ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-พม่า

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-พม่า
นักวิจัย : พัฒนา อินทะไชย
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33692
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ต่อการได้รับอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-พม่า จังหวัดตาก โดยมีวัตถุ ประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะส่วนบุคคลที่มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจาก ทุ่นระเบิด 2) ศึกษาความรู้เกี่ยวกับอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิด 3) ศึกษาปัจจัยที่มีผล ต่อพฤติกรรมเสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิด ประชากรที่ศึกษาคือผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนไทย-พม่า และมีบ้านเรือนตั้งอยู่ ห่างจากพรมแดนไม่เกิน 1 กิโลเมตร ในอำเภอพบพระ และอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก คำนวณตัวอย่างโดยใช้สัดส่วนประชากร 20% ที่ระดับความความเชื่อมั่น 95% และสุ่ม ตัวอย่างแบบชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 240 คน ใช้แบบสัมภาษณ์เป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows วิเคราะห์โดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่า เบี่ยงเบนมาตรฐาน วิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติทดสอบ ไค-สแควร์ (Chi-Square test) และใช้สถิติทดสอบแบบที (T-test) เพื่อทดสอบความแตกต่างค่าคะแนนเฉลี่ยของ 2 ประชากร เกี่ยวกับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิด โดยทดสอบความมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาพบว่า 1. กลุ่มตัวอย่างที่ทำการศึกษามีเผ่าพันธุ์ ไทย ม้ง และกะเหรี่ยง ส่วนใหญ่ มีอายุระหว่าง 21-40 ปี การศึกษาส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนหนังสือ คิดเป็นร้อยละ 44.2 อาชีพหลักส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีรายได้และรายจ่ายของครอบครัวอยู่ระหว่าง 10,000-15,000 บาทต่อปี ร้อยละ 44.9 มีหนี้สินน้อยกว่า 5,000 บาท ร้อยละ 50.0 เคยเข้าไปในพื้นที่ที่มีทุ่นระเบิดฝังอยู่ สาเหตุที่เข้าไปส่วนใหญ่เข้าไปหาอาหาร และเก็บของป่า 2. ความรู้เกี่ยวกับทุ่นระเบิด ส่วนใหญ่มีความรู้อยู่ในระดับต่ำ คิดเป็น ร้อยละ 55.0 รองลงมา ร้อยละ 36.7 มีความรู้ในระดับปานกลาง และร้อยละ 8.3 มี ความรู้ในระดับสูง 3. พฤติกรรมเสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดของผู้ที่อาศัยอยู่ใน พื้นที่เสี่ยงส่วนใหญ่ร้อยละ 46.3 มีพฤติกรรมเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง รองลงมา ร้อยละ 38.3 มีพฤติกรรมเสี่ยงอยู่ในระดับต่ำ 4. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมเสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุจากทุ่น ระเบิดของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ได้แก่ เพศ อายุ สถานภาพสมรส จำนวนสมาชิกในครอบครัว เผ่าพันธุ์ การศึกษา รายได้ รายจ่าย และ หนี้สินของครอบครัว 5. ความแตกต่างระหว่างพฤติกรรมเสี่ยงต่อการได้รับอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิด ของผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ได้แก่ เพศหญิงมี พฤติกรรมเสี่ยงต่ำกว่าเพศชาย ผู้ที่แต่งงานแล้วมีพฤติกรรมเสี่ยงต่ำกว่าผู้ที่เป็นโสด ผู้ที่ไม่ได้เรียนหนังสือมีพฤติกรรมเสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ได้เรียนหนังสือ คนไทยมี พฤติกรรมเสี่ยงต่ำกว่าชาวไทยภูเขาเผ่าม้งและกะเหรี่ยง กลุ่มผู้มีอาชีพเกษตรกรรม พฤติกรรมเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอาชีพอื่น ๆ ผู้ที่ไม่เคยมีสมาชิกในครอบครัวได้รับ อุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดมีพฤติกรรมเสี่ยงต่ำกว่าผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเคยได้รับ อุบัติเหตุจากทุ่นระเบิด และผู้ที่เคยเข้าไปในพื้นที่ที่มีทุ่นระเบิดฝังอยู่มีพฤติกรรม เสี่ยงสูงกว่าผู้ที่ไม่เคยเข้าไปในพื้นที่ที่มีทุ่นระเบิดฝังอยู่

บรรณานุกรม :
พัฒนา อินทะไชย . (2544). การศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-พม่า.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัฒนา อินทะไชย . 2544. "การศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-พม่า".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
พัฒนา อินทะไชย . "การศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-พม่า."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
พัฒนา อินทะไชย . การศึกษาพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย-พม่า. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.