| ชื่อเรื่อง | : | ความต้องการพัฒนาฟาร์มในสถานศึกษาของอาจารย์เกษตรและ นักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีในสถาบันราชภัฎ กลุ่มภาคเหนือ |
| นักวิจัย | : | อรพิน เสละคร |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2541 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=34557 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การทำวิจัยเรื่องความต้องการพัฒนาฟาร์มในสถานศึกษา ของอาจารย์เกษตรและนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีในสถาบัน ราชภัฎกลุ่มภาคเหนือ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสถานภาพ ทั่วไปของอาจารย์เกษตรและนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรี 2) สภาพของฟาร์มและความต้องการพัฒนาฟาร์ม ในสถานศึกษา ของอาจารย์เกษตรและนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีเพื่อนำผล การวิจัยใช้เป็นแนวทางเสนอต่อสถาบันราชภัฎและอาจารย์เกษตร ในสถาบันราชภัฎได้นำไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ประชากรคือ อาจารย์เกษตรจำนวน 48 คน และนักศึกษา เกษตรระดับปริญญาตรีจำนวน 181 คนในสถาบันราชภัฎกลุ่มภาคเหนือ รวมทั้งหมด 7 แห่ง ในการวิจัยครั้งนี้ใช้แบบสอบถามที่สร้างขึ้น เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ซึ่งผู้วิจัยได้ไปเก็บ รวบรวมข้อมูลด้วยตนเอง ได้รับแบบสอบถามกลับมาทั้งหมด 229 ชุด จำนวน 229 คน วิเคราะห์และประมวลข้อมูลโดยใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ SPSS for Windows วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้ค่าความถี่และค่าร้อยละ ผลการวิจัย อาจารย์เกษตรส่วนใหญ่เป็นชาย มีอายุระหว่าง 38-48 ปี มากที่สุดมีอายุราชการและประสบการณ์การสอนระหว่าง 11-20 ปี มากที่สุด และสมรสแล้ว ในด้านการศึกษาอาจารย์เกษตรส่วนใหญ่จบปริญญาโทสาขา วิชาเอกสัตวบาลและพืชศาสตร์ ส่วนวิชาโทที่จบนั้นปรากฎว่าไม่มี ผู้ระบุมากที่สุด รองลงมาได้แก่ พืชสวน และดำรงตำแหน่งอาจารย์ 2 มากที่สุด ในด้านสาขาวิชาเอกที่สอนส่วนใหญ่อาจารย์เกษตรได้ระบุ ว่าสอนโปรแกรมพืชศาสตร์และวิชาที่สอนได้แก่วิชาหลักพืชศาสตร์ ด้านจำนวนคาบที่สอนอาจารย์เกษตรมากกว่าครึ่งของทั้งหมดได้ ระบุว่าสอนจำนวน 10-20 คาบต่อสัปดาห์ นอกจากงานสอนแล้ว อาจารย์เกษตรส่วนใหญ่ยังได้ระบุว่าได้ควบคุมงานฟาร์มที่ควบคุม ได้แก่ ฟาร์มไม้ผลไม้ยืนต้น ไม้ดอกไม้ประดับและฟาร์มพืชไร่-นา ส่วนในด้านการใช้เงินเพื่องานฟาร์มนั้นอาจารย์ส่วนใหญ่ ได้ระบุว่าใช้เงินจากหมวดวัสดุฝึก และมีอาจารย์เกษตรมากกว่า ครึ่งที่ทำงานด้านบริหารซึ่งเป็นงานพิเศษที่ได้รับมอบหมายนอกเหนือ จากงานสอน ส่วนนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีนั้นส่วนใหญ่เป็นชาย มากกว่าหญิงและมีอายุระหว่าง 19-25 ปีมากที่สุด กำลังศึกษา อยู่ในระดับปริญญาตรี (หลังอนุปริญญา) โปรแกรมวิชาเทคโนโลยี การเกษตร ด้านสภาพฟาร์มที่สามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการ สอนและความต้องการพัฒนาฟาร์มในสถานศึกษา ในภาพรวมแล้ว ทั้งอาจารย์เกษตรและนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีมีความเห็น สอดคล้องกันว่า ฟาร์มสัตว์เล็ก ไม้ผลไม้ยืนต้น พืชไร่-นา ไม้ดอก ไม้ประดับ พืชผัก และฟาร์มเห็ด อยู่ในสภาพที่พอใช้เท่านั้น สำหรับ นำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ยกเว้นฟาร์มโคนม และประมง อาจารย์เกษตรและนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีมีความเห็นว่าอยู่ ในสภาพที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีสำหรับนำไปใช้ในการจัดการเรียน การสอน ฟาร์มโคเนื้อ อาจารย์เกษตรมีความเห็นว่าอยู่ในสภาพที่ พอใช้ ส่วนนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีเห็นว่าอยู่ในสภาพที่ไม่ เหมาะสมหรือไม่มีสำหรับนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน และ ฟาร์มสัตว์ปีก อาจารย์เกษตรมีความเห็นว่าอยู่ในสภาพที่ไม่เหมาะสม หรือไม่มีสำหรับนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน ส่วนนักศึกษา เกษตรระดับปริญญาตรีเห็นว่าอยู่ในสภาพที่พอใช้สำหรับนำไปใช้ใน การจัดการเรียนการสอน ส่วนความต้องการพัฒนานั้นทั้งอาจารย์ เกษตรและนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีต่างได้ระบุว่ามีความ ต้องการพัฒนาเกือบทุกฟาร์มอยู่ในระดับมาก ยกเว้นฟาร์มโคนม อาจารย์เกษตรระบุว่ามีความต้องการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง ในขณะที่นักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีได้ระบุว่ามีความต้องการ พัฒนาอยู่ในระดับมาก ความต้องการพัฒนาฟาร์มในสถานศึกษาได้แก่ ฟาร์มโคนม โคเนื้อ สัตว์เล็ก สัตว์ปีก ประมง ไม้ผลไม้ยืนต้น พืชไร่-นา ไม้ ดอกไม้ประดับ พืชผัก และฟาร์มเห็ด ของอาจารย์และนักศึกษา เกษตรระดับปริญญาตรีปรากฎว่า ในภาพรวมแล้ว ทั้งอาจารย์ เกษตรและนักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีมีความต้องการพัฒนา ไม่แตกต่างกัน มีเฉพาะบางเรื่องในรายละเอียดที่แตกต่างกัน เพียงเล็กน้อย ข้อเสนอแนะ 1) เสนอแนะ ต่อสถาบันราชภัฎ ควรมี อาคารสถานที่ พื้นที่ แหล่งสำหรับฟาร์ม เครื่องมืออุปกรณ์ การ จำหน่ายผลผลิต และงบประมาณให้เพียงพอ สำหรับการปฏิบัติงาน ฟาร์ม 2) ควรพิจารณาในเรื่องของหลักสูตรและฟาร์มประมงด้วย ควรปรับปรุงหรือพัฒนาให้ทันสมัยสามารถให้ผู้เรียนเข้าไปฝึก ปฏิบัติได้อย่างจริงจังเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและมีประสิทธิภาพ มากที่สุดและเป็นประโยชน์ต่อชุมชนในท้องถิ่น 3) เสนอแนะต่อ อาจารย์เกษตรในสถาบันราชภัฎ อาจารย์เกษตรที่ปฏิบัติงานฟาร์ม ควรมีความรู้เกี่ยวกับฟาร์มที่ตนรับผิดชอบอยู่ ควรมีการวิจัยศึกษา ค้นคว้าในด้านต่างๆ ของฟาร์มแต่ละชนิดที่ตนรับผิดชอบอยู่เพื่อนำ ผลวิจัยนั้นไปพัฒนาฟาร์มให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น |
| บรรณานุกรม | : |
อรพิน เสละคร . (2541). ความต้องการพัฒนาฟาร์มในสถานศึกษาของอาจารย์เกษตรและ นักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีในสถาบันราชภัฎ กลุ่มภาคเหนือ.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรพิน เสละคร . 2541. "ความต้องการพัฒนาฟาร์มในสถานศึกษาของอาจารย์เกษตรและ นักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีในสถาบันราชภัฎ กลุ่มภาคเหนือ".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อรพิน เสละคร . "ความต้องการพัฒนาฟาร์มในสถานศึกษาของอาจารย์เกษตรและ นักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีในสถาบันราชภัฎ กลุ่มภาคเหนือ."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2541. Print. อรพิน เสละคร . ความต้องการพัฒนาฟาร์มในสถานศึกษาของอาจารย์เกษตรและ นักศึกษาเกษตรระดับปริญญาตรีในสถาบันราชภัฎ กลุ่มภาคเหนือ. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2541.
|
