพตนเอง ผู้ป่วยกลุ่มทดลองมีการปฏิบัติ การดูแลสุขภาพตนเอง ดีกว่าก่อนการทดลองและดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (P < .01) และเมื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารเช้าพบว่า ผู้ป่วย กลุ่มทดลอง มีระดับน้ำตาลในเลือดก่อนอาหารเช้าลดลงมากกว่าก่อนการทดลอง และ ลดลงมากกว่ากลุ่มเปรียบเทียบอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (P < .01) จากการศึกษานี้ แสดงว่าการนำแนวคิดการเพิ่มพลังอำนาจ มาประยุกต์ใช้ร่วมกับกระบวนการให้คำปรึกษา ทางสุขภาพทั้งรายบุคคลและแบบกลุ่ม ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ ให้ สอดคล้องกับวิถีการดำเนินชีวิตของผู้ป่วย น่าจะมีช่วยส่วนให้ผู้ป่วยสามารถควบคุม ระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ ซึ่งกลวิธีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับผู้ป่วย โรคเรื้อรังอื่นๆ ได้ |
| บรรณานุกรม | : |
อุรา สุวรรณรักษ์ . (2541). การเพิ่มพลังอำนาจต่อการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสทิงพระ จังหวัดสงขลา.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อุรา สุวรรณรักษ์ . 2541. "การเพิ่มพลังอำนาจต่อการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสทิงพระ จังหวัดสงขลา".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อุรา สุวรรณรักษ์ . "การเพิ่มพลังอำนาจต่อการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสทิงพระ จังหวัดสงขลา."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. อุรา สุวรรณรักษ์ . การเพิ่มพลังอำนาจต่อการดูแลสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรงพยาบาลสทิงพระ จังหวัดสงขลา. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
