| ชื่อเรื่อง | : | การส่งเสริมการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ |
| นักวิจัย | : | สุขุม จันทรา |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2544 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33384 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความรู้ ทัศนคติ พฤติกรรมการป้องกันตนเองเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และทัศนคติกับพฤติกรรม การปฏิบัติป้องกันตนเองจากโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์ของชายที่มาใช้บริการ 2) ศึกษาสภาพปัญหา อุปสรรค และแนวทางในการส่งเสริมให้ชายที่มาใช้บริการสามารถ ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 3) เสนอแนะรูปแบบส่งเสริมการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในหมู่ชาย ที่มาใช้บริการ กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ชายที่มาใช้บริการในสถานบริการ ประเภทแอบแฝง ซึ่งได้แก่ ร้านอาหาร ดิสโก้เธค คาเฟ่ คาราโอเกะ ผับ โรงแรม นวดแผน โบราณ และสนุกเกอร์ จำนวน 300 คน กลุ่มที่ 2 เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในงานควบคุมโรคเอดส์ และกามโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 11 คน และกลุ่มที่ 3 ประชาชน หมู่ที่ 14 ตำบลสวายจึก อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสัมภาษณ์ และการใช้กระบวนการกลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบน มาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างโดยใช้สถิติ t-test ผลการวิจัยพบว่า 1. ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของชายที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่รู้จัก เฉพาะโรคเอดส์ โรคติดต่ออื่นๆ ทางเพศสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพยาธิในช่องคลอดรู้จัก น้อยมาก 2. ทัศนคติเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของชายที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่ยังมี ทัศนคติที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับระดับความรู้ที่ต่ำ 3. ชายที่มาใช้บริการ ส่วนใหญ่ดื่มสุราก่อนมาใช้บริการ และมีเพียงร้อยละ 68.8 ของกลุ่มชายเหล่านี้ ที่ได้ปฏิบัติป้องกันตนจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ด้วยการใช้ถุงยาง อนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์ 4. ความรู้ไม่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมของชายที่มาใช้บริการทางเพศ และการใช้ ถุงยางอนามัย 5. การปฏิบัติป้องกันตนเองที่ไม่ถูกต้องของชายที่มาใช้บริการ ส่วนหนึ่งมาจากการที่ สถานบริการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมิได้มีการดำเนินกิจกรรม เพื่อเสริมสร้างความรู้ใน ชายที่มาใช้บริการให้เกิดความรู้ความตระหนักต่อการปฏิบัติป้องกันตนเองจากโรคติดต่อ ทางเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจนเท่าที่ควร อีกทั้งความรู้ที่ให้ส่วนใหญ่จะเป็นความรู้เพียงบาง ประเด็นของบางโรคเท่านั้น และยังไม่ครอบคลุมผลกระทบของโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ ที่มีอยู่ โดยเฉพาะประชาชนยังไม่มีบทบาทเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการป้องกันและไขปัญหา โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อย่างแท้จริง 6. การส่งเสริมการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ของประชาชน ควรให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาให้มากขึ้น เช่น จัดเวทีเสวนาลงไปยังหมู่บ้าน ต่างๆ เพื่อให้ชุมชนรับรู้สภาพปัญหา และร่วมกันคิดวางแผนแก้ไขปัญหาตามความเหมาะสม นอกจากนี้ควรมีการพัฒนาศักยภาพของครอบครัวให้มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องผลกระทบ และแนวทางการป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตลอดจนมุ่งพัฒนาให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ สามารถสื่อสารและถ่ายทอดความรู้การป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ไปสู่สมาชิกในครอบครัว ได้เป็นอย่างดี ตลอดทั้งเกิดแกนนำกลุ่มเยาวชนที่เข้มแข็ง ซึ่งสามารถแนะนำหรือตักเตือน ให้ผู้อื่นได้ และควรสนับสนุนให้เกิดระบบการส่งเสริมสุขภาพในสถานบริการ เช่น มีเอกสาร ความรู้และถุงยางอนามัย มีการให้คำปรึกษา มีการจัดการดูแลสุขภาพหญิงบริการและมีการ ฝึกอบรมหญิงบริการให้มีทัษะในการปฏิเสธชายผู้มาใช้บริการที่ไม่ยอมสวมถุงยางอนามัย ตลอดทั้งสามารถสื่อสารไปยังชายนักเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะควรสนับสนุน ส่งเสริมให้สถานบริการจัดตั้งเครือข่ายในการดูแลช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีการประชุมแลก เปลี่ยนความคิด และร่วมมือกันกำหนดมาตรการที่ดีต่อไป |
| บรรณานุกรม | : |
สุขุม จันทรา . (2544). การส่งเสริมการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุขุม จันทรา . 2544. "การส่งเสริมการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. สุขุม จันทรา . "การส่งเสริมการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print. สุขุม จันทรา . การส่งเสริมการป้องกันตนเองจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.
|
