| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาทัศนคติของผู้ใช้ตึกแถวเพื่อการค้าปลีกบริเวณละแวกบ้าน ย่านชานเมืองด้านเหนือ ของกรุงเทพมหานคร |
| นักวิจัย | : | สุพณิชย์ แสงเพ็ญพราว |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2542 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=34785 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การค้าปลีกเป็นธุรกิจขนาดเล็กที่มีความสำคัญคู่กับสังคมไทยมาช้านาน จวบจนปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการขายสินค้าและบริการที่จำเป็นในชีวิตประจำวันไปสู่ผู้บริโภคที่กระจายตัว อยู่ในส่วนต่างๆ ของชุมชน การค้าปลีกส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในอาคารที่มีขนาดเล็ก มีพื้นที่ใช้สอย ไม่มากนักและอยู่ในละแวกชุมชนนั้นๆ ซึ่งเรียกว่า อาคารพาณิชย์ หรือ ตึกแถว จาก สภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัวสูงส่งผลให้ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเร็วจนสร้างปัญหา ให้กับการเดินทางของประชากรในกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาการจราจรติดขัด รัฐบาลได้ พยายามแก้ไขโดยการรักษาพื้นที่ผิวจราจรไว้ ด้วยข้อห้ามจอดรถบนผิวการจราจรในถนนสาย สำคัญ ทำให้ตึกแถวหลายๆ แห่งได้หมดคุณค่าเชิงพาณิชย์ลง เพราะไม่มีที่จอดรถเป็นเหตุให้ เกิดปัญหาตึกร้างตามมา การศึกษานี้ เป็นการศึกษาทัศนคติของผู้ใช้ประโยชน์ตึกแถว ในที่นี้ได้แก่ ผู้ประกอบการ ค้าปลีก และผู้ใช้บริการที่มาซื้อสินค้าและบริการที่มีต่อมิติทางด้านการใช้ประโยชน์ในตึกแถว เช่น ทางเท้า ถนน การใช้ลูกกรงเหล็กดัด การเกิดอาชญากรรม เป็นต้น โดยเลือกพื้นที่ ชานเมืองด้านเหนือของกรุงเทพมหานคร โดยใช้แบบสอบถามและแบบสังเกตการณ์เป็น เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ใช้สถิติร้อยละในการอธิบายลักษณะการกระจายตัว ของกลุ่มตัวอย่างและใช้สถิติวิเคราะห์ไคส-แควร์ (Chi-Square) ทดสอบความสัมพันธ์ ระหว่างตัวแปร ซึ่งกำหนดให้มีระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 จากการศึกษาสามารถแยกผลการศึกษาออกเป็นสองส่วน ดังนี้ ทางด้านผู้ประกอบการ 1. ลักษณะทางด้านประชากร พบว่า กลุ่มตัวอย่างเป็นเพศชายและหญิง ในสัดส่วนที่ เท่าๆ กัน ส่วนใหญ่มีเชื้อชาติไทย และมีอายุระหว่าง 26-35 ปี มีการศึกษาระดับปริญญาตรี เป็นส่วนใหญ่ มีอาชีพค้าขายเป็นอาชีพหลักของครอบครัว และมีรายได้โดยเฉลี่ยมากกว่า 30,000 บาท 2. ทางด้านทัศนคติที่มีต่อการใช้ตึกแถวทำการค้าปลีก พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของ ตึกแถวส่วนใหญ่จะมีความเห็นว่าความกว้างของถนนพอดีๆ เกี่ยวกับทัศนคติที่มีต่อหาบเร่แผงลอย ที่ตั้งอยู่รอบๆ ร้านเป็นจำนวน 6 แผงขึ้นไปมีความเห็นว่าหาบเร่แผงลอยเป็นการส่งเสริม การค้า และไม่มีผลต่อการค้า ในเรื่องการรับส่งสินค้าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ตั้งร้านอยู่บน ทางเท้ากว้าง 2 เมตร หรือถนนกว้าง 12-16 เมตร มีความสะดวกในการจอดรถ และ กลุ่มที่มีพ่อค้ามาส่งสินค้าให้จะพอใจต่อการรับส่งสินค้าในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สิน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นว่าอาจเกิดอาชญากรรมกับร้านของตนได้ โดยจะเป็น กลุ่มที่มีความเห็นว่า ถนนแคบจะมีความเห็นว่าอาจเกิดอาชญากรรมกับร้านของตนในสัดส่วน สูงที่สุด ทางด้านผู้ใช้บริการ 1. ลักษณะด้านประชากร พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นชายและหญิงในสัดส่วนที่เกือบ เท่ากัน ส่วนใหญ่มีเชื้อชาติไทย และส่วนใหญ่มีอายุระหว่าง 26-35 ปี ส่วนใหญ่มีการศึกษา ระดับปริญญาตรี มีอาชีพรับจ้างเป็นส่วนใหญ่ และมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนอยู่ระหว่าง 5,000-20,000 บาท 2. ทัศนคติที่มีต่อการใช้ตึกแถวทำการค้าปลีก พบว่า ผู้ใช้บริการส่วนใหญ่เดินทางไปใช้ บริการโดยการเดินและขี่จักรยาน ส่วนใหญ่มีระยะทางในการเดินทางไปยังร้านค้าไม่เกิน 400 เมตร ซึ่งผู้เดินทางด้วยการเดินและขี่จักรยานส่วนใหญ่มีความเห็นว่าสะดวกในการ เดินทางด้านทัศนคติเกี่ยวกับสินค้า พบว่า กลุ่มผู้ใช้บริการส่วนใหญ่จะมาใช้บริการที่ร้านค้า ตึกแถวเกือบทุกวัน โดยผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ร้านค้าตึกแถวมีความหลากหลาย ของสินค้าพอดีกับความต้องการ และสินค้าที่ขายมีคุณภาพสูง |
| บรรณานุกรม | : |
สุพณิชย์ แสงเพ็ญพราว . (2542). การศึกษาทัศนคติของผู้ใช้ตึกแถวเพื่อการค้าปลีกบริเวณละแวกบ้าน ย่านชานเมืองด้านเหนือ ของกรุงเทพมหานคร.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุพณิชย์ แสงเพ็ญพราว . 2542. "การศึกษาทัศนคติของผู้ใช้ตึกแถวเพื่อการค้าปลีกบริเวณละแวกบ้าน ย่านชานเมืองด้านเหนือ ของกรุงเทพมหานคร".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุพณิชย์ แสงเพ็ญพราว . "การศึกษาทัศนคติของผู้ใช้ตึกแถวเพื่อการค้าปลีกบริเวณละแวกบ้าน ย่านชานเมืองด้านเหนือ ของกรุงเทพมหานคร."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2542. Print. สุพณิชย์ แสงเพ็ญพราว . การศึกษาทัศนคติของผู้ใช้ตึกแถวเพื่อการค้าปลีกบริเวณละแวกบ้าน ย่านชานเมืองด้านเหนือ ของกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2542.
|
