ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของสารเร่งการดูดซึมต่อการแทรกซึมผ่านผิวหนังของ เอสตราไดออล โดยวิธีภายนอกร่างกาย

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของสารเร่งการดูดซึมต่อการแทรกซึมผ่านผิวหนังของ เอสตราไดออล โดยวิธีภายนอกร่างกาย
นักวิจัย : นรินทร์ จันทร์ศรี
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2539
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41755
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

เอสตราไดออลได้ถูกนำมาศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นตำรับยา สำหรับใช้เฉพาะที่ ประสิทธิภาพในการแทรกซึมผ่านผิวหนังของ เอสตราไดออลจากตำรับต่างๆ ได้รับการประเมินโดยวิธีภายนอก ร่างกายจากการศึกษาการแทรกซึมของตัวยาผ่านผิวหนังลูกหมูแรก เกิดที่อุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส โดยอุปกรณ์ที่ดัดแปลงมาจาก Franzs diffusion cell การศึกษาก่อนการพัฒนาตำรับ ได้แก่ การหาค่าการละลายของเอสตราไดออลในตัวทำละลาย ชนิดต่างๆ อาทิ ethanol, propylene glycol, isopropyl myristate, dioxan และ polyethylene glycol 400 และ การหาระบบตัวทำละลายของเอสตราไดออล ที่มีประสิทธิภาพในการ นำยาแทรกซึมผ่านผิวหนัง ได้ถูกศึกษาเพื่อเป็นข้อมูลในการพัฒนา ตำรับเอสตราไดออลสำหรับใช้เฉพาะที่ สารละลายเอสตราไดออล 0.12% ในระบบตัวทำละลายที่ศึกษาได้ถูกเตรียมขึ้นและถูกนำไป ประเมินประสิทธิภาพในการแทรกซึมของตัวยาผ่านผิวหนังโดยวิธี ภายนอกร่างกาย โดยมีส่วนผสมของ dioxan และ PEG 400 ในอัตราส่วน 70:30 เป็นสารละลาย receptor ในการศึกษา เนื่องจากมันมีความสามารถในการละลายเอสตราไดออล และมี อัตราการระเหยต่ำ ระบบตัวทำละลายที่มีประสิทธิภาพในการนำ ตัวยาแทรกซึมผ่านผิวหนังถูกนำมาใช้เป็นสารเร่งการดูดซึมใน ตำรับเอสตราไดออลเข้มข้น 0.06%-0.12% ในรูปแบบของครีม หรือเจล การแทรกซึมผ่านผิวหนังของตำรับดังกล่าวถูกประเมิน โดยวิธีภายนอกร่างกาย ข้อมูลที่ได้จะถูกนำมาวิเคราะห์เพื่อหา ค่าสัมประสิทธิ์ของการซึมผ่านโดยใช้สมการจากกฎการแพร่ของ Fick และเพื่อเป็นการศึกษาเปรียบเทียบ ผลิตภัณฑ์เอสตราไดออลเจล ในท้องตลาดคือ Oestrogel(...) ได้ถูกนำมาประเมินประสิทธิภาพ ด้วยวิธีเดียวกันนี้ จากการศึกษาพบว่าการแทรกซึมของยาผ่านผิวหนังจะขึ้น อยู่กับชนิดและความเข้มข้นของสารเร่งการดูดซึมที่ใช้ การศึกษา ก่อนการพัฒนาตำรับพบว่าระบบตัวทำละลายของ PG/EtOH และ IPM/EtOH ที่อัตราส่วนต่างๆ ระหว่าง 50:50 ถึง 80:20 มี ประสิทธิภาพในการเร่งการแทรกซึมของตัวยาผ่านผิวหนัง โดย PG และ IPM จะเป็นตัวช่วยให้เอสตราไดออลสามารถแทรกซึม เข้าสู่ผิวหนัง ในขณะที่ EtOH ทำหน้าที่ละลายตัวยา และยังพบ ว่าตำรับเอสตราไดออลเจลซึ่งมี EtOH 15%-50% ร่วมกับ PG 20%-50% และตำรับเอสตราไดออลครีมซึ่งมี EtOH 15% ร่วมกับ PG 30%-50% หรือร่วมกับ IPM 50% เป็นตำรับใช้เฉพาะที่ของ เอสตราไดออลซึ่งมีการแทรกซึมของยาสูง โดยพบว่า PG มี ประสิทธิภาพในเร่งการแทรกซึมของยาเหนือกว่า IPM เนื่องจาก ตัว PG สามารถทำหน้าที่ทั้งช่วยการแทรกซึมของตัวยาเข้าสู่ ผิวหนัง และละลายตัวยาไปพร้อมๆ กัน ในขณะที่ IPM จะทำ หน้าที่เฉพาะช่วยการแทรกซึมของตัวยาเท่านั้น นอกจากนี้ยัง พบว่าตำรับเอสตราไดออลในรูปแบบของครีมมีการแทรกซึมสูงกว่า ในรูปแบบของเจลหรือสารละลาย ทั้งนี้น่าจะเนื่องจากการเกิด occlusive และผลของสารลดแรงตึงผิวในครีม ทำให้ผิวหนัง บริเวณทายาเกิด hydration และมีแรงตึงผิวลดลง ซึ่งส่งผล ให้การแทรกซึมของเอสตราไดออลจากรูปแบบครีมสูงกว่าใน รูปแบบอื่น

บรรณานุกรม :
นรินทร์ จันทร์ศรี . (2539). ผลของสารเร่งการดูดซึมต่อการแทรกซึมผ่านผิวหนังของ เอสตราไดออล โดยวิธีภายนอกร่างกาย.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นรินทร์ จันทร์ศรี . 2539. "ผลของสารเร่งการดูดซึมต่อการแทรกซึมผ่านผิวหนังของ เอสตราไดออล โดยวิธีภายนอกร่างกาย".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นรินทร์ จันทร์ศรี . "ผลของสารเร่งการดูดซึมต่อการแทรกซึมผ่านผิวหนังของ เอสตราไดออล โดยวิธีภายนอกร่างกาย."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print.
นรินทร์ จันทร์ศรี . ผลของสารเร่งการดูดซึมต่อการแทรกซึมผ่านผิวหนังของ เอสตราไดออล โดยวิธีภายนอกร่างกาย. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.