ridm@nrct.go.th   ระบบคลังข้อมูลงานวิจัยไทย   รายการโปรดที่คุณเลือกไว้

ศักยภาพของการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาสหกรณ์การเกษตร : กรณีศึกษาในจังหวัดขอนแก่น

หน่วยงาน ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย

รายละเอียด

ชื่อเรื่อง : ศักยภาพของการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาสหกรณ์การเกษตร : กรณีศึกษาในจังหวัดขอนแก่น
นักวิจัย : หนึ่งฤทัย เรืองจิต
คำค้น : -
หน่วยงาน : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย
ผู้ร่วมงาน : -
ปีพิมพ์ : 2544
อ้างอิง : http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33307
ที่มา : -
ความเชี่ยวชาญ : -
ความสัมพันธ์ : -
ขอบเขตของเนื้อหา : -
บทคัดย่อ/คำอธิบาย :

การศึกษาเรื่องศักยภาพของการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาสหกรณ์การเกษตร กรณีศึกษา ในจังหวัดขอนแก่น มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการดำเนินธุรกิจ ฐานการเงิน และประสิทธิภาพ การดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรทั่วไปในจังหวัดขอนแก่น ซึ่งผู้สอบบัญชีสหกรณ์ได้ตรวจสอบ บัญชีและรับรองการเงินอย่างถูกต้องตามระเบียบที่นายทะเบียนกำหนด โดยมีปีบัญชีสิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม และ 30 เมษายน 2544 จำนวน 60 สหกรณ์ มาวิเคราะห์สถานภาพ ผลการ ดำเนินธุรกิจ ฐานะการเงินของสหกรณ์ และวิเคราะห์ประสิทธิภาพการดำเนินงานของสหกรณ์ การเกษตรโดยการใช้อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญต่างๆ ผลของการศึกษาปรากฏว่าสหกรณ์การเกษตรทั่วไปในจังหวัดขอนแก่น ปี 2543 มีสมาชิก ต่ำกว่า 1,000 คน เป็นส่วนใหญ่ คิดเป็นร้อยละ 63 ของจำนวนสหกรณ์การเกษตรทั่วไปทั้งหมด ที่ทำการศึกษา สหกรณ์ที่มีสมาชิก 1,001 คน ถึง 2,000 คน และสหกรณ์ที่มีสมาชิก 2,000 คนขึ้นไป มีจำนวนสหกรณ์เท่ากันคือร้อยละ 18.33 ของจำนวนสหกรณ์ทั้งหมดที่ทำการศึกษา เมื่อวิเคราะห์มูลค่าการดำเนินธุรกิจ สหกรณ์การเกษตรทั่วไปที่ทำการศึกษา ดำเนินธุรกิจ การให้เงินกู้มากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 39.39 ของมูลค่าปริมาณธุรกิจทั้งหมด รองลงมาคือ ธุรกิจการรวบรวมผลิตผล คิดเป็นร้อยละ 22.06 ธุรกิจการรับฝากเงิน คิดเป็นร้อยละ 19.65 ธุรกิจการจัดหาสินค้ามาจำหน่าย คิดเป็นร้อยละ 18.76 ของมูลค่าปริมาณธุรกิจทั้งหมด โดย ดำเนินธุรกิจการให้บริการน้อยที่สุด คิดเป็นร้อยละ 0.20 ของมูลค่าปริมาณธุรกิจทั้งหมด ผลการดำเนินงานสหกรณ์มีกำไรสุทธิประจำปี จำนวน 38 สหกรณ์ คิดเป็นร้อยละ 63 ของจำนวน สหกรณ์ทั้งหมดที่ทำการศึกษา ผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิประจำปี จำนวน 22 สหกรณ์ คิดเป็น ร้อยละ 37 ของจำนวนสหกรณ์ทั้งหมดที่ทำการศึกษา การวิเคราะห์ฐานะการเงินของสหกรณ์ การเกษตรทั่วไป โดยรวมมีหนี้สินทั้งหมดคิดเป็นร้อยละ 59.64 ของทรัพย์สินทั้งหมด และทุน ของสหกรณ์คิดเป็นร้อยละ 40.36 ของทรัพย์สินทั้งหมด นับได้ว่าสามารถขยายการดำเนินธุรกิจ และอยู่ในฐานะที่มีความสามารถชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ของสหกรณ์ เมื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพ การดำเนินงาน ในปี 2543 สหกรณ์การเกษตรทั่วไปที่ทำการศึกษาจัดอยู่ในระดับที่มีศักยภาพ การดำเนินธุรกิจ มีอัตราส่วนทุนหมุนเวียนเฉลี่ย 1.85 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอัตราส่วน ทุนหมุนเวียนของสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือและสหกรณ์การเกษตรทั้งประเทศ และมีอัตราส่วนวัดการก่อหนี้เฉลี่ย 1.52 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอัตราส่วนของสหกรณ์การเกษตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ และมีอัตราส่วนวัดการใช้ทรัพย์สิน เฉลี่ย 0.24 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออกเฉียงเหนือและสหกรณ์ การเกษตรทั่วประเทศ โดยสหกรณ์การเกษตรทั่วไปในจังหวัดขอนแก่นมีอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ย ร้อยละ 20.47 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยของสหกรณ์การเกษตรภาคตะวันออก เฉียงเหนือและสหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศ เมื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพการดำเนินงานของสหกรณ์การเกษตรทั่วไปในกลุ่มที่ทำการ ศึกษา สหกรณ์ที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงานต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ สหกรณ์การเกษตรทั่วไปที่จัดอยู่ในระดับที่มีศักยภาพของการดำเนินธุรกิจพบว่า ค่าเฉลี่ย อัตราส่วนทุนหมุนเวียนใกล้เคียงกันคือ อยู่ในอัตราส่วนระหว่าง 1.40 ถึง 1.92 เมื่อ พิจารณาทุนการดำเนินงานของสหกรณ์ส่วนใหญ่มาจากหนี้สิน โดยอัตราส่วนวัดการก่อหนี้เฉลี่ย อยู่ระหว่าง 1.67 ถึง 3.18 และมีอัตราส่วนความสามารถการใช้สินทรัพย์เฉลี่ยใกล้เคียง กับสหกรณ์การเกษตรทั่วไปที่มีศักยภาพ คืออัตราส่วนอยู่ระหว่าง 0.43 ถึง 1.97 แต่ไม่อาจ ทำกำไรให้สหกรณ์ในอัตราที่สูงได้ โดยอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ระหว่างร้อยละ -37.40 ถึงร้อยละ 7.77 ทั้งนี้เนื่องจากสหกรณ์มีต้นทุนการดำเนินงานสูง ประสิทธิภาพการเร่งรัด ลูกหนี้เงินกู้ค้างชำระต่ำและในบางสหกรณ์มีผลการดำเนินงานขาดทุนสุทธิสะสมจากปีบัญชีก่อน ในขณะที่สหกรณ์การเกษตรทั่วไปที่จัดอยู่ในระดับที่มีศักยภาพของการดำเนินธุรกิจมีอัตรากำไร สุทธิเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ระหว่างร้อยละ 7.22 ถึงร้อยละ 20.47 สำหรับข้อเสนอแนะในการปรับปรุงเห็นว่า โดยที่ระบบสหกรณ์เป็นระบบที่ได้เปรียบด้าน การประหยัดต่อขนาด (economy of scale) ย่อมส่งผลให้สหกรณ์สามารถขยายการดำเนินธุรกิจ หากได้มีการพัฒนาการบริหารจัดการสหกรณ์และพัฒนาด้านการตลาดให้มีความคล่องตัว เพื่อสามารถ แข่งขันกับธุรกิจปัจจุบันได้ รวมทั้งมีการเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างสหกรณ์ ลดการพึ่งพิงการ กู้ยืมเงินจากแหล่งเงินทุนต่างๆ ประกอบกับการประสานงานให้ความช่วยเหลือในด้านความรู้ แนวคิดเชิงธุรกิจด้านการประกอบอาชีพจากเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง ระบบสหกรณ์ย่อมเป็นฐานพลังที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของสมาชิกและเกษตรกรได้

บรรณานุกรม :
หนึ่งฤทัย เรืองจิต . (2544). ศักยภาพของการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาสหกรณ์การเกษตร : กรณีศึกษาในจังหวัดขอนแก่น.
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
หนึ่งฤทัย เรืองจิต . 2544. "ศักยภาพของการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาสหกรณ์การเกษตร : กรณีศึกษาในจังหวัดขอนแก่น".
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย.
หนึ่งฤทัย เรืองจิต . "ศักยภาพของการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาสหกรณ์การเกษตร : กรณีศึกษาในจังหวัดขอนแก่น."
    กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2544. Print.
หนึ่งฤทัย เรืองจิต . ศักยภาพของการดำเนินธุรกิจและการพัฒนาสหกรณ์การเกษตร : กรณีศึกษาในจังหวัดขอนแก่น. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2544.