| ชื่อเรื่อง | : | การชักนำให้เกิดแคลลัสและโซมาติคเอมบริโอจีนีซีสของบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกช |
| นักวิจัย | : | มณทิรา ไชยตะญากูร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2545 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=35233 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | จากการศึกษาการเกิดแคลลัสของบัวหลวงพันธุ์สัตบงกช โดยนำชิ้นส่วนเหนือ ใบเลี้ยง ตาไหล ใบเลี้ยง และใบอ่อนมาเพาะเลี้ยงบนอาหารสูตร MS (Murashige and Skoog 1962) ที่เติม 2, 4-D ความเข้มข้น 0 4 6 8 และ 10 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ Kinetin ความเข้มข้น 0 1 2 และ 3 ไมโครโมลาร์ นาน 16 สัปดาห์ พบว่าสามาถ ชักนำให้ส่วนเหนือใบเลี้ยงเกิดแคลลัสได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เมื่ออายุ 4 สัปดาห์ โดยเลี้ยงบนอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 4 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ kinetin ความเข้มข้น 2 ไมโครโมลาร์ และได้แคลลัสที่มีคะแนนการเจริญเติบโตดีที่สุด คือ 5.43 คะแนน แคลลัสจะเกิดขึ้นที่บริเวณรอยตัด มีลักษณะผิวมันสีขาวใสหรือน้ำตาล อ่อนใสฉ่ำน้ำ ส่วนชิ้นส่วนใบเลี้ยงจะมีน้ำหนักสดดีที่สุดคือ 0.29 กรัมเมื่ออายุ 8 สัปดาห์ เมื่อเลี้ยงบนอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 0 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ Kinetin ความเข้มข้น 2 ไมโครโมลาร์ ส่วนในอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้ม ข้น 0 4 6 8 และ 10 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 0 0.5 และ 1 ไมโครโมลาร์ เมื่ออายุ 4 สัปดาห์ส่วนเหนือใบเลี้ยงมีการเกิดแคลลัสดีที่สุด 100 เปอร์เซ็นต์ บนอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 10 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 0.5 ไมโครโมลาร์ และมีคะแนนการเจริญเติบโตดีที่สุด 5.60 คะแนน โดยแคลลัสจะมีการ เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วลักษณะเกาะกันอย่างหลวมๆ ฉ่ำน้ำสีขาวใส และมีขนาดใหญ่ กว่า 0.5x0.5 เซนติเมตร แต่ชิ้นส่วนตาไหลที่เลี้ยงบนอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 4 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 1 ไมโครโมลาร์ เมื่ออายุ 12 สัปดาห์จะให้แคลลัสที่สามารถพัฒนาเป็นโซมาติคเอมบริโอต่อไปได้ ส่วนชิ้นส่วนใบ อ่อนจะมีน้ำหนักสดดีที่สุดคือ 0.46 กรัมเมื่ออายุ 16 สัปดาห์ เมื่อเลี้ยงบนอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 0 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 0.5 ไมโครโมลาร์ โดยใบอ่อนจะพัฒนาเป็นแผ่นใบที่ใหญ่ขึ้น ส่วนแคลลัสจะเกิดเฉพาะ บริเวณโคนก้านใบและรอยตัดเท่านั้น และจากการศึกษาการเกิดโซมาติดเอมบริโอของบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกช โดยนำแคลลัสที่ได้จากอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 4 6 8 และ 10 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 1 ไมโครโมลาร์ และย้ายมาเพาะเลี้ยง บนอาหารสูตร MS ที่ระดับความเข้มข้น 2,4-D 0 2 3 4 และ 5 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 0 และ 0.5 ไมโครโมลาร์ นาน 16 สัปดาห์ พบว่า แคลลัสจากอาหาร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 4 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ ความเข้มข้น 1 ไมโครโมลาร์ มีเปอร์เซ็นต์การเกิดโซมาติดเอมบริโอดีที่สุด 33.33 เปอร์เซ็นต์ในสัปดาห์ที่ 12 เมื่อเลี้ยงบนอาหาร MS ที่เติม 2,4-D ความ เข้มข้ม 2 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 0.5 ไมโครโมลาร์ และแคลลัส จากอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-d ความเข้มข้น 6 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 1 ไมโครโมลาร์ โซมาติคเอมบริโอจะมีคะแนนการเจริญเติบโตดีที่สุด คือ 2.44 คะแนนเมื่ออายุ 8 สัปดาห์ ในอาหารสูตร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 4 ไมโครโมลาร์ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 0.5 ไมโครโมลาร์ โดยแคลลัสจะเริ่ม พัฒนาเป็น proembryo, globular shape, torpedo shape จนกระทั่งถึง mature embryo ในสัปดาห์ที่ 16 นอกจากนี้โซมาติคเอมบริโอยังมีน้ำหนักดีที่สุด 0.55 กรัมเมื่ออายุ 12 สัปดาห์ เมื่อเลี้ยงบนอาหาร MS ที่เติม 2,4-D ความเข้มข้น 2 ไมโครโมลาร์ ร่วมกับ BA ความเข้มข้น 0 ไมโครโมลาร์ |
| บรรณานุกรม | : |
มณทิรา ไชยตะญากูร . (2545). การชักนำให้เกิดแคลลัสและโซมาติคเอมบริโอจีนีซีสของบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกช.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มณทิรา ไชยตะญากูร . 2545. "การชักนำให้เกิดแคลลัสและโซมาติคเอมบริโอจีนีซีสของบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกช".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. มณทิรา ไชยตะญากูร . "การชักนำให้เกิดแคลลัสและโซมาติคเอมบริโอจีนีซีสของบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกช."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2545. Print. มณทิรา ไชยตะญากูร . การชักนำให้เกิดแคลลัสและโซมาติคเอมบริโอจีนีซีสของบัวหลวงพันธุ์สัตตบงกช. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2545.
|
