| ชื่อเรื่อง | : | ฤทธิ์ฆ่าแมลงของสารสกัดจากหนอนตายหยาก (Stemona sp) และ เถาวัลย์เปรียง (Derris scandens Benth.) |
| นักวิจัย | : | วาสนา ไชยคำ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33783 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | หนอนตายหยาก ~i(Stemona~i sp.: Stemonaceae) และเถาวัลย์เปรียง ~i(Derris scandena~i: Papillionaceae) เป็นพืชสมุนไพรที่มีสรรพคุณในการรักษาโรค ในสารสกัดหนอนตายหยากประกอบด้วยสารในกลุ่ม อัลคาลอย์และไอโซฟลาโวนอยด์ ซึ่งกลุ่มสารดังกล่าวมีฤทธิ์ได้อย่างกว้างขวางรวมทั้งฤทธิ์ฆ่าแมลงจึงได้ นำส่วนรากมาสกัดสารออกฤทธิ์ฆ่าแมลงโดยวิธีการสกัดอย่างต่อเนื่องด้วย เฮกเซน, ไดคลอโรมีเทน และ 70 เปอร์เซ็นต์เมทานอล นำสารสกัดที่ได้มาทดสอบ ความเป็นพิษโดยวิธี feeding leaf disc กับหนอนกระทู้ผัก ~i(Spodoptera litura~i Hubner) วัย2 วิธี residual film กับด้วงงวนข้าวโพด ~i(Sitophilus zeamais~i Motschulsky) ตัวเต็มวัยอายุประมาณ 5 วัน และวิธี test with aqueous dispersion กับลูกน้ำยุงลาย ~i(Aedes aegypti~i L.) วัย3 พบว่า สารสกัดหยาบไดคลอโรมีเทนของทั้งหนอนตายหยากและเถาวัลย์เปรียบแสดงความเป็น พิษสูงสุดต่อหนอนกระทู้ผัก โดยมีอัตราการตายที่ระดับความเข้มข้น 40000 พีพีเอ็ม เป็น 46 และ 44 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ เมื่อนำสารสกัดทดสอบความ เป็นพิษกับด้วงงวงข้าวโพด พบว่า ในหนอนตายหยากสารสกัดหยาบ 70 เปอร์เซ็นต์ เมทานอลแสดงความเป็นพิษสูงสุดโดยที่ระดับความเข้มข้น 50000 พีพีเอ็ม มี อัตราการตาย 48 เปอร์เซ็นต์ ส่วนเถาวัลย์เปรียงสารสกัดหยาบไดคลอโรมีเทน แสดงความเป็นพิษสูงสุด โดยมีอัตราการตาย 40 เปอร์เซ็นต์ที่ระดับความเข้มข้น เดียวกัน และเมื่อนำสารสกัดมาทดสอบกับลูกน้ำยุงลาย พบว่าสารสกัดหยาบ ไดคลอโรมีเทนแสดงความเป็นพิษสูงสุดโดยที่หนอนตายหยากมีอัตราการตาย 60 เปอร์เซ็นต์ที่ระดับความเข้มข้น 250 พีพีเอ็ม และ 100 เปอร์เซ็นต์ที่ระดับ ความเข้มข้นตั้งแต่ 500 พีพีเอ็มขึ้นไป ส่วนเถาวัลย์เปรียงมีอัตราการตาย 100 เปอร์เซ็นต์ที่ระดับความเข้มข้นตั้งแต่ 250 พีพีเอ็มขึ้นไป นำ สารสกัดหยายไดคลอโรมีเทนนไปแยก fraction โดยคอลัมน์โครมาโตกราฟี ใน ส่วนของหนอนตายหยากแยกได้ 9 fractions โดย F6 และ F8 ได้สารสกัดปริมาณ มากที่สุดคิดเป็น 34.3 และ 12 เปอร์เซ็นต์ (w/w) ตามลำดับ สำหรับเถาวัลย์เปรียง แยกได้ 6 fractions ซึ่ง F5 และ F4 ได้สารสกัดปริมาณมากที่สุดคิดเป็น 40 และ 27 เปอร์เซ็นต์ (w/w) ตามลำดับ โดย fraction ทั้งหมดใช้ 50 เปอร์เซ็นต์เอททิลอะซิเตทในเมทานอลเป็นตัวชะ เมื่อนำสารสกัดแต่ละ fractions ไปทดสอบความเป็นพิษกับลูกน้ำยุงลายพบว่า ในส่วนของหนอนตายหยาก F7 และ F6 แสดงความเป็นพิษสูงสุดโดยมีค่า LC(,50) 13 และ 14 พีพีเอ็ม ตามลำดับ สำหรับเถาวัลย์เปรียง F4 และ F5 แสดงความเป็นพิษสูงสุด โดยมีค่า LC(,50) 4 และ 8 พีพีเอ็ม ตามลำดับ นำ F7 และ F6 ของสารสกัด หนอนตายหยากและ F4 ของสารสกัดเถาวัลย์เปรียงตรวจสอบสารออกฤทธิ์ด้วย TLC โดยใช้โรทีโนนซึ่งเป็นไอโซฟลาโวนอยด์ชนิดหนึ่งเป็นสารมาตรฐานเปรียบเทียบ ซึ่งไม่พบโรทีโนนใน F4 ของสารสกัดเถาวัลย์เปรียง ส่วนใน F7 และ F6 ของ สารสกัดหนอนตายหยาก พบว่า อาจมีโรทีโนนเจือปนอยู่ เป็นไปได้ว่า สารออก ฤทธิ์ฆ่าลูกน้ำยุงลายอาจเป็นโรทีโนน หรืออีกนัยหนึ่งคือสารออกฤทธิ์ที่พบ เป็นสารชนิดอื่นซึ่งต้องมีการทำให้บริสุทธิ์อีกครั้ง และทำการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป อย่างไรก็ตามจากการศึกษาข้างต้น สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการเตรียม ให้ได้สารสกัดซึ่งมีปริมาณสารออกฤทธิ์สูง เพื่อนำไปใช้ในการป้องกันกำจัดแมลงต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
วาสนา ไชยคำ . (2544). ฤทธิ์ฆ่าแมลงของสารสกัดจากหนอนตายหยาก (Stemona sp) และ เถาวัลย์เปรียง (Derris scandens Benth.).
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วาสนา ไชยคำ . 2544. "ฤทธิ์ฆ่าแมลงของสารสกัดจากหนอนตายหยาก (Stemona sp) และ เถาวัลย์เปรียง (Derris scandens Benth.)".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. วาสนา ไชยคำ . "ฤทธิ์ฆ่าแมลงของสารสกัดจากหนอนตายหยาก (Stemona sp) และ เถาวัลย์เปรียง (Derris scandens Benth.)."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. วาสนา ไชยคำ . ฤทธิ์ฆ่าแมลงของสารสกัดจากหนอนตายหยาก (Stemona sp) และ เถาวัลย์เปรียง (Derris scandens Benth.). กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
