ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

การจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ในจังหวัดยโสธร

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : การจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ในจังหวัดยโสธร
นักวิจัย : สาธิต อดิตโต
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33479
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษาสภาพเศรษฐกิจสังคมของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิ อินทรีย์ และศึกษากลยุทธ์ในการดำเนินงานของโรงสีผู้ประกอบการค้าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะสำหรับเกษตรกรและจัดทำกลยุทธ์ทางเลือกชุดใหม่สำหรับโรงสี โดย ศึกษาเกษตรกรจำนวน 40 ราย และโรงสีผู้ค้าจำนวน 2 โรงสี ในเขตอำเภอกุดชุมและอำเภอ มหาชนะชัย จังหวัดยโสธร กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเจาะจง โดยใช้โปรแกรม SPSS ในการหาค่า สถิติ ร้อยละ ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาคือ ทราบสภาพเศรษฐกิจ สังคม สภาพการผลิต ความต้องการความช่วยเหลือ ความพึงพอใจ สภาพปัญหาทั่วไปของเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในการส่งเสริมกิจกรรมให้ตรงกับความต้องการของเกษตรกรมากยิ่งขึ้น ทราบกลยุทธ์การดำเนินงาน ที่เหมาะสมและเป็นประโยชน์สำหรับโรงสีผู้ประกอบการค้าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ผลการศึกษาสภาพเศรษฐกิจสังคมของครัวเรือนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์ พบว่า หัวหน้าครัวเรือนร้อยละ 95 เป็นเพศชาย อายุเฉลี่ย 52 ปี ส่วนใหญ่จบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 มีสมาชิกในครัวเรือนเฉลี่ย 4.9 คน มีจำนวนแรงงานในการทำนาเฉลี่ย 3.53 คน ขนาดพื้นที่ ถือครองทางการเกษตรเฉลี่ย 18.75 ไร่ ในด้านสถานะทางการเงินของครัวเรือนเกษตรกร พบว่า รายได้สุทธิที่เป็นเงินสดในปี 2543 เฉลี่ย 29,075.98 บาทต่อครัวเรือน ส่วนภาวะหนี้สิน พบว่าครัวเรือนเกษตรกรมีการกู้เงินเฉลี่ย 5,750 บาทต่อครัวเรือน ในด้านสภาพการผลิต ข้าวหอมมะลิอินทรีย์ พบว่า จำนวนปีที่เกษตรกรเปลี่ยนมาทำการปลูกข้าวแบบอินทรีย์เฉลี่ย 4.33 ปี ขนาดพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์เฉลี่ย 12.47 ไร่ ปริมาณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ เท่ากับ 312.42 กิโลกรัม ส่วนราคาข้าวเปลือกหอมมะลิอินทรีย์ในปี 2543 เป็นราคาประกัน กิโลกรัมละ 10 บาท มีรายรับที่ได้จากการขายข้าวหอมมะลิอินทรีย์เป็นเงินสดเฉลี่ย 36,108.25 บาทต่อครัวเรือน และรายจ่ายที่เป็นเงินสดในการปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์เฉลี่ย 6,079.68 บาท ต่อครัวเรือน ทำให้รายได้สุทธิที่ครัวเรือนเกษตรกรได้รับค่อนข้างสูงถึง 30,028.57 บาท ความรู้ที่เกษตรกรต้องการมากคือ ความรู้ในเรื่องพันธุ์ข้าวหอมมะลิ และต้องการได้รับ การสนับสนุนปุ๋ยอินทรีย์ พันธุ์ข้าว เงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากภาครัฐ และต้องการความรู้ด้านการ จัดการตลาดเพื่อจะได้สามารถขายข้าวโดยไม่ถูกพ่อค้าโกง ด้านความพึงพอใจเกษตรกรมีความ พึงพอใจในคุณภาพข้าวที่ได้รับมากที่สุด รองลงมาคือความพึงพอใจในสุขภาพที่ดีขึ้น และด้าน ปัญหาทั่วไปพบว่า เกษตรกรประสบปัญหาน้ำท่วมในปี 2543 ทำให้นาข้าวหอมมะลิอินทรีย์บางส่วน ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังประสบปัญหาการจัดการน้ำเนื่องจากอยู่นอกเขตชลประทาน และไม่มีบ่อกักเก็บน้ำ ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินกลยุทธ์ของโรงสีข้าวหอมมะลิอินทรีย์ พบว่า ที่ผ่านมาโรงสี ดำเนินกลยุทธ์ด้านการผลิตได้ค่อนข้างดีแต่ยังไม่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการ วิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินพบว่า โรงสีทั้งสองแห่งยังมีปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียนของ กิจการค่อนข้างต่ำ เนื่องจากขาดการวางแผนล่วงหน้าทั้งด้านการเงิน การผลิต และการจัดซื้อ วัตถุดิบ ส่วนการดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาดนั้นสามารถทำได้ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่โรงสียังไม่มีความสามารถพอที่จะแข่งขันได้ด้วยตนเอง เนื่องจากสภาพการแข่งขันที่รุนแรง และการขาดประสบการณ์ทางธุรกิจของคณะกรรมการดำเนินงานทำให้ต้องพึ่งพากลุ่มเครือข่าย จากภายนอกเพื่อช่วยสนับสนุนงานด้านการตลาดให้สามารถแข่งขันได้ ผู้วิจัยจึงเสนอกลยุทธ์ทางเลือกชุดใหม่ให้แก่โรงสี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความ สามารถในการแข่งขันและสามารถอยู่รอดในธุรกิจนี้ได้ เช่น ร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรพัฒนา เอกชนเพื่อใช้โรงสีเป็นจุดศูนย์กลางในการรวบรวม แปรรูป และจำหน่ายข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เพื่อจะได้มีการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เน้นการทำตลาดข้าวหอมมะลิอินทรีย์ เพราะเป็นสินค้าที่มีศักยภาพด้านการตลาด เร่งปรับปรุงเทคโนโลยีเครื่องสีข้าว เร่งเพิ่ม เงินทุนหมุนเวียนให้กิจการโดยขอสนับสนุนเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากภาครัฐ และใช้ประโยชน์ จากกลุ่มเครือข่ายในการสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาดให้แก่โรงสี เป็นต้น โดยโรงสีแต่ละ แห่งสามารถพิจารณาเลือกดำเนินกลยุทธ์ใดกลยุทธ์หนึ่งหรือดำเนินพร้อมกันหลายกลยุทธ์ก็ สามารถกระทำได้ ภาครัฐควรเร่งสนับสนุนให้เกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิอินทรีย์เพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกัน เกษตรกรควรปรับปรุงคุณภาพข้าวหอมมะลิอินทรีย์ที่ตนปลูกให้ได้มาตรฐาน สำนักงานมาตรฐาน เกษตรอินทรีย์ควรร่วมกับภาครัฐจัดทำข้อกำหนดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ใหม่เพื่อให้เกษตรกร สามารถเข้าใจได้ง่าย โรงสีผู้ประกอบการค้าข้าวหอมมะลิอินทรีย์ควรเร่งปรับปรุงระบบการ ดำเนินงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันให้สูงขึ้น ควรมีการวางแผนในการดำเนินงาน ร่วมกันระหว่างเกษตรกร โรงสี รัฐบาล และองค์กรพัฒนาเอกชน ในการกำหนดนโยบายหรือ แผนการปฏิบัติงานร่วมกันเพื่อให้ธุรกิจข้าวหอมมะลิอินทรีย์สามารถดำเนินการได้ประสบความ สำเร็จ และเป็นแนวทางสำหรับการพัฒนาเชิงธุรกิจให้แก่สินค้าเกษตรชนิดอื่นที่มีศักยภาพ อีกด้วย

บรรณานุกรม :
สาธิต อดิตโต . (2544). การจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ในจังหวัดยโสธร.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สาธิต อดิตโต . 2544. "การจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ในจังหวัดยโสธร".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
สาธิต อดิตโต . "การจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ในจังหวัดยโสธร."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
สาธิต อดิตโต . การจัดการเชิงกลยุทธ์ของธุรกิจข้าวหอมมะลิอินทรีย์ ในจังหวัดยโสธร. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.