| ชื่อเรื่อง | : | การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมป้องกันโรคไข้เลือดออกของกลุ่มแม่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี |
| นักวิจัย | : | ศิวรา เธียระวิบูลย์ |
| คำค้น | : | ไข้เลือดออก , การป้องกัน , กลุ่มแม่บ้าน , DENGUE HAEMORRHAGIC FEVER , PREVENTIVE , HOUSE-WIFE GROUP |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42500 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ไข้เลือดออกเป็นโรคติดเชื้อที่ยังเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย เนื่องจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพฤติกรรมการป้องกัน โรคไข้เลือดออกกลุ่มแม่บ้าน ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในครอบครัวที่ดูแลกลุ่มเสี่ยง ซึ่งมีอายุต่ำกว่า 14 ปี การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสุขศึกษาในพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกของ กลุ่มแม่บ้าน โดยประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจในการป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม มาเป็นแนวทางกำหนดกิจกรรม ซึ่งประกอบด้วยการอภิปรายกลุ่ม การรณรงค์ การจัด นิทรรศการ และการกระตุ้นเตือนด้วยจดหมายและรถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ กลุ่มตัวอย่าง เป็นแม่บ้านที่มีบุตรอายุตั้งแต่ 14 ปีลงมา อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 120 คน เป็นกลุ่มทดลอง 57 คน ที่ได้รับกิจกรรมตามโปรแกรมสุขศึกษาที่กำหนดไว้ 9 สัปดาห์ และกลุ่มเปรียบเทียบ 63 คน รวบรวมข้อมูล โดยการใช้แบบสัมภาษณ์ทำการ เก็บรวบรวมข้อมูล 3 ครั้ง คือ ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง และระยะติดตามผล ผลการวิจัยพบว่า หลังการทดลอง และระยะติดตามผลกลุ่มทดลองมีการรับรู้ความ รุนแรงของโรคไข้เลือดออกมีการรับรู้โอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคไข้เลือดออก มีความ คาดหวังในความสามารถของตนเอง มีความคาดหวังในประสิทธิผลของการตอบสนอง มีความ ตั้งใจที่จะมีพฤติกรรมและมีพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกดีกว่ากลุ่มทดลอง และดีกว่ากลุ่มเปรียบเทียบแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และพบว่าการรับรู้ โอกาสเสี่ยงไม่มีความสัมพันธ์กับความตั้งใจที่จะมีพฤติกรรมป้องกันโรค ส่วนการรับรู้ ความรุนแรง ความคาดหวังในความสามารถของตนเอง ความคาดหวังในประสิทธิผลของการ ตอบสนองมีความสัมพันธ์กับความตั้งใจที่จะมีพฤติกรรมป้องกันโรค และความคาดหวังที่จะมี พฤติกรรมป้องกันโรคมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออกอย่างมีนัย สำคัญทางสถิติ อายุ ระดับการศึกษา และรายได้ครอบครัวพบว่าไม่มีความสัมพันธ์กับ พฤติกรรมการป้องกันโรคไข้เลือดออก จากผลการวิจัย แสดงว่า การจัดโปรแกรมสุขศึกษาโดยประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจ เพื่อป้องกันโรค ร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคม มีประสิทธิผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มตัวอย่างอื่นๆ ที่มีความคล้ายคลึงกับกลุ่มทดลองได้ |
| บรรณานุกรม | : |
ศิวรา เธียระวิบูลย์ . (2541). การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมป้องกันโรคไข้เลือดออกของกลุ่มแม่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิวรา เธียระวิบูลย์ . 2541. "การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมป้องกันโรคไข้เลือดออกของกลุ่มแม่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศิวรา เธียระวิบูลย์ . "การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมป้องกันโรคไข้เลือดออกของกลุ่มแม่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. ศิวรา เธียระวิบูลย์ . การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคร่วมกับแรงสนับสนุนทางสังคมในการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมป้องกันโรคไข้เลือดออกของกลุ่มแม่บ้าน อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
