| ชื่อเรื่อง | : | กลุ่มการเมืองกับการพัฒนาชนบท : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านคำไหล อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม |
| นักวิจัย | : | สุรินทร์ ภูสิงห์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1192533000032 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษามีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาการเกิดกลุ่มการเมืองในหมู่บ้าน ศึกษาพฤติกรรมของกลุ่มการเมือง และศึกษาบทบาทของกลุ่มการเมืองที่มีผลต่อการพัฒนาหมู่บ้าน โดยศึกษาจากประชากร4 กลุ่ม กลุ่มแรกได้แก่ผู้รู้ในหมู่บ้าน จำนวน 10 คน กลุ่มที่ 2 ได้แก่ เจ้าหน้าที่ของรัฐและเอกชนที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาหมู่บ้าน จำนวน 10 คน กลุ่มที่ 3 ได้แก่ ชาวบ้านที่เป็นหัวหน้าครัวเรือนจำนวน 100 คน และกลุ่มที่ 4 ได้แก่ แกนนำของกลุ่มการเมืองในหมู่บ้าน จำนวน 9 คน สำหรับการเก็บข้อมูลใช้วิธีการสังเกต และสัมภาษณ์ตามแบบที่กำหนดไว้เป็นหลัก ผลการวิจัยปรากฎดังนี้ ประเภทแรก บ้านคำไหลตั้งขึ้นในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมื่อประมาณ 150 ปีมาแล้วชาวบ้านนับถือพุทธศาสนา มีขนบธรรมเนียมประเพณีเหมือนชาวอีสานทั่วไป พูดภาษาไทยอีสานเศรษฐกิจของหมู่บ้านขึ้นอยู่กับการเกษตรกรรมเป็นหลัก อาชีพรองที่สำคัญคือการเลี้ยงสัตว์และการจับปลา ปัจจุบันชาวบ้านได้เกิดความขัดแย้งเป็นผลทำให้เกิดกลุ่มการเมืองในหมู่บ้าน 2 กลุ่ม คือกลุ่มตระกูล "ทวิคาม" และกลุ่มตระกูล "เอกอัน" ประการที่สอง การเกิดกลุ่มการเมืองในบ้านคำไหล สืบเนื่องจากการแข่งขันกันระหว่างสองตระกูล คือ ตระกูล "ทวิคาม" กับตระกูล "เอกอัน" จนนำไปสู่ความขัดแย้งกันในที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบัน (พ.ศ.2532) ตระกูลแรกได้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองการปกครองของหมู่บ้าน และมีอำนาจในการควบคุมทรัพยากรตลอดจนผลประโยชน์ส่วนใหญ่ในหมู่บ้าน เป็นผลทำให้กลุ่มที่สองไม่พอใจและพยายามหาวิธีการแข่งขันเพื่อให้มีตำแหน่งสำคัญของหมู่บ้านอยู่เสมอ ประการที่สาม ผู้นำกลุ่มการเมืองในบ้านคำไหลแต่ละกลุ่มมีการระดมสมาชิกที่เป็นชาวบ้านโดยอาศัยความสัมพันธ์ส่วนตัวเป็นหลัก นอกจากนั้นกระบวนการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์และการให้ความช่วยเหลือกันในด้านต่างๆ ระหว่างสมาชิก เป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ทำให้สัมพันธภาพในกลุ่มดำรงอยู่ได้ ประการสุดท้าย การเกิดกลุ่มการเมืองมีผลต่อการพัฒนาหมู่บ้านทั้งที่เป็นผลดีและผลเสีย ผลดีที่มีต่อการพัฒนาหมู่บ้านได้แก่ กลุ่มการเมืองแต่ละกลุ่มพยายามแข่งขันเพื่อให้กลุ่มของตนเข้าไปมีบทบาทต่อการควบคุมทรัพยากรและผลประโยชน์ของสมาชิกในกลุ่มให้มากที่สุดตามหน้าที่ของกลุ่มผลประโยชน์โดยทั่วไป ส่วนผลเสียที่มีต่อการพัฒนานั้น ได้แก่การพัฒนาหมู่บ้านตามโครงการต่างๆ นอกจากจะไม่ได้รับความร่วมมือของชาวบ้านอย่างเต็มที่แล้วยังได้รับการคัดค้านจากกลุ่มตรงข้ามอีกด้วย |
| บรรณานุกรม | : |
สุรินทร์ ภูสิงห์ . (2533). กลุ่มการเมืองกับการพัฒนาชนบท : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านคำไหล อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุรินทร์ ภูสิงห์ . 2533. "กลุ่มการเมืองกับการพัฒนาชนบท : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านคำไหล อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุรินทร์ ภูสิงห์ . "กลุ่มการเมืองกับการพัฒนาชนบท : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านคำไหล อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. สุรินทร์ ภูสิงห์ . กลุ่มการเมืองกับการพัฒนาชนบท : ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านคำไหล อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
