| ชื่อเรื่อง | : | การสำรวจโรคของแตงกวายุโรปในระบบปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน |
| นักวิจัย | : | พรหมมาศ คูหากาญจน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2539 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=34437 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยนี้ได้ดำเนินการขึ้นเพื่อศึกษาโรคที่เกิดกับ แตงกวายุโรปที่ปลูกในระบบปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน การแพร่ กระจายของเชื้อราที่หมุนเวียนอยู่ในระบบหมุนเวียนสารละลาย ธาตุ อาหาร รวมไปถึงการเจริญเติบโตและผลผลิต โดยได้แบ่ง การทดลองออกเป็น 3 การทดลองให้ครอบคลุม ฤดูกาลต่าง ๆ ในประเทศไทย ผลการศึกษาในรอบ 1 ปี พบโรคในกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ 1) โรคที่ติดต่อมาทางอากาศ (air-borne disease) พบโรคราแป้งขาวที่เกิดจากเชื้อ Oidium sp. 2) โรคที่ ติดต่อทางสารละลายธาตุอาหาร (water-borne disease) พบโรครากเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อ Pythium aphanidermatum 3) กลุ่มอาการผิดปกติที่ใบและยอด ได้แก่ อาการใบหด ยอดแห้ง ที่เกิดจากการเข้าทำลายของไรขาว อาการใบหงิก ยอดหงิก ซึ่งเกิดจากการเข้าทำลายของเพลี้ยอ่อน และอาการที่ใบมีสี และรูปร่างผิดปกติ เนื่องมาจากไวรัส โรคทั้ง 3 กลุ่ม ดังกล่าว จะมีลักษณะการแพร่ระบาด และความรุนแรงในช่วงต่าง ๆ แตกต่างกันดังนี้ - โรคราแป้งขาว สาเหตุจาก Oidium spp. จะพบได้ ในการทดลองที่ 1 (ฤดูหนาว) และการทดลองที่ 3 (ฤดูฝน) ซึ่งอยู่ในช่วงเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ การเข้าทำลายจะเกิดขึ้น ในช่วงที่ต้นแตงมีการเจริญเติบโตเต็มที่แล้ว (6-12 สัปดาห์) ในช่วงฤดูหนาวพบว่าเปอร์เซ็นต์การเกิดโรค (disease incidence) จะมีค่ามากกว่า แต่ความรุนแรง (disease severity) จะค่อนข้างต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการเกิดโรค ในช่วงฤดูฝน - โรครากเน่าโคนเน่า สาเหตุจาก Pythium aphanidermatum (Edson) Fitzp. พบได้ในทุกการทดลองที่ทำการปลูกแตงกวายุโรป การเข้าทำลายของโรคจะอยู่ในช่วงที่ต้นแตงกวายุโรป กำลังให้ ผลผลิต เป็นผลให้ต้นแตงกวาตายอย่างเฉียบพลัน การเกิดโรคจะ มีความรุนแรงแตกต่างกันไปในแต่ละการทดลอง โดยพบว่าแตงกวา ยุโรปที่ปลูกในฤดูหนาว จะมีเปอร์เซ็นต์การเกิดโรคค่อนข้างต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการทดลองที่ทำการปลูกในฤดูร้อน และฤดูฝน - กลุ่มอาการผิดปกติที่ใบและยอด จะพบได้ในทุกการทดลอง ที่ทำการปลูกแตงกวายุโรป สาเหตุเกิดจากการเข้าทำลายของไรขาว และเพลี้ยอ่อน จากนั้นในบางต้นจะแสดงอาการทางไวรัสตามมา กลุ่มของอาการดังกล่าวจะมีผลต่อการออกดอก และติดผลของต้น แตงกวา จากการศึกษาชนิดของเชื้อราที่ปนเปื้อนอยู่ในระบบปลูกพืช โดยไม่ใช้ดินในรอบ 1 ปี พบเชื้อราทั้งสิ้น 14 genera โดยแบ่ง เป็นเชื้อราในกลุ่มที่สร้าง zoospore (zoosporic fungi) 2 genera คือ Pythium spp. และ Saprolegnia sp. ที่เหลือเป็นเชื้อราทั่ว ๆ ไป ได้แก่ Aspergillus spp., Chaetomium sp., Conidiobolus sp., Emericella sp., Fusarium sp., Mortierella sp., Mucor sp., Penicillium spp., Rhizopus sp., Sartorya sp., Syncephalastum sp. และ Trichoderma sp. ในกรณีของ Pythium spp. สามารถ จัดจำแนกได้เป็น 4 species คือ P. aphanidermatum, (Edson) Fitzp. P. carolinianum Matthews, P.group G และ P. group HS เชื้อดังกล่าวจะตรวจพบได้ในระบบ ปลูกพืชโดย ไม่ใช้ดินในปริมาณและความถี่ที่แตกต่างกันดังนี้ 1) P. corolinianum เป็น specie ที่ตรวจพบได้เป็นประจำในระบบ ปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน และพบในปริมาณที่ค่อนข้างมาก 2) P. aphanidermatum จะตรวจพบได้เฉพาะในระบบที่มีโรคโคนเน่า รากเน่าเกิดขึ้น ปริมาณที่พบจะมีความผันแปร ขึ้นอยู่กับความ รุนแรงของโรคที่พบ 3) P. group G และ P. group HS เป็น species ที่ตรวจพบได้ในปริมาณที่น้อย โดยพบใน crop ที่ปลูกในช่วงฤดูหนาวเท่านั้น การแพร่กระจายของ P. carolinianum และ P. aphanidermatum ในระบบหมุนเวียนสารละลายธาตุอาหาร พบว่า P. carolinianum มีแนวโน้มว่าจะตรวจพบได้ในส่วนของ สารละลายในถังจ่าย (solution inlet) และสารละลายที่ระบาย ออก (solution outlet) ในปริมาณที่มากกว่าสารละลายที่อยู่ ในวัสดุปลูก ในขณะที่ P. aphanidermatum มีแนวโน้มว่าจะ ตรวจพบได้ในส่วนของสารละลายที่อยู่ในวัสดุปลูกได้ในปริมาณ ที่มากที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่าวัสดุปลูกที่ใช้ในระบบปลูกพืชโดย ไม่ได้ใช้ดิน มีผลต่อการแพร่กระจายของเชื้อ Pythium ได้ เช่นกัน โดยพบว่าวัสดุที่เป็นฟองน้ำอัด (PUR) แกลบและแกลบเผา ปริมาณเชื้อที่ตรวจพบได้ในสารละลายที่อยู่ในวัสดุปลูกจะเป็น สัดส่วนที่น้อยกว่าปริมาณที่พบในสารละลายในถังจ่าย (solution inlet) และสารละลายที่ระบายออก (solution outlet) แต่ ในระบบที่ใช้ใยหิน (rockwool) และขุยมะพร้าวเป็นวัสดุปลูก มีแนวโน้มว่าจะตรวจพบเชื้อดังกล่าวได้ในปริมาณที่มากที่สุดใน ส่วนของสารละลายที่อยู่ในวัสดุปลูก จากการศึกษาการเจริญเติบโตและผลผลิตของแตงกวา ยุโรปที่ปลูกในระบบปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน พบว่าแตงกวายุโรป ที่ทำการปลูกในช่วงฤดูหนาว จะมีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิต ที่ดีที่สุด ในการเปรียบเทียบวัสดุปลูกที่นำเข้าจากต่างประเทศ (ฟองน้ำอัดและใยหิน) กับวัสดุปลูกภายในประเทศ (ขุยมะพร้าว) พบว่าการเจริญเติบโตของต้นแตงกวาไม่แตกต่างกันทางสถิติ แต่แตงกวาที่ปลูกบนวัสดุปลูกขุยมะพร้าว มีแนวโน้มว่าจะให้ น้ำหนักเฉลี่ยของผลดีกว่าวัสดุปลูกทั้งสองชนิดที่กล่าวมาแล้ว เมื่อทำการเปรียบเทียบการเจริญเติบโต และผลผลิตของแตงกวา ยุโรป ที่ทำการปลูกโดยใช้วัสดุปลูกภายในประเทศด้วยกัน (แกลบ แกลบเผา และขุยมะพร้าว) พบว่าแกลบเผาจะมีการ เจริญเติบโตดีที่สุด แต่ในเรื่องผลผลิตพบว่าแตงกวายุโรปที่ ปลูกบนวัสดุปลูกขุยมะพร้าวยังคงมีแนวโน้มว่าที่จะให้น้ำหนัก เฉลี่ยของผลดีกว่าวัสดุปลูกทั้งสอง ในเรื่องของสารละลาย ธาตุอาหารที่ใช้ พบว่าสารละลายธาตุอาหารสูตร Coic- Lesiant (1983), Benoit (1992) และสูตรที่ใช้ปลูก แตงเทศ (คำนวณปรับสูตรจากประเทศเบลเยี่ยม) ไม่ทำให้ ต้นแตงกวายุโรปมีการเจริญเติบโตแตกต่างกันทางสถิติแต่ ประการใด แต่ในเรื่องผลผลิตพบว่าแตงกวายุโรปที่ปลูก โดยใช้สารละลายธาตุอาหารสูตรที่ใช้ปลูกแตงเทศ (คำนวณ ปรับสูตรจากประเทศเบลเยี่ยม) จะให้น้ำหนักเฉลี่ยของผล ดีที่สุด เมื่อเปรียบเทียบกับทั้งสองสูตรที่ได้กล่าวมาแล้ว |
| บรรณานุกรม | : |
พรหมมาศ คูหากาญจน์ . (2539). การสำรวจโรคของแตงกวายุโรปในระบบปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พรหมมาศ คูหากาญจน์ . 2539. "การสำรวจโรคของแตงกวายุโรปในระบบปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. พรหมมาศ คูหากาญจน์ . "การสำรวจโรคของแตงกวายุโรปในระบบปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2539. Print. พรหมมาศ คูหากาญจน์ . การสำรวจโรคของแตงกวายุโรปในระบบปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2539.
|
