| ชื่อเรื่อง | : | พฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรวัยขวบปีแรกของมารดาที่พาบุตร มารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต |
| นักวิจัย | : | ชูศรี ติ้วสกุล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2540 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=42024 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | วัยทารกตั้งแต่แรกเกิด - 1 เป็นวัยที่เด็กยังไม่ สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ต้องอาศัยผู้อื่นในการดำรง ชีวิต ตลอดจนมีอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคและอัตราตาย สูงกว่ากลุ่มประชากรอื่น ดังนั้น ถ้ามารดามีพฤติกรรมการ เลี้ยงดูที่ถูกต้อง ตอบสนองความต้องการของเด็กในภาวะ ที่มีสุขภาพดี และเมื่อเจ็บป่วยก็สามารถที่จะลดอัตราป่วย และอัตราตายของทารกลงได้ ซึ่งการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุ ประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของมารดา ด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการดูแล เบื้องต้นเมื่อบุตรเจ็บป่วย และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง ปัจจัยด้านมารดาและครอบครัวมีพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตร ของมารดา กลุ่มตัวอย่างเป็นมารดาเด็กวัยขวบปีแรกที่พา บุตรมารับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต จำนวน 300 คน เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสัมภาษณ์ พฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรวัยขวบปีแรกของมารดา วิเคราะห์ หาความสัมพันธ์ของตัวแปรโดยใช้ค่าไคสแควร์ ผลการ วิจัยสรุปดังต่อไปนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 20 - 25 ปี จบการศึกษาชั้นประถมศึกษา เป็นแม่บ้านหรือทำงานในบ้าน มีรายได้ 3,000 - 6,000 บาท/เดือน ลักษณะครอบครัว เดี่ยว และร้อยละ 59.3 ของบุตรของกลุ่มตัวอย่างได้รับ การวินิจฉัยว่าเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ และร้อยละ 72 เคยมีประวัติการเจ็บป่วยในอดีต ในด้านพฤติกรรม การเลี้ยงดูบุตรของกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 95 อยู่ในเกณฑ์ ที่เหมาะสม และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านจะพบว่า พฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของมารดาด้านการส่งเสริมสุขภาพ ร้อยละ 72 อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ด้านการป้องกันโรค ร้อยละ 65 อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม และการดูแลเบื้องต้น เมื่อเจ็บป่วย ร้อยละ 97.7 อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม การหาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยด้านมารดาและ ครอบครัวกับพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของมารดา พบว่า รายได้ครอบครัวมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเลี้ยงดู บุตรของมารดาทั้งโดยรวม ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ด้านการป้องกันโรค อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.01, .05, และ .05 ตามลำดับ) และระดับการศึกษามีความ สัมพันธ์กับพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของมารดาด้านการ ป้องกันโรคอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ (p<.01) ส่วนอายุ อาชีพของมารดา ลักษณะครอบครัวมีความสัมพันธ์ กับพฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรของมารดาทั้งโดยรวมและ รายด้านอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p>.05) ผลการศึกษาครั้งนี้ ถึงแม้ว่ามารดาส่วนมากจะมี พฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมแต่มี พฤติกรรมบางเรื่องที่ปฏิบัติไม่ถูกต้อง ได้แก่ การใช้ ผ้าอ้อมเปื้อนปัสสาวะเช็ดทำความสะอาดบริเวณช่องปาก การให้บุตรหลีกเลี่ยงจากบริเวณที่มีควันไฟหรือควันบุหรี่ ขณะอาเจียนไม่ได้จับบุตรตะแคงหน้าไปทางใดทางหนึ่ง และหลังอาเจียนไม่ได้เช็ดทำความสะอาดบริเวณช่องปาก และการให้บุตรดื่มน้ำเกลือแร่เมื่อบุตรมีอาการท้องเสีย ดังนั้น พยาบาลควรต้องตระหนักถึงความสำคัญของการ ให้คำแนะนำแก่มารดา โดยเฉพาะในกลุ่มมารดาที่มี การศึกษาต่ำหรือรายได้ครอบครัวต่ำ และกลุ่มที่บุตรเคย มีประวัติการเจ็บป่วยในอดีต โดยอาจสอนเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม หรือใช้สื่อการสอนประเภทต่าง ๆ ร่วมด้วย และในการศึกษาครั้งต่อไป ควรศึกษาผลการให้คำแนะนำ แก่มารดาที่มีบุตรป่วยด้วยโรคติดเชื้อ และติดตามการ กลับเป็นซ้ำของโรค |
| บรรณานุกรม | : |
ชูศรี ติ้วสกุล . (2540). พฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรวัยขวบปีแรกของมารดาที่พาบุตร มารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชูศรี ติ้วสกุล . 2540. "พฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรวัยขวบปีแรกของมารดาที่พาบุตร มารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ชูศรี ติ้วสกุล . "พฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรวัยขวบปีแรกของมารดาที่พาบุตร มารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2540. Print. ชูศรี ติ้วสกุล . พฤติกรรมการเลี้ยงดูบุตรวัยขวบปีแรกของมารดาที่พาบุตร มารับการรักษาที่โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2540.
|
