| ชื่อเรื่อง | : | สภาพปัญหาและความต้องการทางการศึกษาในระบบต่างๆ เพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมืองของชาวชนบทในเขตการศึกษา 11 |
| นักวิจัย | : | หญิง เกตุรัตน์ |
| คำค้น | : | - |
| หน่วยงาน | : | ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย |
| ผู้ร่วมงาน | : | - |
| ปีพิมพ์ | : | 2543 |
| อ้างอิง | : | http://www.thaithesis.org/detail.php?id=32932 |
| ที่มา | : | - |
| ความเชี่ยวชาญ | : | - |
| ความสัมพันธ์ | : | - |
| ขอบเขตของเนื้อหา | : | - |
| บทคัดย่อ/คำอธิบาย | : | การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงบรรยาย มีวัตถุประสงค์คือ 1) เพื่อเปรียบเทียบการจัด บริการทางการศึกษาที่ชาวชนบทในเขตการศึกษา 11 ได้รับทั้ง 3 ระบบ คือ การศึกษาใน ระบบโรงเรียน การศึกษานอกระบบโรงเรียน (เฉพาะที่จัดโดยกรมการศึกษานอกโรงเรียน และกระทรวงศึกษาธิการ) และการศึกษาตามอัธยาศัย ในด้านเศรษฐกิจและด้านการเมือง ระหว่างตามความคิดเห็นของประชาชน ผู้นำชุมชนและข้าราชการ 2) เพื่อเปรียบเทียบสภาพ ปัญหาด้านเศรษฐกิจและความต้องการทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ระหว่าง ตามความคิดเห็นของประชาชน ผู้นำชุมชน และข้าราชการ และ 3) เพื่อเปรียบเทียบสภาพ ปัญหาด้านการเมืองและความต้องการทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาด้านการเมือง ระหว่าง ตามความคิดเห็นของประชาชน ผู้นำชุมชน และข้าราชการ 4) เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการ ศึกษา เพื่อพัฒนาด้านเศรษฐกิจและการเมืองของชาวชนบท ในเขตการศึกษา 11 กลุ่มตัวอย่าง ได้จากการสุ่มแบบแบ่งชั้นหลายขั้นตอน จำนวน 415 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบ สัมภาษณ์ชนิดมีโครงสร้างจำนวน 2 ชุด คือ แบบสัมภาษณ์สำหรับประชาชนทั่วไป และแบบ สัมภาษณ์สำหรับกลุ่มผู้นำชุมชน และกลุ่มข้าราชการ แบบสัมภาษณ์เป็นแบบมาตราส่วน ประมาณค่า 3 ระดับ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ คือ สถิติพื้นฐาน และการวิเคราะห์ความ แปรปรวนของครัสคัล-วอลลิส (The Kruskal Wallis one-way analysis of variance) และใช้วิธีของ Dunn ทำการเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ภายหลังเมื่อพบว่าผลการวิเคราะห์ ความแปรปรวนแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ~bผลการวิจัย~b พบว่า 1. กลุ่มบุคคลในชุมชนทั้ง 3 กลุ่ม มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นต่อความรู้ที่ประชาชนได้รับใน ด้านเศรษฐกิจ ในแต่ละระบบการศึกษา ทั้งในภาพรวม รายด้าน และรายข้อมีค่าใกล้เคียงกัน คือ ได้รับในระดับน้อยถึงปานกลาง และพบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 คือ กลุ่มผู้นำในชุมชนมีความคิดเห็นว่า ประชาชนได้รับความรู้จากการศึกษาตามอัธยาศัยและ จากภาพรวมของการศึกษาทั้ง 3 ระบบ มากกว่าที่กลุ่มประชาชนและกลุ่มข้าราชการเห็นว่า ประชาชนได้รับในรายด้านที่เกี่ยวกับความรู้ด้านการทำงาน กลุ่มประชาชนและกลุ่มผู้นำมี ความคิดเห็นว่า ประชาชนได้รับความรู้ในภาพรวมการศึกษาทั้งหมดมากกว่าที่กลุ่มข้าราชการ เห็นว่าประชาชนได้รับ 2. กลุ่มบุคคลในชุมชนทั้ง 3 กลุ่ม มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาด้านเศรษฐกิจ ในภาพรวม รายด้านและรายข้อใกล้เคียงกัน คือ กลุ่มบุคคลในชุมชนทั้ง 3 กลุ่ม มีความคิดเห็น ว่ามีสภาพปัญหาด้านเศรษฐกิจของประชาชนอยู่ในระดับปานกลางถึงมาก และพบว่ามีความ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือ กลุ่มผู้นำชุมชนมีความคิดเห็นว่ามีสภาพ ปัญหาในรายด้านเกี่ยวกับภาวะหนี้สินและรายด้านเกี่ยวกับปัญหาการว่างงาน มากกว่าที่ กลุ่มประชาชนคิดว่ามีปัญหากลุ่มข้าราชการมีความคิดเห็นว่ามีสภาพปัญหาในรายด้านเกี่ยวกับ การบริหารการเงินมากกว่าที่กลุ่มผู้นำชุมชนคิดว่ามีปัญหา 3. กลุ่มบุคคลในชุมชนทั้ง 3 กลุ่ม มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นต่อความต้องการทางการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาด้านเศรษฐกิจโดยภาพรวม รายด้าน และรายข้อมีค่าใกล้เคียงกัน ในระดับปานกลาง ถึงมาก และพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือ กลุ่มผู้นำชุมชน และกลุ่มข้าราชการ มีความคิดเห็นว่ามีความต้องการทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาในรายด้าน เกี่ยวกับภาวะหนี้สิน การบริหารการเงิน ปัญหาการอพยพแรงงาน และเกี่ยวกับปัญหาการ ว่างงานมากกว่าที่กลุ่มประชาชนคิดว่ามีความต้องการ กลุ่มผู้นำชุมชนและกลุ่มข้าราชการ มีความคิดเห็นว่ามีความต้องการทางการศึกษาเพื่อ แก้ปัญหาในรายด้านเกี่ยวกับปัญหาการประกอบอาชีพ และในภาพรวมทั้งหมดมากกว่าที่ กลุ่มประชาชนคิดว่ามีความต้องการ และในขณะที่กลุ่มข้าราชการมีความคิดเห็นว่า มีความ ต้องการทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาในเรื่องเดียวกัน มากกว่าที่กลุ่มผู้นำชุมชนคิดว่าประชาชน มีความต้องการ 4. กลุ่มบุคคลในชุมชนทั้ง 3 กลุ่ม มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นต่อการศึกษาที่ประชาชนได้รับ ด้านการเมือง จากการศึกษาในแต่ละระบบใกล้เคียงกันทั้งในภาพรวม รายด้าน และรายข้อ คือ ในระดับน้อยถึงปานกลาง และพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือ กลุ่มข้าราชการมีความคิดเห็นว่าประชาชนได้รับความรู้ด้านการเมือง จากการศึกษา ในระบบโรงเรียน ทั้งในภาพรวมทั้งหมด ภาพรวมรายด้านเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง มากกว่าที่กลุ่มประชาชนคิดว่าตนได้รับ กลุ่มประชาชนและกลุ่มผู้นำชุมชน มีความคิดเห็นว่า ประชาชนได้รับความรู้ด้านการเมืองในภาพรวม ในรายด้านเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการ เมืองมากกว่าที่กลุ่มข้าราชการคิดว่าประชาชนได้รับ ในขณะที่กลุ่มประชาชนคิดว่าตนได้รับ ความรู้ในเรื่องเดียวกันน้อยกว่าที่กลุ่มผู้นำชุมชนคิดว่าได้รับ 5. กลุ่มบุคคลในชุมชนทั้ง 3 กลุ่ม มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นต่อสภาพปัญหาด้านการเมือง ใกล้เคียงกัน ในระดับปานกลางถึงมาก และพบว่ามีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05 คือ กลุ่มข้าราชการมีความคิดเห็นว่ามีสภาพปัญหาในรายด้านเกี่ยวกับความรู้ ความเข้าใจทางการเมืองเกี่ยวกับด้านการมีส่วนร่วมทางการเมือง มากกว่าที่กลุ่มประชาชน ในชุมชนและกลุ่มผู้นำในชุมชน คิดว่ามีปัญหา 6. กลุ่มบุคคลในชุมชนทั้ง 3 กลุ่ม มีค่าเฉลี่ยความคิดเห็นต่อความต้องการทางการศึกษา เพื่อแก้ปัญหาด้านการเมืองใกล้เคียงกันในระดับปานกลางถึงมาก พบว่ามีความแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 คือ กลุ่มข้าราชการในชุมชนมีความคิดเห็นว่า ประชาชน มีความต้องการทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาทางการเมือง ในภาพรวมทั้งหมด ภาพรวมรายด้าน ทุกด้านและในรายข้อทุกข้อ มากกว่าที่กลุ่มประชาชนในชุมชนคิดว่าตนต้องการ กลุ่มผู้นำใน ชุมชนมีความคิดเห็นว่าประชาชนมีความต้องการทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาทางการเมือง ในภาพรวมทั้งหมด ภาพรวมรายด้านทุกด้าน นอกจากนี้ กลุ่มข้าราชการมีความคิดเห็นว่า ประชาชนมีความต้องการทางการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาทางการเมืองเกี่ยวกับด้านการมีส่วนร่วม ทางการเมืองมากกว่าที่กลุ่มผู้นำในชุมชนคิดว่าประชาชนต้องการ 7. ทางด้านเศรษฐกิจประชาชนต้องการวิธีการเรียนรู้โดยการฝึกอบรมระยะสั้น สำหรับทาง ด้านการเมืองต้องการการเรียนรู้จากการศึกษาอบรมโดยผ่านผู้นำ สถานที่เรียนที่ชาวชนบท ต้องการทางด้านเศรษฐกิจและด้านการเมือง คือ ศาลาประชาคม นอกจากนั้นผู้สอนทางด้าน เศรษฐกิจชาวชนบทต้องการเกษตรอำเภอหรือปศุสัตว์อำเภอ และทางด้านการเมืองต้องการ เจ้าหน้าที่ปกครองเป็นผู้ให้การศึกษา |
| บรรณานุกรม | : |
หญิง เกตุรัตน์ . (2543). สภาพปัญหาและความต้องการทางการศึกษาในระบบต่างๆ เพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมืองของชาวชนบทในเขตการศึกษา 11.
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. หญิง เกตุรัตน์ . 2543. "สภาพปัญหาและความต้องการทางการศึกษาในระบบต่างๆ เพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมืองของชาวชนบทในเขตการศึกษา 11".
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย. หญิง เกตุรัตน์ . "สภาพปัญหาและความต้องการทางการศึกษาในระบบต่างๆ เพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมืองของชาวชนบทในเขตการศึกษา 11."
กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย, 2543. Print. หญิง เกตุรัตน์ . สภาพปัญหาและความต้องการทางการศึกษาในระบบต่างๆ เพื่อการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ และด้านการเมืองของชาวชนบทในเขตการศึกษา 11. กรุงเทพมหานคร : ฐานข้อมูลวิทยานิพนธ์ไทย; 2543.
|
