ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ผลของการศึกษาเพื่อการสร้างพลังในโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุพรรณบุรี

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ผลของการศึกษาเพื่อการสร้างพลังในโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุพรรณบุรี
นักวิจัย : นิตยา เพ็ญศิรินภา
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2538
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41289
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การสูบบุหรี่นับเป็นสาเหตุการป่วยและตายของประชากร โลกที่สำคัญ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องป้องกันการสูบ บุหรี่ในเยาวชน โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นวัยที่มีการเริ่มสูบบุหรี่กันมาก รายงานการวิจัยเป็น จำนวนมากยืนยันว่าปัญหาการสูบบุหรี่ในเยาวชนเกี่ยวข้องกับ ปัจจัยด้านจิตวิทยาส่วนบุคคลและปัจจัยทางด้านสังคม โดยเฉพาะ อิทธิพลเพื่อนนับเป็นปัจจัยทางสังคมที่สำคัญที่เป็นตัวกำหนด พฤติกรรมการสูบบุหรี่ในเยาวชน จึงจำเป็นต้องมีการสร้าง พลังให้แก่เยาวชนเพื่อให้สามารถต้านทานอิทธิพลที่ชักนำให้ มีพฤติกรรมสูบบุหรี่ ผู้วิจัยได้สนใจที่จะศึกษาผลของการศึกษา เพื่อสร้างพลังในโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินผลการ เปลี่ยนแปลงด้านการนับถือตนเอง ความเชื่อในความสามารถ ต้านทานการสูบบุหรี่ ทัศนคติต่อการสูบบุหรี่ การมีส่วนร่วมใน กิจกรรมเพื่อการไม่สูบบุหรี่ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของ นักเรียน รวมทั้งศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสูบ บุหรี่ของนักเรียน รูปแบบการวิจัย คือ การวิจัยแบบกึ่งทดลอง กลุ่ม ตัวอย่างประกอบด้วยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ของ โรงเรียนในจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ได้รับการคัดเลือกแบบ เจาะจงให้เป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมจำนวน 962 คน ผู้นำนักเรียนจำนวน 48 คน ได้รับการคัดเลือกตามเกณฑ์จาก 12 ห้องเรียนในกลุ่มทดลอง ให้เข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตร การศึกษาเพื่อการสร้างพลังในการป้องกันการสูบบุหรี่ที่จัดโดย ผู้วิจัยและครูของโรงเรียนเป็นเวลา 5 วัน ผู้นำนักเรียนจะ ได้รับการพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น ทักษะการสื่อสาร การ แก้ปัญหา การทำงานกลุ่ม เป็นต้น รวมทั้งทักษะในการปฏิเสธ การสูบบุหรี่ มีการวางแผนกิจกรรมเพื่อการไม่สูบบุหรี่ให้แก่ เพื่อนร่วมชั้นและกิจกรรมในโรงเรียน ตลอดจนได้รับการ สนับสนุนให้มีการดำเนินงานตามแผนที่ได้วางไว้ภายหลัง การฝึกอบรม การประชุมระหว่างผู้นำนักเรียน ผู้วิจัยและ ครูอนามัย ได้ถูกกำหนดไว้เป็นระยะอย่างต่อเนื่องภายหลัง การฝึกอบรม เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแก้ไข ปัญหาร่วมกันในกลุ่มผู้นำนักเรียน การเก็บข้อมูลใช้วิธี "โบกัส ไพพ์ไลน์" โดยการเก็บ ตัวอย่างน้ำลาย (แต่ไม่ได้นำไปทดสอบ) ตามด้วยการให้ นักเรียนตอบแบบสอบถาม ร่วมกับการใช้แบบสำรวจพฤติกรรม การสูบบุหรี่โดยผู้แทนนักเรียน และมีการเก็บข้อมูลด้วยการ สังเกตและสัมภาษณ์กลุ่มผู้นำนักเรียน การเก็บข้อมูลกระทำ 3 ครั้ง คือ ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง 4 เดือน และ ติดตามผลในระยะ 8 เดือน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ X(2)-test, t-test, Z-test และ Discriminant Analysis ร่วมกับสถิติพรรณา ผลการวิจัยสรุปได้ว่า การศึกษาเพื่อการสร้างพลังใน โปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ มีผลทำให้การนับถือตนเอง ทัศนคติ ต่อการสูบบุหรี่ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมเพื่อการไม่สูบบุหรี่ ของผู้นำนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้งในระยะ หลังการทดลองและติดตามผล รวมทั้งสามารถป้องกันพฤติกรรม การสูบบุหรี่ในกลุ่มผู้นำนักเรียนได้ แต่ไม่พบว่าความเชื่อใน ความสามารถต้านทานการสูบบุหรี่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนผลการวิจัยในกลุ่มนักเรียนทั่วไป พบว่าภายหลังทดลอง นักเรียนในกลุ่มทดลองมีการนับถือตนเอง ความเชื่อในความ สามารถต้านทานการสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการสูบบุหรี่เป็น ประจำ เปลี่ยนแปลงไปในทางบวกมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ ในระยะติดตามผลพบว่ากลุ่มทดลองมี พฤติกรรมการสูบบุหรี่เป็นประจำต่ำกว่ากลุ่มควบคุมอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ แต่ทัศนคติต่อการสูบบุหรี่ในกลุ่มทดลอง มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางบวกน้อยกว่ากลุ่มควบคุมอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติ ผลการวิเคราะห์พบปัจจัย 7 ตัว ที่เป็นตัวกำหนด พฤติกรรมการสูบบุหรี่ของนักเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยการสูบบุหรี่ของเพื่อนสนิทเป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลสูงที่สุด รองลงมาได้แก่ ทัศนคติต่อการสูบบุหรี่ เพศ ความเชื่อใน ความสามารถต้านทานการสูบบุหรี่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระดับชั้นเรียน และค่าใช้จ่ายต่อวัน ตามลำดับ การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การศึกษาเพื่อการ สร้างพลังสามารถนำมาใช้ในโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ ในนักเรียน การฝึกอบรมผู้นำนักเรียนให้เป็นแกนนำและมี ส่วนร่วมในการป้องกันการสูบบุหรี่ นับเป็นกลวิธีสำคัญใน การแก้ปัญหาการสูบบุหรี่ โดยก่อให้เกิดกระแสการเคลื่อนไหว เพื่อการเปลี่ยนแปลงค่านิยมการไม่สูบบุหรี่ในกลุ่มนักเรียน กันเอง แต่การจัดโปรแกรมที่เน้นการสร้างพลังให้แก่นักเรียน จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่องจาก ผู้บริหาร ครู และนโยบายของโรงเรียน ซึ่งโปรแกรม ลักษณะดังกล่าวจะต้องดำเนินการในระยะยาวและการวัดผล ของโปรแกรมจำเป็นต้องใช้วิธีการประเมินเชิงคุณภาพร่วมด้วย สำหรับการศึกษาเกี่ยวกับกลวิธีในการสร้างพลังเพื่อการ ส่งเสริมสุขภาพในโรงเรียน ควรได้รับความสนใจทำวิจัย มากขึ้นในอนาคต

บรรณานุกรม :
นิตยา เพ็ญศิรินภา . (2538). ผลของการศึกษาเพื่อการสร้างพลังในโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุพรรณบุรี.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิตยา เพ็ญศิรินภา . 2538. "ผลของการศึกษาเพื่อการสร้างพลังในโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุพรรณบุรี".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิตยา เพ็ญศิรินภา . "ผลของการศึกษาเพื่อการสร้างพลังในโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุพรรณบุรี."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print.
นิตยา เพ็ญศิรินภา . ผลของการศึกษาเพื่อการสร้างพลังในโปรแกรมป้องกันการสูบบุหรี่ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น จังหวัดสุพรรณบุรี. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.