| ชื่อเรื่อง | : | ความชุกของไวรัสตับอักเสบ เอ แอนติเจน ในน้ำดื่ม น้ำใช้ และพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | วราภรณ์ พุ่มสุวรรณ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2537 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=40922 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | โรคไวรัสตับอักเสบ เอ เป็นปัญหาทางสาธารณสุขของ เกือบทุกภาคของโลก ทำให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจใน แต่ละปีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากโรคนี้จะมีวงจรการถ่ายทอด เชื้อเป็นแบบปากสู่ทวารหนัก (fecal-oral route) พื้นที่ ระบาดหรือกลุ่มเสี่ยงของโรคจะอยู่ในบริเวณที่มีความเป็นอยู่ หนาแน่น การสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมไม่ดี โดยเฉพาะในบริเวณ ที่มีการใช้น้ำดื่ม น้ำใช้อย่างไม่ถูกสุขลักษณะ จึงควรมีการศึกษา หาความชุกของไวรัสตับอักเสบ เอ ในน้ำดื่ม น้ำใช้ และ พฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง การ ศึกษาครั้งนี้ได้ศึกษาในชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา คือ ชุมชน จรัลวิถี 74 เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ระหว่างเดือน มิถุนายน ถึงพฤศจิกายน พ.ศ.2535 ทำการสัมภาษณ์แม่บ้าน ซึ่งถือเป็นตัวแทนของครัวเรือนเกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อ โรคไวรัสตับอักเสบ เอ จำนวน 75 ครัวเรือน และเก็บ ตัวอย่างน้ำดื่ม น้ำใช้ของครัวเรือนดังกล่าวที่ใส่อยู่ใน ภาชนะมาทำการตรวจหาแอนติเจน โดยวิธี Enzyme Immuno Assay (EIA) ผลการศึกษาพบว่ามีการปนเปื้อนแอนติเจนของ ไวรัสตับอักเสบ เอ ในน้ำดื่ม ที่ใส่ภาชนะ ร้อยละ 14.7 (11/75 ตัวอย่าง) โดยน้ำฝนมีการปนเปื้อนมากที่สุด ร้อยละ 33.3 (1/3 ตัวอย่าง) น้ำประปาที่ใส่ภาชนะปนเปื้อน ร้อยละ 17.0 (8/47 ตัวอย่าง) และน้ำกรองร้อยละ 8.0 (2/25 ตัวอย่าง) ส่วนน้ำใช้ที่ใส่ภาชนะพบการปนเปื้อน ร้อยละ 10.6 (8/75 ตัวอย่าง) น้ำจากก๊อกโดยตรง ปนเปื้อนน้อยที่สุด ร้อยละ 3.0 (1/33 ตัวอย่าง) น้ำประปา ที่ใส่ภาชนะสำหรับใช้ร้อยละ 19.4 (6/31 ตัวอย่าง) และ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาปนเปื้อนร้อยละ 9.1 (1/11 ตัวอย่าง) สำหรับพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนในชุมชน พบว่าส่วนใหญ่มี พฤติกรรมสุขภาพเกี่ยวกับสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ส่วนบุคคลไม่ถูกสุขลักษณะ จากผลการตรวจน้ำดื่มน้ำใช้ของครัวเรือน สามารถ แบ่งครัวเรือนออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีน้ำดื่มและ/หรือ น้ำใช้ปนเปื้อนแอนติเจน และกลุ่มที่ไม่มีการปนเปื้อน นำ ตัวแปรที่ศึกษาของ 2 กลุ่มมาวิเคราะห์ หาความสัมพันธ์ กับการปนเปื้อนแอนติเจนไวรัสตับอักเสบในน้ำโดยใช้ Odds ratio และ X(2)-test พบว่าปัจจัยที่มีความ สัมพันธ์กับการปนเปื้อน ได้แก่ วิธีการเก็บอาหารที่ปรุงสุกแล้ว (OR = 6.25, P = 0.01) และการล้างมือหลังถ่ายอุจจาระ (OR = 7.00, P = 0.002) จากการศึกษาครั้งนี้ มีข้อเสนอแนะ ว่าการให้สุขศึกษาในเรื่องของพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องแก่กลุ่ม แม่บ้านเป็นสิ่งที่ต้องปฏิบัติ เพื่อช่วยลดปัญหาการปนเปื้อน ของไวรัสตับอักเสบ เอ ในน้ำดื่มน้ำใช้ ซึ่งเป็นกลวิธีที่ สำคัญอันหนึ่งในการป้องกันและควบคุมโรคไวรัสตับอักเสบ เอ ร่วมกับการปรับปรุงสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อม |
| บรรณานุกรม | : |
วราภรณ์ พุ่มสุวรรณ . (2537). ความชุกของไวรัสตับอักเสบ เอ แอนติเจน ในน้ำดื่ม น้ำใช้ และพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วราภรณ์ พุ่มสุวรรณ . 2537. "ความชุกของไวรัสตับอักเสบ เอ แอนติเจน ในน้ำดื่ม น้ำใช้ และพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วราภรณ์ พุ่มสุวรรณ . "ความชุกของไวรัสตับอักเสบ เอ แอนติเจน ในน้ำดื่ม น้ำใช้ และพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2537. Print. วราภรณ์ พุ่มสุวรรณ . ความชุกของไวรัสตับอักเสบ เอ แอนติเจน ในน้ำดื่ม น้ำใช้ และพฤติกรรมเสี่ยงของประชาชนในชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2537.
|
