| ชื่อเรื่อง | : | ฤทธิต้านออกซิแดนท์ของผักแพว |
| นักวิจัย | : | อธิกา จารุโชติกมล |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=33159 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การศึกษาฤทธิ์ต้านออกซิแดนท์ของผักแพว ~iPolygonum odoratum~i Lour.) ทำโดยใช้ แบบจำลองต่าง ๆ ตรวจสอบทั้งในหลอดทดลอง (in vitro) และในสัตว์ทดลอง (in vivo) การตรวจสอบ ในหลอดทดลองเป็นการประเมินฤทธิ์ในการเข้าจับและกำจัด (scavenge) อนุมูลอิสระที่เสถียร (1,1 - diphenyl-2-picrylhydrazyl DPPH) และการตรวจสอบฤทธิ์ต่ออนุมูลอิสระที่ถูกกระตุ้น ให้สร้างขึ้นภายในเซลล์เม็ดเลือดขาว โดยใช้สารตรวจสอบ dichlorofluorescein diacetate (DCFH-DA) ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าสารสกัดผักแพวสามารถที่จะเข้าจับและกำจัดอนุมูล อิสระได้ โดยสามารถเข้าจับและกำจัดสาร DPPH และสารสกัดผักแพวในความเข้มข้น 10 และ 100 (+,m)/ml สามารถลดอัตราการสร้างอนุมูลอิสระภายในเม็ดเลือดขาวที่ถูกกระตุ้นด้วยสาร (phorbol 12-myristate 13-acetate PMA) ได้อย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) การศึกษาแนวทาง การประยุกต์ใช้ในทางคลินิกโดยการศึกษาในตัวสัตว์ทดลองได้ประเมินฤทธิ์การป้องกันเซลล์ เยื่อบุกระเพาะอาหารที่บาดเจ็บจากภาวะขาดเลือดและมีเลือดกลับไปเลี้ยงใหม่ (Ischaemic- Reperfusion I/R) หนูขาวที่ได้รับสารสกัดจะมีพื้นที่การเกิดแผลของเยื่อบุกระเพาะอาหาร ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) โดยมีพื้นที่แผลในกระเพาะอาหารโดยเฉลี่ยของกลุ่ม ควบคุมและกลุ่มที่ได้รับสารสกัดผักแพวในขนาด 1 g/Kg น้ำหนักตัว/วัน เป็นเวลา 3 วัน เท่ากับร้อยละ 12.87(+,ฑ)1.05 และ 6.09(+,ฑ)1.47 ของพื้นที่กระเพาะอาหารทั้งหมด ตามลำดับ การะประเมินฤทธิ์ของสารสกัดผักแพวในการป้องกันตับบาดเจ็บจาก carbon tetrachloride (CCI(,4)) หรือ acetaminophen (APAP) ซึ่งทำให้ตับบาดเจ็บแบบเฉียบพลัน จากภาวะ oxidative stress โดยทำการทดลองในหนูถีบจักร ICR การได้รับสารสกัดผักแพว ขนาด 1g/Kg น้ำหนักตัว/วัน เป็นเวลา 3 วัน ไม่สามารถป้องกันตับบาดเจ็บเนื่องจากพิษของ CCI(,4) แต่สามารถป้องกันตับบาดเจ็บเนื่องจากพิษของ APAP ได้ โดยพบว่าสามารถลด ความรุนแรงของความผิดปกติของเซลล์ตับเมื่อตรวจสอบทางเนื้อเยื่อวิทยา และสามารถ ลดระดับของเอนไซม์ ALT จาก 14586.96(+,ฑ)1293.29 U/L เป็น 7725.88(+,ฑ)1452.24 U/L และเอนไซม์ LDH จาก 29186.96(+,ฑ)2468.56 U/L เป็น 14284.94(+,ฑ)2564.85 U/L ตามลำดับ (p<0.05) และเมื่อสัตว์ทดลองได้รับสารสกัดผักแพว (1 และ 2 g/Kg น้ำหนักตัว/วัน เป็นเวลา 3 วัน) ก่อนการเหนี่ยวนำให้ตับบาดเจ็บด้วย APAP จะมีระดับของ GSH ต่อน้ำหนัก ตับ 1 g เพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับสารสกัดอย่างมีนัยสำคัญ (p<0.05) โดยเพิ่มขึ้นจาก 5.7(+,ฑ)0.39 (+,m)mole/g เป็น 8.02(+,ฑ)0.34 (+,m)mole/g และ 7.85(+,ฑ)0.88 (+,m) mole/g ตามลำดับ นอกจากนี้ยังได้ประเมินความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของผักแพว โดย ทดสอบในหนูถีบจักร ICR สังเกตความผิดปกติของสัตว์ทดลองหลังได้รับสารสกัด 4 g/Kg น้ำหนักตัว ผลการทดสอบพบว่าผักแพวในขนาดสูงมาก ไม่ทำให้สัตว์ทดลองตายและไม่ทำ ให้เกิดความผิดปกติใด ๆ อัตราการหายใจ อุณหภูมิร่างกายที่วัดจากทางทวารหนัก และ น้ำหนักตัวสัตว์ อยู่ในเกณฑ์ปกติ จากการศึกษาในครั้งนี้สรุปได้ว่าสารสกัดผักแพวมีฤทธิ์เป็น antioxidant ในแบบจำลอง ของหลอดทดลอง คือสามารถ scavenge สารอนุมูลอิสระที่เสถียร DPPH ได้ และสามารถลด ปริมาณการเกิดอนุมูลอิสระภายในเม็ดเลือดขาวที่ถูกกระตุ้นด้วยสาร PMA ในการศึกษาเพื่อ เป็นแนวทางการประยุกต์ใช้ในทางคลินิกนั้น สารสกัดผักแพวสามารถลดการเกิดแผลที่กระเพาะ อาหารที่เกิดจากภาวะ I/R และมีฤทธิ์ในการป้องกันตับบาดเจ็บจาก acetaminophen ได้ และ การศึกษาพิษเบื้องต้นไม่พบความเป็นพิษแบบเฉียบพลันของสารสกัดผักแพว |
| บรรณานุกรม | : |
อธิกา จารุโชติกมล . (2543). ฤทธิต้านออกซิแดนท์ของผักแพว.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อธิกา จารุโชติกมล . 2543. "ฤทธิต้านออกซิแดนท์ของผักแพว".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. อธิกา จารุโชติกมล . "ฤทธิต้านออกซิแดนท์ของผักแพว."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. อธิกา จารุโชติกมล . ฤทธิต้านออกซิแดนท์ของผักแพว. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
