| ชื่อเรื่อง | : | รูปแบบการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดพึ่งอินซูลิน |
| นักวิจัย | : | วัลลา ตันตโยทัย |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42351 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อ ศึกษารูปแบบและวิธีการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเอง ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดพึ่งอินซูลิน และประสิทธิผลของ การพัฒนาศักยภาพดังกล่าวต่อความเปลี่ยนแปลงของศักยภาพ ในการดูแลตนเองและภาวะสุขภาพของผู้ป่วย ผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดพึ่งอินซูลิน 28 ราย ที่เข้าร่วมในการวิจัยครั้งนี้ เป็นผู้ที่มารับการตรวจรักษาจากคลินิกโรคต่อมไร้ท่อ หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกอายุรกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาล รามาธิบดี เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการรับรู้ของผู้ป่วยเรื่อง โรค การรักษา และผลกระทบ พฤติกรรมการดูแลตนเองและ ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง โดยการสัมภาษณ์ระดับลึกและสังเกตแบบ มีส่วนร่วม ประเมินศักยภาพในการดูแลตนเองจากการรับรู้ สมรรถนะในการดูแลตนเอง และระดับความสามารถในการ ดูแลตนเอง ประเมินภาวะสุขภาพจากปริมาณฮีโมโกลบิน ที่มีน้ำตาลเกาะ (HbA(,1C) ดัชนีความหนาของร่างกาย จำนวนครั้งของการเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และความ รู้สึกผาสุก ระยะเวลาในกระบวนการพัฒนาศักยภาพของ ผู้ป่วยนาน 8 เดือน รูปแบบการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วย ที่ได้จากการวิจัย อาศัยการมีสัมพันธภาพและปฏิสัมพันธ์ เชิงบำบัดเป็นแก่นและพื้นฐานที่สำคัญ สำหรับวิธีการที่ใช้ พัฒนาศักยภาพของผู้ป่วยมี 11 วิธี ได้แก่ (1) ให้ข้อมูล และความรู้ (2) แนะนำ ชี้แนะ หรือให้แนวทาง (3) ส่งเสริมความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง (4) ประเมินภาวะสุขภาพ (5) ประสานการดูแลและ ความช่วยเหลือจากบุคลากรด้านสุขภาพ (6) สนับสนุนด้าน จิตและอารมณ์ (7) ช่วยเหลือในการจัดการกับความเจ็บ ป่วยที่แทรกแซง (8) จัดหาอุปกรณ์และเครื่องใช้ที่อำนวย ความสะดวกต่อการดูแลตนเอง (9) สอนทักษะการปฏิบัติ (10) พัฒนาศักยภาพของครอบครัวในการดูแลผู้ป่วย (11) ส่งเสริมสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ป่วยและครอบครัว เมื่อสิ้นสุดการวิจัยพบว่าผู้ป่วยมีการรับรู้สมรรถนะ ในการดูแลตนเองโดยรวม ในการควบคุมอาหาร และการ ใช้อินซูลินสูงกว่าเมื่อเริ่มการวิจัยอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ ระดับความสามารถในการดูแลตนเองเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะ ในเรื่องการควบคุมอาหาร การใช้อินซูลิน และการป้องกัน และแก้ไขภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ปริมาณฮีโมโกลบินที่มี น้ำตาลเกาะลดลงต่ำกว่าของเดือนที่ 4 อย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติ ผู้ป่วยที่ควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีมากและดี มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ตลอดการวิจัยดัชนีความหมายของ ร่างกายของผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในระดับปกติ และพอยอมรับได้ นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยมีความรู้สึกผาสุกเพิ่มมากขึ้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา ศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วย ประกอบด้วยปัจจัยส่วน บุคคลได้แก่แรงจูงใจ ระดับสติปัญญาและวุฒิภาวะ ความ สามารถในการเฝ้าติดตามและตรวจสอบภาวะน้ำตาลใน เลือด ประสบการณ์ความเจ็บป่วยที่ผ่านมา ภาวะสุขภาพ และความเจ็บป่วยในปัจจุบัน ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ บริบทการดำรงชีวิต ระบบครอบครัว ระบบบริการสุขภาพ และทัศนคติของสังคมต่อการฉีดยาด้วยตนเอง การอภิปรายผลการวิจัยเชื่อมโยงความรู้ตามแนวคิด ในทฤษฎีของโอเรม และการพัฒนาศาสตร์ทางการพยาบาล เสนอแนะการนำผลการวิจัยไปใช้ในการจัดบริการสำหรับ ผู้ป่วยเบาหวาน การจัดการศึกษาทางการพยาบาล การบริหาร และการวิจัย |
| บรรณานุกรม | : |
วัลลา ตันตโยทัย . (2540). รูปแบบการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดพึ่งอินซูลิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัลลา ตันตโยทัย . 2540. "รูปแบบการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดพึ่งอินซูลิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วัลลา ตันตโยทัย . "รูปแบบการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดพึ่งอินซูลิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. วัลลา ตันตโยทัย . รูปแบบการพัฒนาศักยภาพในการดูแลตนเองของผู้ป่วยเบาหวาน ชนิดพึ่งอินซูลิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
