| ชื่อเรื่อง | : | การประกอบอาชีพเสริมของชาวนาอีสาน ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร |
| นักวิจัย | : | สุมาลี คู่สกุลนิรันดร์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2531 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=1192531000013 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษานี้ เป็นการศึกษาการประกอบอาชีพเสริมของชาวนาบ้านศรีฐานที่ทำขึ้นนอกเหนือจากการประกอบอาชีพหลักคือ การทำนา การเก็บรวบรวมข้อมูลใช้แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกับหัวหน้าครัวเรือนที่ได้จากวิธีการเลือกแบบสุ่มตามสัดส่วนของจำนวนครัวเรือนทั้งหมด 125 ครัวเรือนและใช้แบบสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้างกับผู้นำในหมู่บ้าน ผู้อาวุโส ผู้ทรงคุณวุฒิและบุคคลทั่วไปประกอบกับการสังเกตสภาพต่างๆ ภายในหมู่บ้าน ผลการวิจัย 1. บ้านศรีฐานตั้งมาแล้วประมาณ 200 กว่าปี คนที่อพยพเข้ามาตั้งหมู่บ้านส่วนหนึ่งมาจากเมืองขุขันธ์ และมาจากเมืองเวียงจันทน์ ชาวบ้านศรีฐานทั้งหมดพูดภาษาไทยอีสาน นับถือศาสนาพุทธ 2. บ้านศรีฐานมีการประกอบอาชีพเสริมมานานแล้ว และอาชีพเสริมที่ทำรายได้ให้ชาวบ้านที่มีชื่อเสียงมากในช่วงปี พ.ศ.2526 จนถึงปัจจุบันคือ อาชีพการทำหัตถกรรมหมอนขิด ซึ่งมีปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม ที่ทำให้ชาวบ้านประกอบอาชีพเสริม ดังนี้ 2.1 ปัจจัยทางเศรษฐกิจ คือ ชาวบ้านร้อยละ 98.21 ประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ครัวเรือน และร้อยละ 42.85 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากมีเวลาว่างจากการประกอบอาชีพหลัก ร้อยละ 17.85 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากความต้องการของตลาดมีมากร้อยละ 15.17ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากความต้องการเพิ่มทุน ร้อยละ 9.82 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากว่างงานร้อยละ 5.35 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากมีที่ดินทำกินไม่เพียงพอ และร้อยละ 1.78 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากมีทรัพยากรอยู่แล้ว 2.2 ปัจจัยทางด้านสังคม ชาวบ้านร้อยละ 90.18 ที่ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากมีฝีมือแรงงานอยู่แล้ว ร้อยละ 18.75 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากเอกชน (นายทุน) ให้การสนับสนุนร้อยละ 8.04 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากได้รับการศึกษาด้านการประกอบอาชีพต่างๆ ร้อยละ6.25 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากต้องการยกฐานะทางสังคม ร้อยละ 3.57 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากขยันไม่อยากอยู่เฉยๆ และร้อยละ 0.89 ประกอบอาชีพเสริมเนื่องจากมีหน่วยงานของรัฐเข้าไปส่งเสริม แสดงว่า ถึงแม้จะมีหน่วยงานของรัฐเข้าไปส่งเสริมในการประกอบอาชีพก็ไม่ได้ช่วยให้ชาวบ้านประกอบอาชีพเสริมเพิ่มมากขึ้น 3. ผลกระทบที่เกิดจากการประกอบอาชีพเสริมของชาวบ้านศรีฐาน มีดังนี้ 3.1 ชาวบ้านศรีฐานมีความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยเฉพาะการมีเครื่องใช้ในครัวเรือน ซึ่งร้อยละ 62.86 ซื้อจากเงินที่ได้จากการประกอบอาชีพเสริม 3.2 ชาวบ้านศรีฐานลดภาระการมีหนี้สิน เช่น จากเดิมชาวบ้านมีหนี้สินร้อยละ 50.87ลดลงเหลือร้อยละ 30.3 3.3 ชาวบ้านศรีฐานได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้มากขึ้น เช่น การนำปุ๋ยเคมีมาใช้ในการทำนา โรงสีข้าวไฟฟ้า จักรยานยนต์ โทรทัศน์สี ตู้เย็น พัดลม เข้ามาใช้ในหมู่บ้านมากขึ้น 3.4 ชาวบ้านศรีฐานได้รับเอาวัฒนธรรมเมืองมากขึ้น เช่น ความสัมพันธ์ในระบบเครือญาติลดลง ระบบทุนนิยมโดยเฉพาะเงินเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ภาษาพูดเปลี่ยนแปลงคือมีภาษากลางเข้ามาผสมในภาษาถิ่นอีสานมากขึ้น บุตรหลานเข้าศึกษาในระดับสูงขึ้น 3.5 บ้านศรีฐานมีความสงบสุข เช่น ไม่มีนักเลงหัวไม้ โจรผู้ร้าย และลดการเล่นการพนันซึ่งเป็นผลจากการใช้เวลาว่างมาประกอบอาชีพเสริมเป็นประจำ 3.6 ชาวบ้านศรีฐานมีการทำหัตถกรรมหมอนขิด และมีร้านรับซื้อภายในหมู่บ้าน โดยขยายตลาดออกไปอย่างกว้างขวาง ทำให้ต้องอาศัยแรงงานฝีมือของหมู่บ้านใกล้เคียง 3.7 ชาวบ้านศรีฐานไม่นิยมอพยพแรงงานเข้าสู่เมืองหลวง แต่จะทำงานภายในหมู่บ้านโดยเฉพาะการทำหัตถกรรมหมอนขิด ซึ่งเป็นอาชีพที่ทำได้ทุกฤดูกาล และนำรายได้เข้าสู่หมู่บ้านมากพอสมควร |
| บรรณานุกรม | : |
สุมาลี คู่สกุลนิรันดร์ . (2531). การประกอบอาชีพเสริมของชาวนาอีสาน ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุมาลี คู่สกุลนิรันดร์ . 2531. "การประกอบอาชีพเสริมของชาวนาอีสาน ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุมาลี คู่สกุลนิรันดร์ . "การประกอบอาชีพเสริมของชาวนาอีสาน ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2531. Print. สุมาลี คู่สกุลนิรันดร์ . การประกอบอาชีพเสริมของชาวนาอีสาน ศึกษาเฉพาะกรณีบ้านศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2531.
|
