| ชื่อเรื่อง | : | การตรวจหาความผิดปกติของยีนด้วยเทคนิครีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น |
| นักวิจัย | : | วรรณรัตน์ แซ่ชั่น |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41992 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | ปัจจุบันความสามารถในการตรวจวินิจฉัยโรคทางพันธุกรรม ของมนุษย์ในระดับอณูดีเอ็นเอมีความเป็นไปได้สูง เนื่องจากการ พัฒนาเทคนิคในการตรวจมีความก้าวหน้าและพัฒนาการตรวจได้ รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการตรวจหาความผิดปกติ ของยีนที่มีการกลายพันธุ์แบบการกลายพันธุ์เฉพาะตำแหน่ง เทคนิคที่รวดเร็วและช่วยในการตรวจหาชนิดการกลายพันธุ์ หลายชนิดโดยการตรวจวินิจฉัยเพียงครั้งเดียว คือ เทคนิค รีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น หลักการของเทคนิคนี้ จะทำโดยการตรึงชุดของตัวตรวจจับ (oligonucleotide probes) หลายๆ ชนิดให้อยู่บนแผ่นเมมเบรนประจุลบ แล้ว นำดีเอ็นเอของผู้ป่วยที่เพิ่มจำนวนอณูดีเอ็นเอในหลอดทดลอง ด้วยปฏิกริยาลูกโซ่ โดยใช้เอ็นไซม์ดีเอ็นเอโพลีเมอเรส (พีซีอาร์) แล้วมาไฮบริไดซ์ (hybridize) กับตัวตรวจจับ บนเมมเบรนดังกล่าว เนื่องจากดีเอ็นเอของผู้ป่วยที่เพิ่ม จำนวนขึ้นมานี้มีนิวคลีโอทัยด์ที่เชื่อมอยู่กับไบโอติน (biotin) ทำให้สามารถทดสอบการพันเกลียวของดีเอ็นเอได้ โดยการ ทำปฏิกริยากับเอ็นไซม์อัลคาไลน์ฟอสฟาเตส (alkaline phosphatase) เกิดเป็นจุดสีขึ้น วิธีนี้ทำให้ทราบชนิดของ การกลายพันธุ์ของยีนโดยการทดสอบเพียงครั้งเดียว เทคนิค ดังกล่าวได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจหาชนิดการกลาย พันธุ์ของยีนเบต้า-ธาลัสซีเมีย เบต้า-ธาลัสซีเมีย เป็นกลุ่มโรคทางกรรมพันธุ์ที่มี ความบกพร่องในการสังเคราะห์สายโปรตีนเบต้า-โกลบิน ในประเทศไทย เบต้า-ธาลัสซีเมียและฮีโมโกลบินผิดปกติ เนื่องจากสายเบต้า-โกลบิน เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ ของประชากร และปัจจุบันพบลักษณะการกลายพันธุ์ที่ทำให้ เกิดโรคเบต้า-ธาลัสซีเมียมากกว่า 20 ชนิด ฉะนั้น ในการ ศึกษาครั้งนี้ได้พัฒนาแถบแผ่นเมนเบรนรีเวอร์ส ดอท บลอท ที่สามารถตรวจหาชนิดการกลายพันธุ์ของยีนเบต้า-ธาลัสซีเมีย จำนวน 17 ชนิด รวมทั้งฮีโมโกลบินผิดปกติชนิดฮีโมโกลบิน อี อีกด้วย จากการศึกษายีนเบต้า-ธาลัสซีเมียทั้งหมด 103 ยีน สามารถตรวจพบชนิดการกลายพันธุ์ของยีนเบต้า-ธาลัสซีเมีย จำนวน 12 ชนิด เป็นชนิดที่พบได้บ่อยในประเทศไทย 4 ชนิด คือ การขาดหายไปของนิวคลีโอทัยด์ 4 ตัว ที่รหัสสำหรับ กรดอะมิโนตำแหน่งที่ 41 และ 42, การเกิดรหัสหยุด สังเคราะห์โปรตีนของกรดอะมิโนตำแหน่งที่ 17, การแทนที่ จากนิวคลีโอทัยด์ไซโตซีนเป็นนิวคลีโอทัยด์ไทมีนที่ตำแหน่ง 654 ในดีเอ็นเอที่แทรกระหว่างเนื้อยีนเบต้า-โกลบิน ส่วนที่ 2 และการแทนที่จากนิวคลีโอทัยด์อะดีนีนเป็น นิวคลีโอทัยด์กัวนีนที่ตำแหน่งนิวคลีโอทัยด์ -28 ในส่วน ควบคุมการทำงานของยีน ความชุกชุมของการกลายพันธุ์ ทั้ง 4 ชนิด พบได้ในสัดส่วนร้อยละ 40.8, 17.5, 11.7 และ 6.8 โดยลำดับ สำหรับการกลายพันธุ์ชนิดอื่นๆ ได้แก่ การเกิดรหัสหยุดสังเคราะห์โปรตีนของกรดอะมิโนตำแหน่ง ที่ 35, การแทนที่จากนิวคลีโอทัยด์กัวนีนเป็นนิวคลีโอทัยด์ไทมีน ที่ตำแหน่ง 1 ในดีเอ็นเอที่แทรกระหว่างเนื้อยีนเบต้า-โกลบิน ส่วนที่ 1, การแทรกเพิ่มของนิวคลีโอทัยด์ 1 ตัว ระหว่าง รหัสสำหรับกรดอะมิโนตำแหน่งที่ 71 และ 72, การแทนที่ จากนิวคลีโอทัยด์อะดีนีนเป็นนิวคลีโอทัยด์กัวนีน ของรหัส สำหรับกรดอะมิโนตำแหน่งที่ 19, การแทนที่จากนิวคลีโอทัยด์ กัวนีนเป็นนิวคลีโอทัยด์ไซโตซีนที่ตำแหน่ง 5 ในดีเอ็นเอที่ แทรกระหว่างเนื้อยีนเบต้า-โกลบินส่วนที่ 1, การแทรกเพิ่ม ของนิวคลีโอทัยด์ 1 ตัวระหว่างรหัสสำหรับกรดอะมิโน ตำแหน่งที่ 27 และ 28, การเกิดรหัสหยุดสังเคราะห์โปรตีน ของกรดอะมิโนตำแหน่งที่ 43 และการขาดหายไปของ นิวคลีโอทัยด์ 1 ตัวที่กรดอะมิโนตำแหน่งที่ 41 ทั้งหมดนี้ มีการตรวจพบในสัดส่วนที่ต่ำ และ เบต้า-ธาลัสซีเมียอีก 12 ยีน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.7 ยังไม่พบชนิดของการ กลายพันธุ์เมื่อศึกษาด้วยเทคนิครีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น เบต้า-ธาลัสซีเมียทั้ง 12 ยีนที่ยังไม่ทราบชนิดการ กลายพันธุ์ได้นำมาทำการศึกษาต่อด้วยเทคนิคพีซีอาร์ที่ เฉพาะเจาะจง และการหาลำดับนิวคลีโอทัยด์ด้วยเครื่อง วิเคราะห์ลำดับนิวคลีโอทัยด์อัตโนมัติ ทำให้พบชนิดการ กลายพันธุ์ของยีนเบต้า-ธาลัสซีเมียอีก 6 ชนิด คือ ชนิด ที่มีการแหว่งหายไปของยีนเบต้า-โกลบิน จำนวน 3.5 กิโลเบส, การแทนที่จากนิวคลีโอทัยด์ไซโตซีนเป็นนิวคลีโอทัยด์กัวนีน ที่ตำแหน่งนิวคลีโอทัยด์-86, การแทนที่จากนิวคลีโอทัยด์ กัวนีนเป็นนิวคลีโอทัยด์อะดีนีนที่ตำแหน่ง 1 ในดีเอ็นเอที่ แทรกระหว่างเนื้อยีนเบต้า-โกลบินส่วนที่ 1 และ การขาด หายไปของนิวคลีโอทัยด์ 8 ตัว ที่รหัสสำหรับกรดอะมิโน ตำแหน่งที่ 123 และ 125 ซึ่ง 4 ชนิดดังกล่าวเคยมี รายงานว่าเคยพบในคนไทยมาก่อน ส่วนอีก 2 ชนิดที่ยังไม่เคย มีรายงานว่าเคยพบในประเทศไทยคือ การแทนที่จากนิวคลีโอทัยด์ กัวนีนเป็นนิวคลีโอทัยด์อะดีนีน ของรหัสสำหรับกรดอะมิโน ตำแหน่งที่ 30 และการแทนที่จากนิวคลีโอทัยด์ไทมีนเป็น นิวคลีโอทัยด์กัวนีนของรหัสสำหรับกรดอะมิโนตำแหน่งที่ 126 นอกจากนี้ยังได้นำ เทคนิครีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น ไปประยุกต์ใช้เพื่อตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด ของทารกในครรภ์ที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย 2 ราย, เป็นพาหะของฮีโม-โกลบิน อี 1 ราย และ อีก 1 ราย ทารกเป็นโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย 2 ราย, เป็นพาหะของฮีโม- โกลบิน อี 1 ราย และอีก 1 ราย ทารกเป็นโรคเบต้า-ธาลัสซีเมีย โดยสรุปเทคนิครีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น เป็นวิธีการ ตรวจหาชนิดการกลายพันธุ์ของยีนเบต้า-ธาลัสซีเมียในคนไทยที่ รวดเร็ว ถูกต้อง แม่นยำ และมีประโยชน์ในการตรวจวินิจฉัย ก่อนคลอดของทารกในครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ |
| บรรณานุกรม | : |
วรรณรัตน์ แซ่ชั่น . (2539). การตรวจหาความผิดปกติของยีนด้วยเทคนิครีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรรณรัตน์ แซ่ชั่น . 2539. "การตรวจหาความผิดปกติของยีนด้วยเทคนิครีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วรรณรัตน์ แซ่ชั่น . "การตรวจหาความผิดปกติของยีนด้วยเทคนิครีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. วรรณรัตน์ แซ่ชั่น . การตรวจหาความผิดปกติของยีนด้วยเทคนิครีเวอร์ส ดอท บลอท ไฮบริไดเซชั่น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
