| ชื่อเรื่อง | : | การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการขัดขาวข้าวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้ง |
| นักวิจัย | : | ประสันต์ ชุ่มใจหาญ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33571 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการขัดขาวข้าว และศึกษาหาเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการขัดขาวข้าวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้ง โดยที่การศึกษาแบ่งออกเป็น 1) การศึกษาความเร็วเชิงเส้นที่ผิวขอบด้านบนของหินขัดขาว และอัตราการป้อนที่เหมาะสม สำหรับการขัดขาวข้าวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้ง 2) การศึกษาเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการขัดขาวข้าวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้ง และ 3) การทดสอบระยะยาวของเงื่อนไขการขัดขาวข้าวที่ได้ทำการศึกษาเปรียบเทียบกับการ ขัดขาวของโรงสีข้าวเอกชน โดยการศึกษาครั้งนี้เน้นศึกษาเฉพาะข้าวหอมมะลิ และใช้เครื่อง ขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหินขัดขาวเท่ากับ 300 มิลลิเมตร ซึ่งผลการทดลองมีดังนี้ (1) ความเร็วเชิงเส้นที่ผิวขอบด้านบนของหินขัดขาวที่เหมาะสม สำหรับเครื่องขัดขาว แบบกรวยหินแกนตั้งอยู่ในช่วง 12-15 เมตร/วินาที ถ้าความเร็วต่ำกว่า 12 เมตร/วินาที ทำให้ค่าดัชนีความขาวและระดับการสีลดลง แต่ค่าเปอร์เซ็นต์ข้าวหักที่ได้ไม่แตกต่าง กับที่ความเร็ว 12 เมตร/วินาที ถ้าความเร็วสูงกว่า 15 เมตร/วินาที ทำให้เปอร์เซ็นต์ ข้าวหักและระดับการสีมีค่าเพิ่มสูงขึ้น แต่ค่าดัชนีความขาวไม่แตกต่างกับที่ความเร็ว 15 เมตร/วินาที (2) สำหรับอัตราการป้อนที่เหมาะสมสำหรับการขัดขาวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหิน แกนตั้งที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางหินขัดขาวเท่ากับ 300 มิลลิเมตรเท่ากับ 400 มิลลิกรัม/ ชั่วโมง ถ้าอัตราการป้อนต่ำกว่า 400 กิโลกรัม/ชั่วโมง ทำให้เปอร์เซ็นต์ข้าวหักสูงขึ้น แต่ค่าดัชนีความขาวและระดับการสีมีค่าลดต่ำลง ถ้าอัตราการป้อนที่สูงกว่า 400 กิโลกรัม/ ชั่วโมง ได้ค่าเปอร์เซ็นต์ข้าวหักไม่แตกต่างกับอัตราการป้อน 400 กิโลกรัม/ชั่วโมง แต่ค่าดัชนีความขาวและระดับการสีมีค่าต่ำลง (3) เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการขัดขาวครั้งที่ 1 คือ ใช้อัตราการป้อน 400 กิโลกรัม/ชั่วโมง ระยะห่างระหว่างหินขัดขาวกับตะแกรงขัดขาวเท่ากับ 10 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างหินขัดขาวกับแท่งยางขัดขาวเท่ากับ 2 มิลลิเมตร และความเร็วเชิงเส้น ที่ผิวขอบด้านบนของหินขัดขาวเท่ากับ 13 เมตร/วินาที ผลการศึกษาได้ค่าเปอร์เซ็นต์ ข้าวหักเท่ากับ 7.79 เปอร์เซ็นต์ ค่าดัชนีความขาวเท่ากับ 30.8 ระดับการสีเท่ากับ 3.83 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดข้าวมีขนาดความยาว ความกว้าง และความหนาเท่ากับ 7.43 2.14 และ 1.72 มิลลิเมตร ตามลำดับ (4) เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการขัดขาวครั้งที่ 2 คือ ใช้อัตราการป้อน 400 กิโลกรัม/ชั่วโมง ระยะห่างระหว่างหินขัดขาวกับตะแกรงขัดขาวเท่ากับ 10 มิลลิเมตร ระยะห่างระหว่างหินขัดขาวกับแท่งยาง ขัดขาวเท่ากับ 2 มิลลิเมตร และความเร็วเชิงเส้น ที่ผิวขอบด้านบนของหินขัดขาวเท่ากับ 13 เมตร/วินาที ผลการศึกษาได้ค่าเปอร์เซ็นต์ ข้าวหักเท่ากับ 13.28 เปอร์เซ็นต์ ค่าดัชนีความขาวเท่ากับ 37.3 ระดับการสีเท่ากับ 5.36 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดข้าวมีขนาดความยาว ความกว้าง และความหนาเท่ากับ 7.42 2.13 และ 1.71 มิลลิเมตรตามลำดับ (5) เงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการขัดขาวครั้งที่ 3 คือ อัตราการป้อน 400 กิโลกรัม/ ชั่วโมง ระยะห่างระหว่างหินขัดขาวกับตะแกรงขัดขาวเท่ากับ 10 มิลลิเมตร ระยะห่าง ระหว่างหินขัดขาวกับแท่งยางขัดขาวเท่ากับ 1 มิลลิเมตร และ ความเร็วเชิงเส้นที่ผิว ขอบด้านบนของหินขัดขาวเท่ากับ 13 เมตร/วินาที ผลการศึกษาได้ค่าเปอร์เซ็นต์ข้าวหัก เท่ากับ 19.51 เปอร์เซ็นต์ ค่าดัชนีความขาวเท่ากับ 44.4 ระดับการสีเท่ากับ 7.91 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดข้าวมีขนาดความยาว ความกว้าง และความหนาเท่ากับ 7.34 และ 1.70 มิลลิเมตรตามลำดับ (6) การทดสอบการขัดขาวอย่างต่อเนื่อง 3 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง โดยใช้ เงื่อนไขการขัดขาวที่อัตราการป้อน 400 กิโลกรัม/ชั่วดมง ระยะห่างระหว่างหินขัดขาว กับตะแกรงขัดขาวเท่ากับ 10 มิลลิเมตร ความเร็วเชิงเส้นที่ผิวขอบด้านบนของหินขัดขาว เท่ากับ 13 เมตร/วินาที ระยะห่างระหว่างหินขัดขาวกับแท่งยางขัดยาวเท่ากับ 2 มิลลิเมตร ยกเว้นในการขัดขาวครั้งที่ 3 ใช้ระยะห่างระหว่างหินขัดขาวกับแท่งยางขัดขาวเท่ากับ 1 มิลลิเมตร พบว่าได้เปอร์เซ็นต์ข้าวหักเฉลี่ยเท่ากับ 12.94 16.23 และ 21.29 เปอร์เซ็นต์ ค่าดัชนีความยาวเฉลี่ยเท่ากับ 31.4 36.9 และ 42.3 และระดับการสีเฉลี่ย เท่ากับ 4.68 6.40 และ 7.98 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังพบว่าเมื่อใช้เครื่องขัดขาวเป็น เวลานาน ส่งผลให้ค่าดัชนีความขาวมีแนวโน้มลดลง (7) การเปรียบเทียบการขัดขาวโดยเงื่อนไขที่เหมาะสมสำหรับการขัดขาวที่ได้ ทำการศึกษาเมื่อทำการขัดขาว 2 ครั้ง กับการขัดขาวของโรงสีเอกชน 2 โรงซึ่งมีการ ขัดขาว 2 ครั้ง จากการศึกษาพบว่าการขัดขาว 2 ครั้งของการทดสอบตามเงื่อนไขที่เหมาะสม ให้ค่าเปอร์เซ็นต์ข้าวหักต่ำกว่าการขัดขาวของโรงสีเอกชนลำดับที่ 1 และลำดับที่ 2 เท่ากับ 1.77 และ 6.26 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ให้ค่าดัชนีความขาวสูงกว่าโรงสีเอกชน ลำดับที่ 1 เท่ากับ 5.1 แต่ต่ำกว่าโรงสีเอกชนลำดับที่ 2 เท่ากับ 0.5 ส่วนระดับการสี ให้ค่าที่สูงกว่าโรงสีเอกชนลำดับที่ 1 เท่ากับ 1.41 เปอร์เซ็นต์ แต่ต่ำกว่าโรงสี เอกชน ลำดับที่ 2 เท่ากับ 0.63 เปอร์เซ็นต์ |
| บรรณานุกรม | : |
ประสันต์ ชุ่มใจหาญ . (2544). การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการขัดขาวข้าวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้ง.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประสันต์ ชุ่มใจหาญ . 2544. "การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการขัดขาวข้าวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้ง".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. ประสันต์ ชุ่มใจหาญ . "การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการขัดขาวข้าวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้ง."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. ประสันต์ ชุ่มใจหาญ . การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการขัดขาวข้าวด้วยเครื่องขัดขาวแบบกรวยหินแกนตั้ง. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
