| ชื่อเรื่อง | : | วัฒนธรรมไทยแสก บ้านบะหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม |
| นักวิจัย | : | เฉลิมพล ธรรมวงศา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2533 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1192533000020 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยมีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาลักษณะวัฒนธรรมของชาวไทยแสก ทางด้านคติธรรมเนติธรรม วัตถุธรรม และสหธรรม ตลอดจนการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรมไทยแสก กลุ่มตัวอย่าง เป็นหัวหน้าครอบครัวหรือตัวแทนในบ้านบะหว้า จำนวน 176 ครอบครัวการเก็บรวบรวมข้อมูลใช้วิธีการสังเกต สัมภาษณ์ โดยการเข้าไปศึกษาในหมู่บ้านเป็นเวลา 5 เดือน ผลการศึกษา วัฒนธรรมทางคติธรรม ชาวไทยแสกมีการถ่ายทอดวัฒนธรรมจากบรรพบุรุษ โดยมีบิดามารดาเป็นผู้อบรมสั่งสอนให้บุตรธิดาตั้งแต่วัยเด็กจนกระทั่งผ่านเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ในด้านการทำงาน ความซื่อสัตย์ ความสามัคคี ความเมตตา และการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน เป็นต้น วัฒนธรรมทางเนติธรรม ชาวไทยแสกมีการปฏิบัติตามจารีตประเพณี จรรยาความเชื่อเหนือสิ่งธรรมชาติ เช่น เทวดา ผี ฤกษ์ยาม และยึดระบบอาวุโส การระงับความขัดแย้งเมื่อมีการทะเลาะเบาะแว้งผู้ใหญ่บ้านจะเป็นผู้ตัดสินชี้ขาด ชาวบ้านยังเชื่อว่า คน สัตว์ และสิ่งของ มีขวัญประจำอยู่ การเรียกขวัญให้มาอยู่กับตนจะทำให้มีความสุข ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ชาวไทยแสกยังได้รับอิทธิพลของพุทธศาสนาและการนับถือผีในการระงับคดีความที่เกิดจากการทะเลาะเบาะแว้งระหว่างพี่น้องอีกด้วย วัฒนธรรมทางสหธรรม ชาวไทยแสกเป็นครอบครัวที่เป็นระบบผัวเดียวเมียเดียวบิดามารดามีหน้าที่รับผิดชอบเลี้ยงดูบุตร อบรมสั่งสอนบุตรธิดาให้เป็นคนดีและถ่ายทอดวิชาชีพให้การแต่งงานไม่นิยมจดทะเบียน เนื่องจากยังไม่เห็นความสำคัญของการจดทะเบียน การแต่งงานจะแต่งกันในหมู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ และมีเจ้าโคตรเป็นผู้คอยควบคุมพฤติกรรม ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือการเงินและทรัพย์สินของคนในตระกูลตนเอง การปลูกบ้านนิยมหันหน้าออกสู่ถนนเพื่อความสะดวกในการไปมาหาสู่กับเพื่อนบ้าน บริเวณบ้านส่วนใหญ่จะมีรั้วทำด้วยไม้ล้อมรอบ ทุกครอบครัวมีบริเวณบ้านที่สะอาด มีการกำจัดขยะโดยการเผาอยู่เสมอ วัฒนธรรมทางด้านวัตถุธรรม พบว่า ชาวไทยแสกนิยมสร้างบ้านอยู่อาศัยเอง โดยวิธีขอแรง (วาน) ให้ญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านช่วย บ้านส่วนใหญ่ในปัจจุบันเป็นแบบสมัยใหม่ มีจำนวน2 ห้องนอน โดยมีห้องพระ และห้องนอน เป็นห้องที่สำคัญที่สุด บริเวณบ้านจะทำสวนครัวปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อบริโภคในครอบครัว อาหารที่รับประทานเป็นประจำได้แก่ น้ำพริกและส้มตำ อาหารประเภทลาบและเนื้อสัตว์จะมีในกรณีพิเศษ เช่น ญาติสนิทมาเยี่ยม และในงานบุญตามเทศกาลต่างๆ เป็นต้น ในด้านการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม พบว่า วัฒนธรรมหลักอันเป็นวัฒนธรรมของประเทศ และวัฒนธรรมไทย-ลาว ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้เข้ามามีอิทธิพลในหมู่บ้าน เช่น การขอแรงหรือลงแขก เริ่มมีการจ้างแทน วิชาชีพที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษก็ไม่นิยมทำกัน ชาวบ้านนิยมไปซื้อสินค้าจากตลาดมากขึ้น เช่น เสื้อผ้า เครื่องแต่งกายอุปกรณ์ทำนา และเครื่องใช้สอยต่างๆ เป็นต้น ชาวบ้านที่เป็นคนวัยหนุ่มสาวได้รับวัฒนธรรมของชาติโดยผ่านกระบวนการอบรมและศึกษาจากโรงเรียนในหมู่บ้าน ดังนั้นจะเห็นได้ว่า วัฒนธรรมของชาวไทยแสก บ้านบะหว้า ได้ถูกผสมกลมกลืนจากวัฒนธรรมหลักของประเทศมากขึ้น อันเป็นผลจากการจัดการศึกษาของรัฐ ความเจริญทางด้านคมนาคม และการสื่อสารต่างๆ เป็นสำคัญ แนวโน้มของวัฒนธรรมไทยแสกนับวันแต่จะถูกผสมกลมกลืนจากวัฒนธรรมของชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ตามแนวคิดและทฤษฎีของการผสมกลมกลืนทางวัฒนธรรม |
| บรรณานุกรม | : |
เฉลิมพล ธรรมวงศา . (2533). วัฒนธรรมไทยแสก บ้านบะหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เฉลิมพล ธรรมวงศา . 2533. "วัฒนธรรมไทยแสก บ้านบะหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. เฉลิมพล ธรรมวงศา . "วัฒนธรรมไทยแสก บ้านบะหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2533. Print. เฉลิมพล ธรรมวงศา . วัฒนธรรมไทยแสก บ้านบะหว้า อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2533.
|
