ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ
นักวิจัย : สุณีย์ กัลยะจิตร
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2540
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42388
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา การตรวจวัด ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีการเป่าลมหายใจ ด้วยเครื่อง Breath Analyzer ชนิดพกพา ใน 3 เครื่อง จากแต่ละบริษัท คือ 1. เครื่องรุ่น PBA 3000 2. เครื่องรุ่น ALCO-SENSOR IV และ 3. เครื่องรุ่น SL-400 รวมทั้งความเหมาะสมของการใช้งาน ของเครื่อง Breath Analyzer และแนวโน้มของบุคคลที่ตรวจพบ แอลกอฮอล์ในลมหายใจ โดยทำการสัมภาษณ์และตรวจวัดระดับ แอลกอฮอล์ในลมหายใจจากผู้ขับขี่ยานพาหนะจากการสุ่มตรวจ จำนวน 285 ราย ณ จุดตรวจของตำรวจจราจรกลาง ในช่วง เวลา 22.00-01.00 น. ทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ เป็นเวลา 4 เดือน จาก 12 สี่แยก ในเขตกรุงเทพมหานคร การวิเคราะห์ข้อมูลโดย โปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับการ วิจัย (SPSS) การวิเคราะห์จากสถิติแบบ Oneway ANOVA และ การเปรียบเทียบด้วย LSD (Least Significant Difference) ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ของการตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ใน เลือดโดยวิธีการเป่าลมหายใจ ด้วยเครื่อง Breath Analyzer ชนิดพกพา ทั้ง 3 เครื่อง ของกลุ่มที่ตรวจพบแอลกอฮอล์ในลมหายใจ จากผู้ขับขี่ยานพาหนะ ผลของการศึกษาปรากฎดังนี้คือ 1. กลุ่มตัวอย่างที่ได้ทำการเก็บข้อมูล 285 คน จากผลการ ตรวจระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ พบ เพศชาย 242 คน (84.9%) เพศหญิง 43 คน (15.1%) สามารถแยกได้เป็น กลุ่มที่ตรวจไม่พบ แอลกอฮอล์ในลมหายใจจำนวน 183 คน และกลุ่มที่ตรวจพบ แอลกอฮอล์ในลมหายใจ จำนวน 102 คน ในกลุ่มตัวอย่างที่ ตรวจพบแอลกอฮอล์ในลมหายใจนี้ พบว่าเป็นกลุ่มคนโสด ร้อยละ 76.5 โดยเป็นเพศชาย ร้อยละ 83.3 และเพศหญิง ร้อยละ 16.7 กลุ่มนี้มีอายุอยู่ระหว่าง 20-29 ปี ร้อยละ 35.8 และพบว่ามีระดับ การศึกษาจบชั้นมัธยมศึกษา ร้อยละ 29.4 โดยมีรายได้มากกว่า 10,000 บาทขึ้นไป ถึงร้อยละ 45.1 ในกลุ่มตัวอย่างนี้จะเป็น ผู้ขับขี่ที่ใช้รถนั่งส่วนบุคคล ร้อยละ 43.1% รองลงมาเป็น รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 31.4% รถสามล้อเครื่อง ร้อยละ 10.8% รถแทกซี่ ร้อยละ 8.8% และรถบรรทุก ร้อยละ 5.9% 2. กลุ่มที่ตรวจพบแอลกอฮอล์ในลมหายใจแบ่งเป็น 2 กลุ่มย่อยคือ2.1 กลุ่มที่ตรวจพบแอลกอฮอล์ในลมหายใจน้อยกว่า 50 mg% จำนวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 58.92.2 กลุ่มที่ตรวจพบแอลกอฮอล์ในลมหายใจมากกว่า 50 mg% จำนวน 42 คน คิดเป็นร้อยละ 41.1 3. มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการวัด ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด โดยวิธีการเป่าลมหายใจ ด้วยเครื่อง Breath Analyzer ชนิดพกพา ทั้ง 3 เครื่อง ของกลุ่มที่ ตรวจพบแอลกอฮอล์ในลมหายใจจากผู้ขับขี่ยานพาหนะ- มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการวัดระดับ แอลกอฮอล์ในเลือดระหว่างเครื่องรุ่น PBA 3000 และ เครื่องรุ่น ALCO-SENSOR IV (ค่าความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ 0.05)- มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการวัดระดับ แอลกอฮอล์ในเลือดระหว่างเครื่องรุ่น PBA 3000 และ เครื่องรุ่น SL-400 (ค่าความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ 0.05)- ไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติของการวัดระดับ แอลกอฮอล์ในเลือดระหว่างเครื่องรุ่น ALCO-SENSOR IV และ เครื่อง รุ่น SL-400 (ค่าความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ 0.05)ผลที่ได้จากการศึกษาวิจัยครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า การใช้ เครื่อง Breath Analyzer ชนิดพกพา สามารถวัดระดับแอลกอฮอล์ ในเลือดจากลมหายใจได้จริงและได้ค่าที่เชื่อถือได้

บรรณานุกรม :
สุณีย์ กัลยะจิตร . (2540). การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุณีย์ กัลยะจิตร . 2540. "การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สุณีย์ กัลยะจิตร . "การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print.
สุณีย์ กัลยะจิตร . การตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือดโดยวิธีเป่าลมหายใจ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.