ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การคัดเลือกสายพันธุ์ Staphylococcus aureus และการผลิต โปรตีนเอเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้อง ปฏิบัติการ

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การคัดเลือกสายพันธุ์ Staphylococcus aureus และการผลิต โปรตีนเอเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้อง ปฏิบัติการ
นักวิจัย : นิตยา ธีระวัฒนสุข
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2537
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=40954
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

โปรตีนเอเป็นโปรตีนที่สร้างจาก Staphylococcus aureus ที่มีความสามารถในการจับกับ Fc portion ของ Immunollobulin ของคนและสัตว์ได้หลายชนิดจากความสามารถ นี้จึงมีการนำโปรตีนเอมาใช้ประโยชน์ในงานทางด้านอิมมูโน วิทยาและงานด้านอื่น ๆ เกี่ยวข้องกับทางการแพทย์อย่าง แพร่หลาย ปัจจุบันมีการผลิตน้ำยาในการตรวจวินิจฉัยและ รักษาที่นำเอาโปรตีนเอมาใช้เพิ่มขึ้น ทำให้โปรตีนเอเป็นที่ ต้องการของตลาดเพิ่มสูงขึ้นด้วย ดังนั้นในการศึกษาครั้งนี้ จึงมีวัตถุประสงค์ที่จะผลิตโปรตีนเอขึ้นมาใช้เอง โดยการ คัดเลือกสายพันธุ์ staphylococci ที่สามารถสร้างโปรตีนเอ ได้ในปริมาณมาก เพื่อนำมาใช้เป็นแหล่งในการผลิตโปรตีนเอ ต่อไป ในการคัดเลือกเชื้อที่สามารถสร้างโปรตีนเอได้นั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นการตรวจหาโปรตีนเอชนิดที่ ปล่อยออกนอกเซลล์ (Extracellular secreted protein A) โดยอาศัยหลักการที่โปรตีนเอสามารถจับกับ Immunoglobulin ของคนแล้วเกิด precipitin ทดสอบโดยการเลี้ยงเชื้อบน heart infusion agar ที่มีส่วนผสมของซีรั่มคนอยู่ 2% แล้วสังเกตุ precipitin halos ที่เกิดขึ้นรอบโคโลนีของ เชื้อ ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นการตรวจหาโปรตีนเอชนิดที่ยึด ติดกับผนังเซลล์ของเชื้อ (Cell-bound protein A) ด้วยพันธะโควาเลนซ์ โดยที่โปรตีนเอจะจับกับ Fc portion ของ Immunoblobulin กระต่ายที่เกาะอยู่บนเม็ดเลือด แดงแกะ (Sensitized sheep erythrocytes) แล้วทำ ให้เม็ดเลือดแดงเกาะกลุ่ม (Co-hemagglutination) ผลการศึกษาการคัดเลือกเชื้อที่แยกจากสิ่งส่งตรวจผู้ป่วย จำนวน 281 สายพันธุ์ พบว่าในกลุ่มของ coagulase positive staphylococci จำนวน 202 สายพันธุ์ สามารถสร้างโปรตีนเอ ได้ 93% โดยสร้างโปรตีนเอชนิดที่ปล่อยออกนอกเซลล์ 59.6% และโปรตีนเอที่ยึดติดกับผนังเซลล์ 86.1% สำหรับในกลุ่ม methicillin resistant Staphylococcus aureus (MRSA) จำนวน 79 สายพันธุ์ พบโปรตีนเอ 76% เป็นชนิด ที่ปล่อยออกนอกเซลล์ 72.2% และเป็นชนิดที่ยึดติดกับผนัง เซลล์ 48.1% ซึ่งในการคัดเลือกครั้งนี้พบ Staphylococcus aureus ที่สร้างโปรตีนเอแล้วปล่อยออกนอกเซลล์ได้ใน ปริมาณมาก 1 สายพันธุ์ (S-123) โดยสามารถสร้างโปรตีน เอแล้วปล่อยออกนอกเซลล์สูงถึง 170.5 นาโนกรัม ต่อเชื้อ 10(8) CFU การศึกษาการผลิตโปรตีนในครั้งนี้ได้ดัดแปลงเทคนิค พิเศษในการเลี้ยงเชื้อ (specialized cultivation technique) โดยการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อ (Brain heart infusion broth) ใส่ในถุงที่ยอมให้สารที่มีโมเลกุล ต่ำซึมผ่านเข้าออกได้ (cellophanebag) พบว่าเมื่อใช้ อาหารเบี้ยงเชื้อจำนวน 1 ลิตร เชื้อ staphylococci S-123 จะให้โปรตีนเอสูงถึง 35 มิลลิกรัม สำหรับการแยก โปรตีนเอจากเชื้อ staphylococci ให้บริสุทธิ์นั้น สามารถ ทำได้โดยใช้ affinity chromatography เพียงขั้นตอนเดียว ซึ่งจะได้โปรตีนเอที่บริสุทธิ์มากขึ้นถึง 137-149 เท่า และได้ผลผลิตสูงถึง 70-90% น้ำหนักโมเลกุลของโปรตีนเอ ที่สกัดได้คือ 41,000-42,000 ดาลตัน แต่เมื่อนำไปต้ม (2 นาที) พบว่าน้ำหนักโมเลกุลลดลงเป็น 38,000 และ 36,000 ดาลตัน เมื่อนำโปรตีนเอที่ผลิตขึ้นมาติดฉลากด้วย horseradish peroxidase เพื่อใช้แทน second antibody ในการตรวจวินิจฉัยโดย ELISA technique ซึ่งในการศึกษา นี้ได้เลือกการวินิจฉัยแยกโรคเมลิออยโดสิสเป็นแม่แบบ ในการศึกษา โดยทำการเปรียบเทียบผลกับ commercial rabbit anti-human Immunoglobulin-peroxidase conjugate ผลการศึกษาพบว่า การใช้โปรตีนเอที่เตรียม ขึ้นเองมาติดฉลากหรือการใช้แอนติบอดีย์ติดฉลากที่ซื้อจาก บริษัทให้ผลไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยัง พบว่าโปรตีนเอติดฉลากที่เตรียมขึ้นมานั้นมีความสามารถในการ ตรวจหาปริมาณ IgG ของคนได้ในปริมาณที่ต่ำถึง 28 นาโนกรัม นอกจากนี้ยังใช้โปรตีนเอที่เตรียมได้มาจับกับ Sepharose 4B เพื่อใช้ใน affinity chromatography สำหรับแยก IgG ให้บริสุทธิ์ พบว่าได้ผลผลิตสูงถึง 83% ในขณะที่วิธี ที่ใช้กันทั่วไปซึ่งมีขั้นตอนการทำให้ IgG บริสุทธิ์หลาย ขั้นตอนนั้นได้ผลผลิตเพียงแค่ 15.6% เมื่อประมาณค่าใช้จ่ายในการผลิตโปรตีนเอขึ้นใช้เอง โดยใช้เทคนิคการเลี้ยงเชื้อแบบพิเศษนี้ พบว่าโปรตีนเอ ที่ผลิตขึ้นเองมีราคาต้นทุนถูกมาก กล่าวคือ ค่าใช้จ่าย ในค่าสารเคมีและวัสดุที่ใช้ในการผลิตโปรตีนเอ 1 มิลลิกรัม มีราคาเพียง 22.30 บาท ในขระที่โปรตีนเอที่ซื้อมามี ราคาสูงถึง 600 บาท ต่อมิลลิกรัม

บรรณานุกรม :
นิตยา ธีระวัฒนสุข . (2537). การคัดเลือกสายพันธุ์ Staphylococcus aureus และการผลิต โปรตีนเอเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้อง ปฏิบัติการ.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิตยา ธีระวัฒนสุข . 2537. "การคัดเลือกสายพันธุ์ Staphylococcus aureus และการผลิต โปรตีนเอเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้อง ปฏิบัติการ".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
นิตยา ธีระวัฒนสุข . "การคัดเลือกสายพันธุ์ Staphylococcus aureus และการผลิต โปรตีนเอเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้อง ปฏิบัติการ."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print.
นิตยา ธีระวัฒนสุข . การคัดเลือกสายพันธุ์ Staphylococcus aureus และการผลิต โปรตีนเอเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในการตรวจวิเคราะห์ทางห้อง ปฏิบัติการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.