| ชื่อเรื่อง | : | การวิเคราะห์โครงสร้างประโยคและนามวลีภาษาอังกฤษในหนังสืออ่านนอกเวลาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 |
| นักวิจัย | : | ศรีสอางค์ นิติวรคุณาพันธุ์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1192533000040 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จุดประสงค์เพื่อวิเคราะห์ประโยคและนามวลีภาษาอังกฤษในหนังสืออ่านนอกเวลาจำนวน5 เล่ม คือ Love Stories, Run for Your Life, Robinson Crusoe, The Story ofFrankenstein, และ Going It Alone. ซึ่งได้รับความนิยมและถูกกำหนดให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาสำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในโรงเรียนรัฐบาลที่สังกัดกระทรวงศึกษาธิการและทบวงมหาวิทยาลัย ภายในจังหวัดขอนแก่น โดยมุ่งวิเคราะห์ตามหัวข้อต่อไปนี้ 1) โครงสร้างและความถี่ของเอกรรถประโยค 2) โครงสร้าง ความถี่และความซับซ้อนของอเนกรรถประโยค สังกรประโยค และประโยคผสมที่รวมทั้งอเนกรรถประโยคและสังกรประโยคไว้ในประโยคเดียวกัน ตลอดจนความถี่ของคำสันธานแบบ co-ordinator และ subordinator ในประโยคเหล่านั้น และ3) โครงสร้างและความถี่ของนามวลี การวิเคราะห์ครั้งนี้ครอบคลุมถึงประโยคทุกประโยคในหนังสือทั้ง 5 เล่มดังกล่าว จากการวิเคราะห์พบว่า มีโครงสร้างของเอกรรถประโยค 22 แบบ แบบที่มีความถี่ในการปรากฎสูงสุดสี่อันดับแรกคือ 1) S ------> Nom.1 V.t + Nom.2 2) S ------> Nom. +V.i. 3) S ------> Omission และ 4) S ------> Nom. + V.be + Adj ซึ่งมีความถี่ร้อยละ 25.65%, 22.31% 17.37% และ 7.78% ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์ ประโยคซับซ้อนปรากฎว่า เป็นประโยคซับซ้อนแบบสังกรประโยค ร้อยละ39.61 เป็นแบบอเนกรรถประโยคร้อยละ 37.91 และเป็นแบบประโยคผสมที่รวมทั้งอเนกรรถประโยคและสังกรประโยคในประโยคเดียวกันร้อยละ 22.45 และยังมีคำสันธานแบบ co-ordinator20 คำซึ่งมี and, but และ comma (,) เป็นคำสันธานที่มีความถี่สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 67.15,10.20 และ 7.45 ตามลำดับ นอกจากนั้นยังมีคำสันธานแบบ subordinator 48 คำซึ่งมี that,omission of that, when และ as เป็นคำสันธานที่มีความถี่สูงสุดคิดเป็นร้อยละ 18.60,12.49, 10.70 และ 6.71 ตามลำดับ ส่วนการวิเคราะห์ความซับซ้อนของประโยคพบว่า มีลักษณะความซับซ้อนของประโยคอยู่ 5 แบบ แบบที่มีความถี่สูงสุดคือ 1) S ------> comx.12) S------> comd.1 3) S ------> comx.1 + comd.1 4) S ------> comd.2 และ5) S------> comx.2 ซึ่งมีความถี่ร้อยละ 32.77%, 18.55%, 12.54% 7.38% และ 5.87%ตามลำดับ ผลการวิเคราะห์นามวลีปรากฎว่า มีนามวลี 20 แบบ แบบที่มีความถี่ในการปรากฎสูงสุดมี 4 แบบคือ 1) NP ------> (D) + N 2) NP ------> D + Adj.N 3) NP ------>(D) (Adj.) N + Prep. + (D) Adj.N และ 4) NP ------> Inf Nom. ซึ่งมีความถี่ร้อยละ 47.55%, 19.42%, 10.15% และ 5.76% ตามลำดับ |
| บรรณานุกรม | : |
ศรีสอางค์ นิติวรคุณาพันธุ์ . (2533). การวิเคราะห์โครงสร้างประโยคและนามวลีภาษาอังกฤษในหนังสืออ่านนอกเวลาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศรีสอางค์ นิติวรคุณาพันธุ์ . 2533. "การวิเคราะห์โครงสร้างประโยคและนามวลีภาษาอังกฤษในหนังสืออ่านนอกเวลาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ศรีสอางค์ นิติวรคุณาพันธุ์ . "การวิเคราะห์โครงสร้างประโยคและนามวลีภาษาอังกฤษในหนังสืออ่านนอกเวลาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. ศรีสอางค์ นิติวรคุณาพันธุ์ . การวิเคราะห์โครงสร้างประโยคและนามวลีภาษาอังกฤษในหนังสืออ่านนอกเวลาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
