| ชื่อเรื่อง | : | ความคิดเห็นของประชาชนต่อการนำเทศบัญญํติเรื่องการบำบัด น้ำเสียมาบังคับใช้ ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ |
| นักวิจัย | : | จำรัส สังขวิเชียร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2538 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=41180 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษา ความคิดเห็นของประชาชนต่อการนำเทศบัญญัติเรื่องการ บำบัดน้ำเสียมาบังคับใช้ ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ โดยการสัมภาษณ์ กลุ่มประชากรตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบการ 210 คน และครัวเรือนทั่วไป 390 คน ตามแบบสัมภาษณ์ ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเอง ตามข้อบัญญัติเมืองพัทยาเรื่องการ บำบัดน้ำเสียในเขตเมืองพัทยา พ.ศ. 2530 เพื่อเก็บ ข้อมูลความคิดเห็น ความรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสีย ความ สามารถในการชำระค่าบำบัดน้ำเสียและข้อเสนอแนะต่าง ๆ และทำการวิเคราะห์ข้อมูล โดยโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับ วิจัยทางสังคมศาสตร์ (SPSS/PC(+) ผลการวิจัยพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการ ส่วนใหญ่เป็น เพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 51.9 ช่วงอายุที่พบมากที่สุดอยู่ ระหว่าง 21-30 ปี คิดเป็นร้อยละ 64.2 สถานภาพสมรส เป็นโสดมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 48.1 การศึกษาระดับ มัธยมศึกษาตอนต้นมากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 25.2 จำนวน สมาชิกเฉลี่ย 146 คนต่อสถานประกอบการ มีรายได้เฉลี่ย 46,846 บาท ต่อสถานประกอบการต่อเดือน แหล่งข่าวสาร เกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียที่ได้รับส่วนใหญ่ได้จากทาง โทรทัศน์คิดเป็นร้อยละ 80.9 ส่วนแหล่งข่าวสารมลพิษทาง น้ำส่วนใหญ่ได้จากทางวิทยุและโทรทัศน์คิดเป็นร้อยละ 83.6 ส่วนใหญ่ติดตามเหตุการณ์ข่าวสารนาน ๆ ครั้ง และมีความรู้ พื้นฐานในเรื่องมลพิษทางน้ำยังอยู่ในระดับต่ำ สำหรับกลุ่ม ครัวเรือนพบว่าส่วนใหญ่เป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 59.5 ช่วงอายุที่พบมากที่สุดอยู่ระหว่าง 21-30 ปี คิดเป็นร้อยละ 42.9 สถานภาพสมรสคู่คิดเป็นร้อยละ 45.6 การศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 30.5 จำนวนสมาชิกในครัวเรือน เฉลี่ย 5 คนต่อครัวเรือน มีรายได้เฉลี่ย 6,643 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ส่วนใหญ่ ได้รับข่าวสารเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียทางโทรทัศน์ คิดเป็นร้อยละ 82.4 ส่วนแหล่งข่าวสาร เรื่องมลพิษทาง น้ำได้จากหนังสือพิมพ์คิดเป็นร้อยละ 67.1 มีการติดตาม ข่าวสารนาน ๆ ครั้ง และมีความรู้พื้นฐานเรื่องมลพิษ ทางน้ำค่อนข้างต่ำเช่นเดียวกัน กลุ่มผู้ประกอบการและกลุ่มครัวเรือนทั่วไป มีความ คิดเห็นที่ดีต่อการนำเทศบัญญัติ เรื่องการบำบัดน้ำเสีย มาบังคับใช้ร้อยละ 95.3 และ 63.8 ตามลำดับ โดยที่ ระดับความคิดเห็นในแต่ละข้อของกลุ่มตัวอย่างทั้งสอง ไม่มีความแตกต่างกันและเมื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของ ความคิดเห็นระหว่างกลุ่มผู้ประกอบการและครัวเรือนทั่วไป พบว่าในกลุ่มเพศหญิงที่มีสถานภาพสมรสโสดและมีจำนวน สมาชิกในครัวเรือนระหว่าง 5-10 คน และมีรายได้ ระหว่าง 5,001-10,000 บาท ต่อเดือน มีความแตกต่าง กันในเรื่องความคิดเห็น, สำหรับความสัมพันธ์พบว่า ความรู้เรื่องการบำบัดน้ำเสียของผู้ประกอบการ และ สถานภาพสมรส ระดับการศึกษา อาชีพ การติดตามข่าวสาร มลพิษทางน้ำ ความรู้เรื่องมลพิษทางน้ำของกลุ่มครัวเรือน ทั่วไปมีความสัมพันธ์กับความคิดเห็นอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ (P<0.05) นอกจากนี้ยังพบว่าอัตราค่าบำบัดน้ำเสีย ที่สามารถจ่ายได้ของผู้ประกอบการ ประมาณ 81 บาทต่อเดือน กลุ่มครัวเรือนประมาณ 37 บาทต่อเดือน และวิธีการเก็บ เห็นควรออกเทศบัญญัติ คิดเป็นร้อยละ 47.6 และ 49.2 ตามลำดับ ส่วนเหตุผลของการออกเทศบัญญัติส่วนใหญ่ต้องการ สิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น สำหรับเหตุผลของผู้ไม่เห็นด้วยคือ เกรงว่าจะใช้ไม่ได้ผลและเป็นการผลักภาระให้กับประชาชน |
| บรรณานุกรม | : |
จำรัส สังขวิเชียร . (2538). ความคิดเห็นของประชาชนต่อการนำเทศบัญญํติเรื่องการบำบัด น้ำเสียมาบังคับใช้ ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จำรัส สังขวิเชียร . 2538. "ความคิดเห็นของประชาชนต่อการนำเทศบัญญํติเรื่องการบำบัด น้ำเสียมาบังคับใช้ ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. จำรัส สังขวิเชียร . "ความคิดเห็นของประชาชนต่อการนำเทศบัญญํติเรื่องการบำบัด น้ำเสียมาบังคับใช้ ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2538. Print. จำรัส สังขวิเชียร . ความคิดเห็นของประชาชนต่อการนำเทศบัญญํติเรื่องการบำบัด น้ำเสียมาบังคับใช้ ในเขตเทศบาลเมืองสมุทรปราการ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2538.
|
