| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษา 16S rRNA gene ของเชื้อวัณโรค |
| นักวิจัย | : | คล้ายอัปสร พงศ์รพีพร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41330 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | 16S rRNA เป็นส่วนประกอบของไรโบโซม ทำหน้าที่เกี่ยวกับ การสังเคราะห์โปรตีนในเซลล์ โครงการนี้ได้ทำการศึกษาความเป็น ไปได้ในการนำยีนของ 16S rRNA มาใช้ในการตรวจหาเชื้อวัณโรค ในห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ยีนของ 16S rRNA ในเชื้อวัณโรค (M. tuberculosis) และเชื้อมัยโคแบคทีเรียอื่นที่อยู่ในกลุ่ม เดียวกัน (TB Complex : M. tuberculosis, M. bovis, M. africanum, M. microti) ได้ถูกวิเคราะห์หาลำดับเบสที่มี ความจำเพาะต่อเชื้อเหล่านี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อมัยโคแบคทีเรีย อื่น หรือเชื้อแบคทีเรียอื่น ยีนของ 16S rRNA ได้ถูกเพิ่มจำนวน ในหลอดทดลองและวิเคราะห์หาลำดับเบสโดยตรงด้วยวิธีพีซีอาร์ (PCR) เชื้อมัยโคแบคทีเรียที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับเชื้อวัณโรค ได้ ถูกวิเคราะห์หาลำดับเบสเฉพาะที่ปลายข้าง 5 ของยีน เพราะ เป็นบริเวณที่น่าจะพบเบสที่เป็นลักษณะเฉพาะของเชื้อในกลุ่มของ เชื้อวัณโรค เนื่องจากวัณโรคที่พบในประเทศ ส่วนใหญ่เกิดจาก การติดเชื้อ M.tuberculosis เพราะฉะนั้นสำหรับเชื้อนี้ ลำดับเบสของยีน 16S rRNA ได้ถูกวิเคราะห์หมดทั้งสายทั้งใน สายพันธ์อ้างอิง (M.tuberculosis H(,37) Rv (Japan)) และสายพันธุ์ที่ได้จากผู้ป่วยในประเทศจำนวน 8 สายพันธุ์ จาก การวิเคราะห์ในครั้งนี้ และจากรายงานอื่นๆ พบว่าลำดับเบส ในยีนนี้ เหมือนกันหมดในกลุ่มของเชื้อวัณโรค แต่มีความ แตกต่างที่เป็นลักษณะเฉพาะของเชื้อกลุ่มนี้ เมื่อเทียบกับมัยโคแบค ทีเรียอื่น หรือแบคทีเรียอื่น ส่วนสายพันธุ์ที่ได้จากผู้ป่วยใน ประเทศ มีความแตกต่างจากสายพันธุ์อ้างอิง เพียงสองสาม ตำแหน่ง มีรายงานว่าลำดับเบสนอกยีนที่ปลายข้าง 5 และ ปลายข้าง 3 มีความจำเพาะต่อเชื้อแต่ละตัว ดังนั้นจึงได้ สังเคราะห์ Primer ขึ้นจากบริเวณนี้และบริเวณในยีน Primer เหล่านี้ จำนวนทั้งหมดสี่คู่ได้ถูกนำมาใช้ร่วมกัน ในการตรวจ วิเคราะห์เชื้อในกลุ่มของเชื้อวัณโรค, M. kansasii และ M. avium เชื้อมัยโคแบคทีเรียสองตัวหลัง ก่อให้เกิดโรคที่มี ลักษณะอาการคล้ายคลึงกับเชื้อในกลุ่มของเชื้อวัณโรค และมัก พบในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ในผู้ป่วยเอดส์จากการ ใช้ Primer หลายคู่ (Multiplex PCR) ในการตรวจวิเคราะห์ พบว่าเชื้อมัยโคแบคทีเรียเหล่านี้ ให้ผลหลังพีซีอาร์แตกต่างกัน สามารถแยกจากกันได้ ยกเว้น M.tuberculosis, M.bovis และ M. bovis BCG ซึ่งให้ผลเหมือนกันแยกจากกันไม่ได้ มัยโคแบคทีเรียอื่นและแบคทีเรียอื่นให้ผลที่แตกต่างไปโดย สิ้นเชิง เมื่อใช้เทคนิคเดียวกันตรวจ เพราะฉะนั้นจากการ ศึกษาเบื้องต้น การใช้เทคนิคนี้ในการตรวจเชื้อมัยโคแบคทีเรีย ก่อโรคข้างต้น จึงน่าจะเป็นไปได้ แต่ยังต้องปรับปรุงความไว ของเทคนิค เพื่อให้นำไปใช้ตรวจตัวอย่างจากผู้ป่วยได้โดยตรง นอกจากนี้ยังได้มีการนำยีนของ 16S rRNA มาใช้เป็นดีเอ็นเอ ตรวจสอบ (DNA probe) หาจำนวนชุดของยีนไรโบโซมอลอาร์เอ็นเอ (rRNA operon) ในโครโมโซมของมัยโคแบคทีเรียด้วยวิธี ไฮบริไดเซชั่นแบบด็อทบล็อทและแบบเซาเทอร์น พบว่ามัยโคแบคทีเรีย ในกลุ่มโตเร็วมีจำนวนของยีนนี้เป็นสองเท่าของมัยโคแบคทีเรีย ที่โตช้า และมัยโคแบคทีเรียที่โตช้าน่าจะมียีนไรโบโซมอลอาร์เอ็นเอ (rRNA operon) เพียงชุดเดียวในโครโมโซม ในขณะที่มัยโคแบคทีเรีย ที่โตเร็วควรมียีนเหล่านี้เป็นสองชุดในโครโมโซม ดังที่เคยมีผู้ รายงานไว้ก่อนหน้านี้ |
| บรรณานุกรม | : |
คล้ายอัปสร พงศ์รพีพร . (2538). การศึกษา 16S rRNA gene ของเชื้อวัณโรค.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คล้ายอัปสร พงศ์รพีพร . 2538. "การศึกษา 16S rRNA gene ของเชื้อวัณโรค".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. คล้ายอัปสร พงศ์รพีพร . "การศึกษา 16S rRNA gene ของเชื้อวัณโรค."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. คล้ายอัปสร พงศ์รพีพร . การศึกษา 16S rRNA gene ของเชื้อวัณโรค. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
