| ชื่อเรื่อง | : | การเปรียบเทียบประสิทธิผลการคัดกรองผู้ติดเชื้อมาลาเรีย เขตมาลาเรียชุกชุมด้วยเทคนิค PCR, วิธี Acridine Orange/ Interference Filter System และการย้อมสียิมซ่า |
| นักวิจัย | : | ปิยะพร หวังรุ่งทรัพย์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41449 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การคัดกรองผู้ติดเชื้อมาลาเรียภาคสนามด้วยการ ทำฟิล์มโลหิตแบบหนาที่ย้อมด้วยสียิมซ่าต้องทำการตรวจสไลด์ จำนวนมาก ต้องใช้เวลาในตรวจนาน และตรวจได้ครั้งละ ไม่มาก เนื่องจากการตรวจสไลด์จำนวนมากจะเกิดความล้า จึงอาจเกิดความผิดพลาดและความล่าช้าในการตรวจวินิจฉัย การหาวิธีการตรวจใหม่ ๆ เพื่อแก้ปัญหาของการตรวจคัดกรอง ด้วยวิธีเดิม จึงเป็นงานวิจัยที่น่าจะเกิดประโยชน์ในการค้นหา ผู้ติดเชื้อในกลุ่มประชาชนที่ไม่แสดงอาการของโรค แต่เสี่ยง ต่อการติดเชื้อมาลาเรียสูง ดังนั้น การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติของเทคนิค PCR และวิธี AO/IFS กับการย้อมด้วยสียิมซ่า โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงพรรณนา ชนิดตัดขวาง ทำการศึกษาประชากรทุกคนใน 2 หมู่บ้าน ของตำบลแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก ระหว่าง เดือนมิถุนายน ถึงเดือนกันยายน 2537 ซึ่งมีประชากรทั้งสิ้น 767 คน โดยทำการเจาะเลือดวัดอุณหภูมิและสัมภาษณ์ผู้ถูก เจาะเลือดทุกคน ผลการศึกษาพบว่าการคัดกรองผู้ติดเชื้อ มาลาเรียด้วยเทคนิค PCR วิธี AO/IFS และการย้อมสียิมซ่า มีอัตราการติดเชื้อร้อยละ 4.30, 2.35 และ 3.52 ตามลำดับ ซึ่งให้ผลการตรวจทั้ง 3 วิธีแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05) การตรวจหาเชื้อมาลาเรีย ด้วยเทคนิค PCR และวิธี AO/IFS โดยมีการย้อมสียิมซ่า เป็นการทดสอบมาตรฐาน มีค่าความไว เท่ากับร้อยละ 77.78 และ 22.20 และมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ส่วนค่าความจำเพาะ, ความแม่นยำ และความ สามารถในการทำนายโรคเมื่อผลเป็นบวกมีค่าใกล้เคียงกัน ความไวของการตรวจหาเชื้อชนิด P. falciparum และ P. vivax ด้วยเทคนิค PCR และวิธี AO/IFS เท่ากับร้อยละ 87.70 และ 20.00 กับ 63.63 และ 25.00 ตามลำดับ และมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) เทคนิค PCR สามารถค้นหาผู้ติดเชื้อมาลาเรียได้แม่นยำและ รวดเร็วกว่าวิธี AO/IFS ซึ่งเหมาะกับงานการคัดกรองผู้ ติดเชื้อในกลุ่มประชากรทั่วไปที่ไม่แสดงอาการของโรคและ มีเชื้อมาลาเรียจำนวนต่ำกว่า 100 ตัวต่อ 200 เม็ด เลือดขาว จึงควรนำมาพิจารณาประยุกต์ใช้กับงานค้นหา ผู้ป่วยทางตรง การสำรวจ หรือใช้แบ่งพื้นที่ในการควบคุม ไข้มาลาเรีย ด้านความสัมพันธ์ระหว่างผู้มีอาการคล้ายมาลาเรีย ก่อนเจาะเลือด 7-10 วัน และอาการไข้ขณะเจาะเลือดกับ ผู้ที่ติดเชื้อมาลาเรียมีความแตกต่างกันอย่างไมีมีนัยสำคัญ ทางสถิติ (p>0.05) และความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรม การป้องกันกับการติดเชื้อมาลาเรีย พบว่าการยอมรับการพ่น สารดีดีทีในบ้านของเจ้าหน้าที่มาลาเรีย การมีและการ ใช้มุ้ง รวมทั้งการนำมุ้งไปใช้เวลาไปค้างแรมนอกบ้าน และ การใช้ยาทากันยุงเวลาเข้าป่ามีความแตกต่างกันระหว่าง ประชาชนผู้ติดเชื้อและผู้ไม่ติดเชื้อมาลาเรียอย่างไม่มีนัย สำคัญทางสถิติ (p>0.05) ทั้งนี้ต้องอาศัยปัจจัยด้าน พฤติกรรมสุขภาพของชาวบ้านร่วมด้วย จึงควรให้สุขศึกษา แนะนำและอธิบายเน้นเรื่องการมีมุ้งและการใช้มุ้งอย่าง ถูกต้องเพื่อป้องกันการสัมผัสกับยุงก่อนเวลาเข้านอน |
| บรรณานุกรม | : |
ปิยะพร หวังรุ่งทรัพย์ . (2539). การเปรียบเทียบประสิทธิผลการคัดกรองผู้ติดเชื้อมาลาเรีย เขตมาลาเรียชุกชุมด้วยเทคนิค PCR, วิธี Acridine Orange/ Interference Filter System และการย้อมสียิมซ่า.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยะพร หวังรุ่งทรัพย์ . 2539. "การเปรียบเทียบประสิทธิผลการคัดกรองผู้ติดเชื้อมาลาเรีย เขตมาลาเรียชุกชุมด้วยเทคนิค PCR, วิธี Acridine Orange/ Interference Filter System และการย้อมสียิมซ่า".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ปิยะพร หวังรุ่งทรัพย์ . "การเปรียบเทียบประสิทธิผลการคัดกรองผู้ติดเชื้อมาลาเรีย เขตมาลาเรียชุกชุมด้วยเทคนิค PCR, วิธี Acridine Orange/ Interference Filter System และการย้อมสียิมซ่า."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. ปิยะพร หวังรุ่งทรัพย์ . การเปรียบเทียบประสิทธิผลการคัดกรองผู้ติดเชื้อมาลาเรีย เขตมาลาเรียชุกชุมด้วยเทคนิค PCR, วิธี Acridine Orange/ Interference Filter System และการย้อมสียิมซ่า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
