| ชื่อเรื่อง | : | ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการเรียนรู้ แบบการเรียนและ การจัดการเรียนการสอนกับความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญานของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข |
| นักวิจัย | : | เสาวภา เด็ดขาด |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41458 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัย ด้านผู้เรียน ได้แก่ ลักษณะการเรียนรู้แบบการเรียน และการจัดการเรียนการสอนของครูว่ามีลักษณะอย่างไร และมีส่วนที่ส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญานของนักศึกษาพยาบาลหรือไม่เพียงใด โดย ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยต่าง ๆ และหาปัจจัย ที่สามารถพยากรณ์ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาน ของนักศึกษาพยาบาลได้ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา คือ นักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 จำนวน 368 คน ปีการศึกษา 2538 จากวิทยาลัยพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 6 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา อุตรดิตถ์ พุทธชินราช สุราษฎร์ธานี นครราชสีมาและ วิทยาลัยพยาบาลศรีมหาสารคาม เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ แบบสอบถาม และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS เพื่อหาค่าสถิติพื้นฐานของตัวแปรต่าง ๆ และ วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของตัวแปรโดยใช้สถิติ ไค-สแควร์ และค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน ตลอดจนสร้าง สมการพยากรณ์ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาน ของนักศึกษาพยาบาล โดยการวิเคราะห์ถดถอยพหุแบบ ขั้นตอน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1.นักศึกษาพยาบาลมีการยึดลักษณะการเรียนรู้ ขั้นสรุปแนวคิดนามธรรมมากที่สุด (X(-) = 27.02) รองลงมาคือ ขั้นการรับรู้ประสบการณ์เชิงรูปธรรม การ ทดลองปฏิบัติจริงและขั้นการสังเกตอย่างไตร่ตรอง (X(-) = 26.58 25.32 และ 24.91) ตามลำดับ 2. นักศึกษาพยาบาลมีแบบการเรียนแบบปรับปรุง มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 29.9 รองลงมาคือแบบดูดซึม แบบเอกนัยและแบบอเนกนัย โดยคิดเป็นร้อยละ 28.3 21.2 และ 20.7 ตามลำดับ 3. การจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมความสามารถ ในการคิดอย่างมีวิจารณญาน ตามการรับรู้ของนักศึกษา พยาบาลพบว่า ส่วนใหญ่ให้ความเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (X(-) = 3.22) เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า การจัด การเรียนการสอนเน้นการสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด (X(-) = 3.55) รองลงมาคือ การจัดการเรียนการสอน ที่สร้างสรรค์ ยืดหยุ่น และการให้โอกาสทดลองปฏิบัติ (X(-) = 3.40 3.18 และ 2.87) ตามลำดับ 4. ความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญานของ นักศึกษาพยาบาลอยู่ในระดับปานกลาง (X(-) = 42.28) และมีคะแนนเฉลี่ยของความสามารถย่อยด้านการอนุมาน ต่ำที่สุด (X(-) = 5.51) ความสามารถในการยอมรับ ข้อตกลงเบื้องต้น สูงที่สุด (X(-) = 11.58) รองลงมา คือความสามารถในการแปลความ นิรนัยและการยอมรับข้อ ตกลงเบื้องต้น (X(-) = 8.70 8.37 และ 8.13 ตามลำดับ) 5. ลักษณะการเรียนรู้ขั้นการสรุปแนวคิดนามธรรม และขั้นการสังเกตอย่างไตร่ตรอง มีความสัมพันธ์เชิงนิมาน กับการจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น การจัดการเรียนการสอน ที่สร้างสรรค์ การจัดการเรียนการสอนที่สนับสนุนการเปลี่ยน แปลง และการจัดการเรียนการสอนโดยรวมอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติและการเรียนรู้ขั้นการทดลองปฏิบัติจริงมีความ สัมพันธ์เชิงนิมานกับการจัดการเรียนการสอนที่ยืดหยุ่น การ จัดการเรียนการสอนที่สร้างสรรค์ การจัดการเรียนการสอน ที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง การจัดการเรียนการสอนที่ให้ โอกาสทดลองปฏิบัติ การจัดการเรียนการสอนโดยรวม อย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ 6. แบบการเรียนไม่มีความสัมพันธ์กับการจัดการเรียน การสอน 7. ลักษณะการเรียนรู้ขั้นการสรุปแนวคิดนามธรรมและ ขั้นการสังเกตอย่างไตร่ตรองมีความสัมพันธ์เชิงนิมานกับ ความสามารถในการยอมรับข้อตกลงเบื้องต้น อย่างมีนัย สำคัญทางสถิติ และพบว่าการเรียนรู้ขั้นการทดลองปฏิบัติจริง มีความสัมพันธ์เชิงนิมานกับความสามารถในการยอมรับข้อตกลง เบื้องต้น และความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญานอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ 8. แบบการเรียนไม่มีความสัมพันธ์กับความสามารถ ในการคิดอย่างมีวิจารณญาน 9. การจัดการเรียนการสอนไม่มีความสัมพันธ์กับความ สามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาน แต่พบว่าการจัดการเรียน การสอนที่ยืดหยุ่น การจัดการเรียนการสอนที่สร้างสรรค์ การจัดการเรียนการสอนโดยรวมมีความสัมพันธ์เชิงนิเสธกับ ความสามารถในการอนุมานอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมี ความสัมพันธ์เชิงนิมานกับความสามารถในการยอมรับข้อตกลง เบื้องต้น อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และการจัดการเรียน การสอนที่สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงมีความสัมพันธ์เชิงนิเสธ กับความสามารถในการอนุมาน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ 10. ไม่มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างแบบการเรียนในการส่งผล ต่อความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาน 11. ตัวแปรด้านลักษณะการเรียนรู้ แบบการเรียนและ การจัดการเรียนการสอนโดยรวมไม่สามารถทำนายความสามารถ ในการคิดอย่างมีวิจารณญานของนักศึกษาพยาบาลได้ แต่พบว่า การจัดการเรียนการสอนย่อยด้านความยืดหยุ่นสามารถทำนายความ สามารถย่อยด้านการอนุมานและการยอมรับข้อตกลงเบื้องต้น ได้ดีที่สุด โดยสามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงของคะแนนความ สามารถทั้งสองด้าน ได้ร้อยละ 2.6 และ 1.9 ตามลำดับ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าลักษณะการเรียนรู้ขั้น การสรุปแนวคิดนามธรรม การสังเกตอย่างไตร่ตรอง และการ ทดลองปฏิบัติจริง มีความสำคัญต่อการจัดการเรียนการสอนที่ ส่งเสริมความสามารถในการคิดอย่างมีวิจารณญาน และความ สามาถในการคิดอย่างมีวิจารณญาน นอกจากนี้การจัดการเรียน การสอนทั้ง 4 ด้าน โดยเฉพาะการจัดการเรียนการสอนที่ ยืดหยุ่นนั้น มีความสำคัญต่อการพัฒนาความสามารถในการคิด อย่างมีวิจารณญานของนักศึกษาพยาบาลเพื่อผลิตพยาบาลวิชาชีพ ที่มีความรู้ ความสามารถในการคิดตัดสินใจ ดังนั้นในการ ส่งเสริมให้นักศึกษาพยาบาลให้มีความสามารถในการคิดอย่าง มีวิจารณญาน ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญประการหนึ่งของการ ศึกษาพยาบาล จะต้องคำนึงถึงปัจจัยเหล่านี้ด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
เสาวภา เด็ดขาด . (2539). ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการเรียนรู้ แบบการเรียนและ การจัดการเรียนการสอนกับความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญานของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เสาวภา เด็ดขาด . 2539. "ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการเรียนรู้ แบบการเรียนและ การจัดการเรียนการสอนกับความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญานของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เสาวภา เด็ดขาด . "ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการเรียนรู้ แบบการเรียนและ การจัดการเรียนการสอนกับความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญานของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. เสาวภา เด็ดขาด . ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะการเรียนรู้ แบบการเรียนและ การจัดการเรียนการสอนกับความสามารถในการคิดอย่างมี วิจารณญานของนักศึกษาพยาบาลชั้นปีที่ 4 วิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
